“ถ้าการอยู่ใกล้พี่มันทำให้รินลำบากใจขนาดนั้น ก็ถอยออกไปเถอะค่ะ”
น้ำเสียงราบเรียบของรินรดาที่เอ่ยออกมากลางโถงทางเดินคณะสถาปัตย์ทำเอาคนฟังอย่างกวินทร์ถึงกับชะงักฝีเท้า มือหนาที่ถือม้วนกระดาษโปรเจกต์อยู่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปนขยับไหวเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าคนตัวเล็กที่เคยเอาแต่หลบสายตาเขาจะกล้าพูดประโยคที่เหมือนการผลักไสกันแบบนี้ออกมาได้
กวินทร์หมุนตัวกลับมามองสถาปนิกสาวที่ยืนกอดอกแน่น แผ่นหลังบางพิงผนังปูนเปลือย ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววหวั่นไหวบัดนี้กลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม
“ลำบากใจเหรอ?” กวินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขเลยสักนิด “ที่พี่ตามตื๊อ ที่พี่ไปหาที่ตึกสถาปัตย์ทุกวัน… รินมองว่ามันคือความลำบากใจงั้นสินะ”
“รินไม่ได้หมายความแบบนั้น” เธอหลุบตาลงมองพื้น ขอบตาเริ่มร้อนผ่าว “รินแค่คิดว่า... ถ้าเราอยู่ในสถานะที่ต่างคนต่างอยู่ มันอาจจะดีกับกวินมากกว่า โดยเฉพาะเรื่องพี่ธันวาที่กลับมาวนเวียนอยู่ใกล้รินช่วงนี้ กวินไม่ควรเอาตัวมาเสี่ยงกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง”
กวินทร์ก้าวฉับเข้ามาประชิดตัวรินรดาจนเธอต้องถอยไปจนชิดกำแพง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเขาที่คุ้นเคยปะทะเข้ากับจมูกจนเธอใจสั่น กลิ่นดินสอไม้และกลิ่นเครื่องยนต์จางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของวิศวะหนุ่มทำให้เธออยากจะโผเข้ากอดเขา แต่เหตุการณ์เมื่อวานที่เห็นธันวากระชากแขนเธอต่อหน้าคนอื่น มันเป็นบาดแผลที่ย้ำเตือนว่ากวินทร์ไม่ควรต้องมาเจอเรื่องแบบนี้
“ฟังนะริน” กวินทร์กดเสียงต่ำ เขายื่นมือไปวางค้ำกับผนังข้างๆ หัวของเธอ กักขังเธอไว้ในวงแขน “พี่ไม่สนว่าไอ้ธันวามันจะกลับมาทำไม หรือมันต้องการอะไร พี่สนแค่ว่ารินจะให้พี่อยู่หรือจะให้พี่ไป ถ้าคำตอบคือการถอยห่าง... พี่ขอฟังจากปากรินคนเดียว ไม่ใช่ฟังจากความกลัวที่รินสร้างขึ้นมาเอง”
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเขาดุดันแต่ก็แฝงไปด้วยความเว้าวอนที่เธอมักจะใจอ่อนให้เสมอ “มันไม่ใช่แค่ความกลัวกวิน... แต่มันคือความเป็นจริง เราต่างกันเกินไป แผนผังชีวิตของกวินกับรินมันเหมือนเส้นขนานที่ไม่ควรมาบรรจบกัน”
“เส้นขนานงั้นเหรอ?” เขาหัวเราะหึในลำคอ “ในฐานะเด็กวิศวะ พี่ไม่เคยเชื่อเรื่องเส้นขนานหรอก เพราะถ้าเราดัดมันสักนิด หรือเปลี่ยนองศาการมองใหม่... ยังไงมันก็ต้องมีสักจุดที่มาตัดกัน”
เขามองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยนั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ถอยห่างออกมาอย่างช้าๆ ความเย็นชาเริ่มเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบข้าง กวินทร์ไม่ได้โวยวายเหมือนทุกที เขาเพียงแค่เก็บกระดาษโปรเจกต์เข้ากระเป๋า แล้วหันหลังให้เธอ
“ถ้าที่ว่างตรงนี้มันอึดอัดนัก ก็เอาไปพักซะนะครับ” กวินทร์ทิ้งท้ายเพียงแค่นั้นก่อนจะเดินหายลับไปในเงามืดของบันไดวน ทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น มือเรียวสั่นเทาพยายามคว้าอากาศว่างเปล่า ความเงียบงันที่ตามมาน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงตะโกนด่าทอ
สามวันต่อมา... ความเงียบงันกลายเป็นเครื่องดนตรีหลักของชีวิต
รินรดาใช้ชีวิตวนเวียนอยู่ในสตูดิโอออกแบบ กลิ่นกาแฟดำที่เธอมักจะได้กลิ่นจากแก้วของกวินทร์หายไปแทนที่ด้วยกลิ่นสีสเปรย์ที่ฉุนกึ๊ก เธอเหม่อมองโต๊ะทำงานที่ว่างเปล่าของเพื่อนข้างๆ ในวิชาเลือกเสรี ซึ่งปกติจะมีชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของเสื้อช็อปสีเลือดหมูมานั่งหลับโชว์ทักษะการวาดรูปโครงสร้างแบบผิดๆ ถูกๆ เสมอ
“ยังไม่เลิกทำหน้าเหมือนคนอกหักอีกเหรอริน?” เมย์ที่เดินเข้ามาพร้อมกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งวางลงบนโต๊ะ “นี่... พี่ธันวาฝากมาให้ เห็นบอกว่ามีเรื่องด่วนเกี่ยวกับโปรเจกต์ที่ต้องเคลียร์กับแก”
รินรดาชะงัก เธอรับกระดาษแผ่นนั้นมาด้วยความรู้สึกมวนท้อง ธันวากลายเป็นเงาตามตัวที่ทำให้สถานการณ์ระหว่างเธอกับกวินทร์พังไม่เป็นท่า เธอรู้ดีว่าที่เขากลับมา ไม่ใช่เพื่อแก้ไขโปรเจกต์ แต่เพื่อดึงเธอกลับไปสู่เกมการปั่นหัวแบบเดิม
“แกบอกเขาไปเถอะเมย์ ว่าฉันไม่มีอะไรต้องคุย”
“ฉันบอกไปแล้ว แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมฟัง” เมย์ถอนหายใจ “แล้วนั่น... ไม่ใช่กวินทร์เหรอ?”
รินรดาหันขวับไปตามนิ้วของเพื่อน เธอเห็นกวินทร์ยืนอยู่ตรงลานจอดรถด้านล่าง แต่ไม่ได้มาคนเดียว เขามากับกลุ่มเพื่อนวิศวะ และข้างๆ เขามีหญิงสาวร่างสูงโปร่งที่รินรดาไม่คุ้นตา ทั้งสองกำลังคุยกันอย่างออกรส กวินทร์ดูผ่อนคลายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
ภาพนั้นบาดลึกเข้าไปในใจจนรินรดาต้องเบือนหน้าหนี นี่คือสิ่งใช่ไหมที่เขาต้องการ? การลดระยะห่างที่เขาก็คงทำมันอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้องเรียน เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ดังขึ้น เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดรับ
“รินรดาใช่ไหม?” เสียงปลายสายแหบพร่าและเย็นเยียบ “ถ้าอยากรู้ความจริงว่าทำไมกวินทร์ถึงยอมถอยห่างจากเธอไปง่ายๆ ...มาเจอฉันที่หลังตึกคณะวิศวะเดี๋ยวนี้ อย่าให้ใครรู้ล่ะ ถ้ายังอยากรักษาความลับของเขาไว้”
หัวใจของรินรดาเต้นรัวด้วยความกังวล มือที่ถือโทรศัพท์เย็นเฉียบ เธอตัดสินใจก้าวเท้าออกไปจากห้องเรียนทันทีโดยไม่สนคำทัดทานของเมย์
เมื่อมาถึงหลังตึกวิศวะ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง เธอเดินลึกเข้าไปในโซนที่เก็บอุปกรณ์ก่อสร้างเก่าๆ และในมุมมืดของอาคาร เธอเห็นเงาร่างของชายคนหนึ่งยืนพิงผนังอยู่ แสงไฟจากบุหรี่ในมือสว่างวาบขึ้นในความมืดก่อนจะดับลง
“มาตามนัดสินะ... เด็กดี” ธันวาก้าวออกมาจากเงามืด ดวงตาเขาส่องประกายเจ้าเล่ห์พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้รินรดาต้องถอยกรูดไปชนกับรถบรรทุกเก่าๆ
“อย่าเข้ามานะ! ไหนล่ะเรื่องที่แกจะบอกฉัน?”
ธันวาหัวเราะหึๆ ก่อนจะหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วโยนลงบนพื้น รูปถ่ายที่ทำเอาลมหายใจของรินรดาสะดุดกึก ความลับที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนถูกเปิดเผยอยู่บนพื้นปูนเย็นเฉียบตรงหน้าเธอ
“แกไม่ได้รู้จักคนที่ชื่อกวินทร์จริงๆ หรอกริน... คนที่แกกำลังห่วงใยอยู่น่ะ จริงๆ แล้วเขากำลังทำอะไรอยู่ ดูให้เต็มตานะว่าใครกันแน่ที่สมควรได้รับความสงสาร”
รินรดาก้มลงมองรูปถ่ายใบนั้นด้วยสายตาพร่ามัว หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาเมื่อเห็นสิ่งที่กวินทร์ซ่อนไว้มาตลอด... ทั้งหมดที่เธอคิดว่าเขาทำเพื่อเธอ แท้จริงแล้วมันอาจจะเป็นเพียงฉากหน้าของแผนการบางอย่างที่ใหญ่กว่านั้น!
เกียร์เปื้อนกาวใจ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปพร้อมกับตัวละครของเรานะคะ
Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 27
ระยะห่างที่เกิดขึ้น
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!