Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 9

ดาวคณะคนสวย

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"ลบเดี๋ยวนี้ค่ะ!" รินรดากระแทกเสียงใส่คนที่ยืนถือโทรศัพท์ด้วยท่าทางย่ามใจ หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดยักษ์กลางไซต์งานยังคงฉายภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ซ้ำไปซ้ำมา—ภาพที่เธอกำลังเสียหลักล้มลงไปในอ้อมแขนของกวินทร์ ท่ามกลางสายตาของคนงานและทีมสถาปนิกที่ยืนอ้าปากค้าง ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่เห็นได้ชัดว่าเขากำลังสนุก "ทำไมต้องลบครับ? ก็เป็นภาพเหตุการณ์การทำงานที่... ดูใกล้ชิดสนิทสนมกันดีนี่นา หมอแผนกหัวใจกับวิศวกรโยธา น่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้คนในทีมได้เยอะเลย ไม่ใช่เหรอ?" "คนอย่างคุณไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ ธันวา" รินรดากัดฟันแน่น มือบางกำชายเสื้อจนยับยู่ยี่ หัวใจเต้นรัวด้วยความอับอายและโกรธจัด ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดจนแทบจะขาดผึง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าคอมแบทก็เดินแทรกเข้ามา กวินทร์ก้าวผ่านกลุ่มคนงานที่แตกตัวออกเป็นทางราวกับน้ำที่ถูกแยกด้วยไม้พาย เขาสวมหมวกเซฟตี้สีขาวที่ดูขัดกับใบหน้าเรียบเฉยจนเย็นชา เขาไม่ได้มองหน้าธันวาด้วยซ้ำ แต่สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่ภาพบนหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ ก่อนจะก้าวไปหยุดยืนข้างรินรดา "ดับเครื่อง" กวินทร์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทรงพลังจนน่าเกรงขาม "หือ? นายว่าอะไรนะกวินทร์?" ธันวาท้าทาย กวินทร์ไม่พูดซ้ำ เขาคว้าสายเคเบิลจากเครื่องฉายโปรเจกต์เตอร์แล้วกระชากออกอย่างแรงจนภาพบนจอหายวับไปกับตา ท่ามกลางเสียงอุทานด้วยความตกใจของบรรดาคนงาน เขาวางสายเคเบิลลงบนโต๊ะก่อนจะหันไปหาธันวาด้วยสายตาที่ถ้าฆ่าคนได้ ธันวาคงตายไปหลายรอบแล้ว "งานที่นี่คือการสร้างตึก ไม่ใช่การสร้างละครน้ำเน่า ถ้าอยากโชว์ของดี ก็เก็บไว้โชว์ตอนรับใบปริญญาเถอะครับ อย่ามาทำตัวเป็นเสนียดในไซต์งานของผม" กวินทร์พูดเสียงเย็นก่อนจะหันมาหารินรดา "ไปค่ะ หมอ... อย่าไปเสียเวลากับเศษเหล็กที่ขึ้นสนิม" รินรดาพยักหน้าเล็กน้อย พยายามก้าวเท้าตามแรงจูงใจของคนข้างกายที่จับมือเธอไว้แน่น ความอบอุ่นจากอุ้งมือนั้นค่อยๆ ซึมซับเข้ามาแทนที่ความเย็นวาบในใจ หากแต่เรื่องราวไม่ได้จบลงแค่นั้น เมื่อวันนี้คือวันประกาศผล 'ดาวคณะ' ประจำปีที่รินรดาถูกเพื่อนๆ ในคณะสถาปัตย์เสนอชื่อเข้าชิงโดยไม่ได้ตั้งใจ ทันทีที่กวินทร์เดินมาส่งรินรดาที่หน้าห้องประชุมใหญ่ของมหาวิทยาลัย บรรยากาศรอบข้างกลับคึกคักผิดปกติ นักศึกษาชายหลายคณะเริ่มจับกลุ่มกันพร้อมช่อดอกไม้และขนมที่ดูราคาแพง รินรดาดูประหม่าจนกวินทร์สังเกตเห็น เขาขยับหมวกเซฟตี้ออกแล้วจัดปอยผมที่ปรกหน้าให้เธออย่างแผ่วเบา "ถ้าใครเข้ามาวุ่นวาย ก็บอกไปว่ามีเจ้าของแล้วนะคะ" กวินทร์กระซิบข้างหู น้ำเสียงดุดันแต่แฝงไปด้วยความเว้าวอนอย่างปิดไม่มิด "เจ้าของอะไรกันคะ... เราแค่เพื่อนร่วมงานกัน" รินรดาเถียงกลับทั้งที่แก้มขึ้นสีระเรื่อ "งั้นเหรอคะ?" กวินทร์เลิกคิ้ว สายตาที่เคยมองใครอย่างดุร้ายกลับอ่อนแสงลงจนเหลือเพียงความคลั่งรัก "ถ้าแค่เพื่อนร่วมงาน ทำไมต้องหึงจนแทบจะกินหัวไอ้ธันวาเมื่อกี้ด้วยล่ะ" รินรดาชะงักไป คำพูดของเขาทำให้ใจดวงน้อยสั่นรัวเสียจนเธอต้องรีบเดินเลี่ยงเข้าไปในหอประชุม ทว่าทันทีที่ก้าวพ้นประตู บรรดารุ่นพี่รุ่นน้องคณะวิศวะและบริหารก็กรูเข้ามาล้อมเธอไว้ราวกับดาวเด่นที่เพิ่งเจียระไนเสร็จ "น้องรินรดาครับ รับดอกไม้จากพี่หน่อยนะครับ" "น้องรินรดา เย็นนี้ไปทานข้าวกับพวกพี่ไหมครับ เดี๋ยวไปส่งที่หอ" รินรดายืนอึดอัดอยู่กลางวงล้อม กลิ่นดอกไม้ฉุนกึ๊กจนเธอเริ่มหายใจไม่ออก สายตาคู่หนึ่งมองมาจากมุมมืดของห้องประชุม—กวินทร์ยืนพิงกำแพง กอดอกแน่น สายตาจ้องเขม็งไปที่หนุ่มๆ กลุ่มนั้นที่กำลังรุมล้อมผู้หญิงของเขา แรงหึงหวงที่เขาสะสมมาตั้งแต่เรื่องรูปถ่ายพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะระเบิดออก ในจังหวะที่รุ่นพี่วิศวะคนหนึ่งถือวิสาสะยื่นมือจะเข้ามาจับไหล่รินรดา ร่างสูงใหญ่ของกวินทร์ก็พุ่งตัวเข้ามาแทรกกลางอย่างรวดเร็ว เขาดันตัวรินรดาไปไว้ด้านหลังก่อนจะคว้าข้อมือรุ่นพี่คนนั้นไว้แน่น "ขอโทษนะครับ พอดีวันนี้ 'คู่ควง' ผมคิวเต็มแล้ว" กวินทร์ยิ้มมุมปาก แต่ดวงตากลับไม่ยิ้มตาม "รบกวนถอยไปหน่อยนะครับ พื้นที่ส่วนตัวของผม... มันเล็กพอจะอยู่ได้แค่สองคน" เสียงฮือฮาดังไปทั่วห้องประชุม รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่หลังแผ่นหลังกว้างของกวินทร์ เธอไม่เคยเห็นเขาโหมดนี้มาก่อน โหมดที่ดูเจ้ากี้เจ้าการและหวงแหนเธออย่างเปิดเผยต่อหน้าธารกำนัล ทว่าขณะที่ความตึงเครียดกำลังถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์ของกวินทร์ก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าเคร่งขรึมก็เปลี่ยนไปเป็นความกังวลอย่างเห็นได้ชัด เขาหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่สับสนก่อนจะกดรับสาย "ครับแม่... อะไรนะครับ? เกิดเรื่องแล้วงั้นเหรอ?" กวินทร์ขมวดคิ้วแน่นจนแทบชิดกัน ก่อนจะวางสายแล้วหันมาหารินรดาด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อย "ริน... ผมต้องไปเดี๋ยวนี้ พ่อผมประสบอุบัติเหตุระหว่างตรวจงานที่ไซต์งานอีกแห่ง... ตอนนี้อาการสาหัสมากครับ!" กวินทร์หันหลังเตรียมจะวิ่งออกไป แต่แล้วเขาก็ชะงักกึก เมื่อเห็นเงาของใครบางคนที่ยืนขวางประตูทางออกอยู่... ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มที่รินรดาจำได้แม่นว่าเป็น 'คุณพ่อของกวินทร์' คนที่ควรจะอยู่ที่โรงพยาบาล หรือไม่ก็ควรจะบาดเจ็บสาหัสตามที่กวินทร์ได้รับแจ้งมา ชายคนนั้นยิ้มเย็นให้กวินทร์ พร้อมกับตบมือเบาๆ สองสามครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "แสดงละครได้ดีมากนี่กวินทร์... แต่เสียใจด้วยนะ ที่แผนการเรียกร้องความสนใจของนาย มันกำลังจะพังไม่เป็นท่า เพราะตอนนี้สิ่งที่นายควรจะห่วง... ไม่ใช่พ่อที่นั่งอยู่นี่ แต่เป็นผู้หญิงที่นายยืนปกป้องอยู่นั่นต่างหาก" กวินทร์หน้าซีดเผือด เขารีบหันกลับมามองรินรดาที่กำลังยืนนิ่งสนิท ทันใดนั้น ไฟในหอประชุมก็ดับพรึบลงเหลือเพียงแสงสปอตไลท์สีแดงฉานที่ส่องลงมาที่ตัวรินรดาเพียงคนเดียว และเสียงกระซิบจากความมืดที่ดังขึ้นข้างหูของเธอว่า... "หมอคะ... อยากรู้ไหมว่าหัวใจของเขาจริงๆ แล้วเป็นของใครกันแน่?" เกียร์เปื้อนกาวใจหวังว่ารี้ดเดอร์จะยังไม่รีบวางหนังสือลงนะคะ เพราะตอนต่อไปความจริงกำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกมาแล้วค่ะ!
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%