“ถ้าจะทำหน้าเหมือนคนกินยาขมแบบนั้น ก็กลับไปนอนรอที่หอเถอะรินรดา งานภาคสนามมันไม่ได้มีไว้ให้คนขี้แยมายืนทำตัวอ่อนแอเป็นภาระคนอื่น”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดจงใจกระแทกกระทั้นลงมาตรงหน้า รินรดาชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวตามกลุ่มเพื่อนลงจากรถบัส เธอเงยหน้าขึ้นสบสายตาคมกริบของกวินทร์ที่กำลังยืนกอดอกพิงเสาเหล็กโครงสร้างของไซต์งานก่อสร้างกลางป่า ลมหายใจของเธอติดขัดเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้าจากการเดินทางหกชั่วโมง แต่เป็นเพราะประโยคที่ธันวากระซิบไว้ก่อนจากมาเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวราวกับหนามยอกอก
“รินไม่ได้อ่อนแอค่ะ” เธอโต้กลับ เสียงราบเรียบแต่หนักแน่น “และรินก็รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ กวินทร์ต่างหากที่ควรเลิกทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจสักที”
กวินทร์เหยียดยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มแบบที่คนอื่นอาจจะมองว่าร้ายกาจ แต่สำหรับรินรดา เธอเริ่มอ่านออกว่ามันคือเกราะกำบังของความกังวล เขาก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายของเหล็กและปูนซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของวิศวกรหนุ่มตรงหน้าทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
“ห่วงเหรอ?” เขาถามสั้นๆ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความจริง “ที่ทำตัวเงียบผิดปกติเนี่ย เพราะคำพูดไอ้ธันวามันฝังหัวอยู่ใช่ไหม?”
รินรดาหลบสายตาไปมองแนวป่าที่โอบล้อมพื้นที่ก่อสร้างเอาไว้ เธอไม่อยากยอมรับว่าคำพูดของธันวาเกี่ยวกับ ‘ความรักปลอมๆ’ กำลังกัดกินความมั่นใจของเธอจริงๆ กวินทร์ไม่ใช่คนดีเด่อะไร เขาปากจัด เอาแต่ใจ และบางทีก็บ้าอำนาจในสายงานของเขา แต่ทุกครั้งที่เขาผลักดันให้เธอเก่งขึ้น ทุกครั้งที่เขาดึงเธอออกมาจากคอมฟอร์ตโซนเพื่อดูโปรเจกต์ใหญ่ มันมีความใส่ใจเล็กๆ ซ่อนอยู่เสมอ
“รินไม่สนเรื่องไร้สาระหรอกค่ะ” เธอโกหกคำโต
“ดี” กวินทร์คว้าหมวกนิรภัยสีขาวจากมือเธอมาสวมให้ “เพราะถ้าเมื่อไหร่ที่รินไขว้เขว... ฉันนี่แหละจะเป็นคนแรกที่ลากรินกลับมาที่เดิม ไม่ว่ารินจะอยากอยู่หรือเปล่าก็ตาม”
บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปเมื่อเมย์เดินเข้ามาขัดจังหวะด้วยท่าทางร่าเริงเกินเหตุ “แหม จีบกันกลางไซต์งานแบบนี้ ระวังวิศวกรคนอื่นหมั่นไส้นะคะคุณกวินทร์! อ้อ... ทางฝั่งสถาปนิกเขาฝากแจ้งมาว่า จุดวางโครงสร้างตรงนี้มีปัญหา ดินมันทรุดตัวเร็วกว่าที่คิด ริน... เธอต้องไปดูแปลนกับพี่ธันวาหน่อยนะ เขาบอกว่าเขารออยู่ตรงเต็นท์นั่นน่ะ”
ร่างสูงของกวินทร์แข็งค้างไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อนั้น ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะจนได้ยินเสียงนกร้องในป่าไกลๆ เขาหันไปมองเต็นท์ผ้าใบสีขาวที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร ที่นั่น... ธันวากำลังยืนกอดอกพิงเสา มองมาทางพวกเขาด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
“ไม่ต้องไป” กวินทร์เอ่ยเสียงเรียบ หากทว่าเยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกหนาวสันหลัง
“แต่หน้าที่รินคือต้องประสานงานกับทีมโครงสร้างนะคะ” รินรดาแย้ง แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกหวั่นไหวกับบรรยากาศที่ตึงเครียดขึ้นมาฉับพลัน
“ฉันบอกว่าไม่ต้องไป!” เขาขึ้นเสียงเล็กน้อยก่อนจะคว้าข้อมือเธอไว้แน่น “วันนี้ฉันจะพาเธอไปสำรวจโซนท้ายเขื่อนด้วยตัวเอง งานส่วนอื่น... ปล่อยให้พวกที่มันชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านจัดการไป”
ท่ามกลางสายตาของเพื่อนร่วมคณะ กวินทร์ดึงรินรดาให้เดินแยกตัวออกมาทันที ทิ้งให้ธันวายืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและน่าขนลุก รินรดาพยายามสะบัดมือออกแต่กวินทร์กลับบีบมันแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปจากสายตา
“กวินทร์ ปล่อยรินค่ะ คุณกำลังทำตัวไม่มีเหตุผลนะ!”
“เหตุผลเหรอ?” เขาหยุดกึกแล้วหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอในมุมลับสายตาหลังแนวต้นไม้ใหญ่ “รินรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงยอมพาเธอมาทริปนี้ทั้งที่รู้ว่าไอ้ธันวามันก็ต้องมาด้วย? เพราะฉันไม่อยากให้มันมีโอกาสได้เข้าใกล้รินแม้แต่นาทีเดียว!”
“ทำไมต้องขนาดนั้นล่ะคะ เราเลิกกันไปนานแล้ว และรินก็...”
“ก็อะไร? ก็เริ่มชอบฉันแล้วเหรอ?” กวินทร์ตัดบท ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด “ถ้าใช่... ก็เลิกทำตัวเป็นแม่พระยอมฟังคำปั่นหัวของมันสักที รินเห็นไหมว่ามันวางแผนอะไรไว้? มันไม่ได้อยากได้รินคืน แต่มันอยากทำลายความเชื่อใจที่รินมีต่อฉัน!”
รินรดาชะงักไป คำพูดของเขาแทงใจดำอย่างจัง เธอไม่ได้กลัวว่าธันวาจะทำอะไรเธอ แต่เธอกลัว... กลัวว่าสิ่งที่เธอกับกวินทร์กำลังเป็นอยู่มันจะพังทลายลงจริงๆ หากเธอไม่หนักแน่นพอ
“รินแค่ไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่โต” เธอตอบเสียงแผ่ว
กวินทร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนโยนอย่างที่หาได้ยาก เขาโน้มตัวลงมาจนหน้าผากแตะกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ปลายจมูก “เชื่อใจฉัน... แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว”
ทว่าก่อนที่รินรดาจะได้ตอบรับอะไร เสียงสัญญาณเตือนภัยจากการทำงานของไซต์งานก็ดังลั่นไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงตะโกนของเมย์ที่วิ่งหน้าตื่นมาจากทางเต็นท์หลัก
“ริน! กวินทร์! แย่แล้ว! โครงสร้างที่ธันวาคุมอยู่... มันเกิดการทรุดตัวกะทันหัน!”
กวินทร์ผละจากรินรดาทันที สัญชาตญาณวิศวกรในตัวเขาพุ่งพล่าน แต่ก่อนที่เขาจะก้าวขาออกไป เสียงแชทในโทรศัพท์ของรินรดาก็เด้งขึ้นมา มันเป็นภาพถ่ายจากมุมสูง... ภาพของกวินทร์ในมุมมืดของไซต์งานเมื่อครู่ที่ถูกถ่ายโดยกล้องที่ซ่อนอยู่ พร้อมข้อความจากธันวาที่ส่งตรงเข้ามาว่า ‘ฉันบอกแล้ว... ว่าจะพังให้ดู ตอนนี้คนทั้งมหาลัยกำลังจะได้เห็นคลิปที่เธอแอบมาสวีทกับวิศวกรหนุ่มในเวลาทำงานแล้วนะ รินรดา’
หัวใจของเธอหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม เมื่อหันไปมองที่เต็นท์หลัก เธอเห็นธันวากำลังถือโทรศัพท์เครื่องหนึ่งชูขึ้นมา พร้อมกับหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดยักษ์ที่กำลังเปิดภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ให้ทุกคนในไซต์งานดู!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของหัวใจในทริปนี้มาด้วยกันนะคะ หวังว่าความเข้มข้นจะทำให้คุณรีดเดอร์หัวใจเต้นแรงไปพร้อมกับรินรดานะคะ เกียร์เปื้อนกาวใจจะรอพบทุกคนในตอนหน้าค่ะ
Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 8
ทริปนอกสถานที่
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!