"เลิกทำหน้าเป็นปลาขาดน้ำสักทีรินรดา มันน่าสมเพชมากกว่าน่าสงสารนะ"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัว ท่ามกลางความเงียบงันในห้องสมุดคณะที่ช่วงนี้แทบจะร้างผู้คน รินรดาชะงักมือที่กำลังถือมีดคัตเตอร์กรีดลงบนกระดาษฟิวเจอร์บอร์ด เธอเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียง—กวินทร์ยืนพิงชั้นหนังสือ สายตาคมกริบคู่นั้นมองมาที่เธอด้วยแววตาเรียบเฉย ทว่ามุมปากกลับเหยียดหยามอย่างที่เขาชอบทำเป็นปกติ
รินรดาสูดหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอเบ้า มือของเธอสั่นเทาไม่ใช่เพราะความเหนื่อยล้า แต่เพราะคำพูดที่ทิ่มแทงหัวใจเมื่อครู่ประกอบกับข่าวลือที่เพิ่งได้ยินมาเกี่ยวกับครอบครัวของเขา
"ถ้าจะมาเพื่อสมน้ำหน้ากัน ก็เชิญไปที่อื่นเถอะค่ะ กวินทร์" เธอเอ่ยเสียงเรียบ พยายามก้มหน้าลงจดจ้องกับแบบจำลองอาคารที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง
กวินทร์ก้าวเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมแนวซิตรัสปนกลิ่นเหล็กจางๆ จากเสื้อช็อปของเขาอบอวลไปทั่วบริเวณ เขาคว้าคัตเตอร์จากมือเธอไปวางไว้บนโต๊ะแรงๆ จนเกิดเสียงดัง "แค่งานโปรเจกต์ห่วยๆ นี่ยังจัดการไม่ได้ จะเอาปัญญาที่ไหนไปแบกรับปัญหาเรื่องพ่อฉันที่เธอแอบไปรู้มาล่ะ"
รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอเงยหน้าขึ้นจ้องตาเขาโดยตรง "นายรู้..."
"โลกมันกลม รินรดา และที่สำคัญ... ผนังห้องสมุดมันมีหู" เขาแค่นหัวเราะ ก่อนจะวางถุงพลาสติกสีขาวใบเล็กๆ ลงบนโต๊ะข้างแบบจำลองของเธออย่างแรง "กินซะ ยาแก้ปวดหัวน่ะ เห็นทำหน้าเหมือนคนจะตายมาตั้งแต่เช้า ถ้าขืนเป็นลมไปตอนนี้ ฉันก็ต้องแบกเธอไปห้องพยาบาล ซึ่งมันเสียเวลาชีวิตฉันมาก"
รินรดามองถุงยาด้วยความสับสน หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่กลับสั่นไหวด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธที่เขาปากร้าย แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นกับความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย็นชา
"ทำไมต้องทำเหมือนรำคาญฉันตลอดเวลา ทั้งที่นายก็..."
"ก็เพราะคนอย่างฉันมันไม่เคยห่วงใครแบบที่คนปกติเขาทำกัน" กวินทร์ขัดขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเขาอ่อนลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเหมือนเดิม "แค่ไม่อยากให้เธอกลายเป็นภาระ ถ้าเธอสลบไปตอนนี้ งานฉันก็ค้าง เพราะต้องมานั่งเฝ้าเธอ... เข้าใจตรงกันนะ?"
เขาสะบัดหน้าเดินหันหลังให้ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมจางๆ และถุงยาที่ทำให้ใจคนฟังเต้นไม่เป็นจังหวะ รินรดามองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งเดินจากไป มือของเธอเอื้อมไปสัมผัสถุงยาเบาๆ ในใจยังคงคิดถึงคำเตือนที่เธอกระซิบกับเขาเมื่อวาน เรื่องราวของพ่อเขากำลังกลายเป็นระเบิดเวลาที่รอวันปะทุ และดูเหมือนว่ากวินทร์เองก็กำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษาชื่อเสียงนั้นไว้ แม้จะต้องแลกด้วยความโดดเดี่ยวก็ตาม
ขณะที่เธอกำลังจะเปิดซองยา สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตใบเล็กที่สอดอยู่ในถุงยา บนนั้นมีลายมือหวัดๆ ของกวินทร์เขียนไว้สั้นๆ
*'ถ้ากินยาแล้วยังทำหน้าแบบนี้อีก พรุ่งนี้ฉันจะเผาแบบจำลองเธอทิ้งซะ'*
รินรดาหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็ต้องจางหายไป เมื่อเงาร่างหนึ่งทอดทับลงมาบนโต๊ะของเธอ กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่คุ้นเคยทำให้หัวใจของเธอร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"ยังพยายามทำตัวเป็นนางเอกหนังน้ำเน่ากับไอ้กวินทร์มันอยู่อีกเหรอ ริน?"
เสียงทุ้มติดจะเยาะเย้ยของธันวาดังขึ้นข้างหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้จนชิด กลิ่นอายคุกคามแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ รินรดารีบเก็บถุงยาเข้ากระเป๋าพลางลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก "รุ่นพี่ธันวา... คุณมาที่นี่ทำไมคะ?"
"มาดูว่าแบบแปลนที่เธอกำลังพยายามรักษาน่ะ มันจะพังพินาศในมือของไอ้เด็กวิศวะนั่นได้ยังไง" ธันวายื่นมือมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่น แววตาของเขาดูอำมหิตจนน่ากลัว "อย่าคิดว่าจะหนีพ้นรินทร์... เพราะสิ่งที่พ่อมันทำไว้กับครอบครัวฉัน มันกำลังจะถูกเปิดเผยในวันพรุ่งนี้ และเธอ... จะต้องเป็นคนเห็นมันด้วยตาตัวเองว่าไอ้คนรักใหม่ของเธอมันเป็นแค่ขยะในคราบวิศวะ"
ร่างสูงของธันวาโน้มใบหน้าลงมาจนชิดริมหูของเธอ ก่อนจะกระซิบประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาสั่นคลอน "เตรียมตัวไว้ให้ดี เพราะคนต่อไปที่จะพัง... ไม่ใช่แค่พ่อมัน แต่เป็น 'ความรัก' ปลอมๆ ของพวกเธอสองคนด้วย"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในทุกความรู้สึกกับนิยายเรื่องนี้ เกียร์เปื้อนกาวใจดีใจมากค่ะที่ได้แบ่งปันเรื่องราวนี้กับทุกคนนะคะ
Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 7
ความปากเสียที่แฝงความห่วง
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!