"ทำไมต้องเป็นชื่อธันวาคะ..."
น้ำเสียงของรินรดาสั่นพร่าเกินกว่าจะควบคุมได้ เธอถือแผ่นกระดาษยับยู่ยี่นั้นไว้ในมือแน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีซีด กวินทร์ที่กำลังวางแก้วอเมริกาโน่เย็นลงบนโต๊ะไม้ในร้านกาแฟใต้คณะถึงกับชะงัก สายตาคมกริบของเขาวูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่ดูเย็นชาเสียจนน่าใจหาย
"เธอน่าจะเก็บมันคืนที่เดิมนะ ริน" เขาพูดเสียงต่ำ ไม่แม้แต่จะหันมามองสบตาเธอ
"แต่คนในครอบครัวคุณ... พวกเขาเขียนว่า 'กำจัดทิ้ง' นี่มันหมายความว่ายังไงคะ? ธันวาไปทำอะไรให้พวกคุณถึงต้องทำแบบนี้" รินรดาลุกขึ้นยืน อารมณ์ที่เคยเก็บงำไว้พรั่งพรูออกมาท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดของร้านกาแฟหลังเลิกเรียน
กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ เขายกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงด้วยท่าทีที่ดูสงบผิดปกติ จนกระทั่งเขากระแทกมันลงกับโต๊ะจนเกิดเสียงดัง 'ปึก'
"เลิกทำตัวเป็นนางเอกโลกสวยเสียที รินรดา" กวินทร์ก้มลงมองสบตาเธอ แววตาของเขามีร่องรอยของความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้าย "โลกของพวกสถาปัตย์ที่เธอกำลังเรียนอยู่ มันแค่ในกระดาษ แต่โลกของวิศวะที่ฉันแบกรับอยู่ มันคือโครงสร้างที่พังทลายลงได้ทุกเมื่อถ้ามี 'ขยะ' มาขวางทาง"
เขาลุกขึ้นเต็มความสูง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นหนังและไม้จันทน์หอมจางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกรุกรานพื้นที่ปลอดภัย กวินทร์โน้มตัวเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาทำเอาหัวใจเธอเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก
"ถ้าไม่อยากให้ชีวิตเธอพังเหมือนแบบแปลนนั่น ก็อย่าขุดคุ้ยเรื่องของธันวา... เพราะสิ่งที่เธอเห็น มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความโสมมที่เธอไม่มีวันเข้าใจ"
รินรดานิ่งงัน ความกังวลเรื่องโปรเจกต์วิชาโครงสร้างที่เธอเพิ่งจะตัดสินใจจะมาปรึกษาเขา กลับกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปถนัดตา ความกลัวเริ่มเกาะกินใจเมื่อเห็นแววตาที่สั่นไหวของกวินทร์ เขาไม่ได้เกลียดธันวาเพราะแค้นส่วนตัว แต่เขากำลังกลัว... กลัวอะไรบางอย่างที่จะส่งผลกระทบมาถึงเธอ
"ฉัน... ฉันแค่กังวลเรื่องเรียน" เสียงของเธอแผ่วเบาลง เปลี่ยนเรื่องกะทันหันเพราะความสับสน "อาจารย์วิจารณ์งานฉันหนักมาก แก้นับสิบรอบแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนกำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่ซ้ำรอยเดิมที่เคยโดนคนทิ้งงานไป"
กวินทร์ผ่อนลมหายใจยาว ความโกรธขึ้งในดวงตาค่อยๆ จางหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนที่เขาพยายามปกปิดไว้เสมอ เขาเอื้อมมือมาดึงแผ่นกระดาษจากมือเธอไปขยำแล้วโยนลงถังขยะข้างโต๊ะอย่างไม่ไยดี ก่อนจะขยับเก้าอี้ให้นั่งลง
"เรียนสถาปัตย์มันก็งี่เง่าแบบนี้แหละ" เขาเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แต่ยังคงติดนิสัยปากร้าย "แบบแปลนของเธอที่ฉันเคยเห็น... มันขาดแรงยึดเหนี่ยว เหมือนคนออกแบบที่กลัวการพังทลายจนไม่กล้าใส่โครงสร้างเหล็กที่แข็งแรงลงไป มัวแต่วาดเส้นโค้งสวยหรูไปวันๆ"
"มันคือดีไซน์นะคะ ไม่ใช่ความกลัว" รินรดาเถียงกลับ แม้จะรู้ว่าเขากำลังชี้จุดบอดที่แท้จริงของเธอ
"ดีไซน์ที่ไม่มีความมั่นคง สุดท้ายก็คือเศษกระดาษ" กวินทร์หยิบปากกาเคมีจากกระเป๋าเสื้อกาวน์วิศวะของเขาออกมา แล้วคว้ากระดาษสมุดของเธอไปขีดเส้นใหม่ลงบนแบบแปลนของเธออย่างรุนแรงและแม่นยำ "ถ้าเธอกลัวความผิดพลาด ก็ต้องสร้างคานรับน้ำหนักให้แน่นพอ ไม่ใช่หนีปัญหาด้วยการแก้แบบไปเรื่อยๆ... เหมือนที่เธอหนีธันวามาหาฉัน"
ประโยคนั้นทำให้รินรดาชะงัก เธอจ้องมองรอยปากกาแดงที่เขาวาดลงไป มันคือโครงสร้างที่ดูดิบเถื่อนแต่กลับดูมั่นคงอย่างน่าประหลาด "คุณทำอะไรลงไปคะ?"
"สอนให้เธอยืนหยัดด้วยตัวเองไง ไม่ใช่เป็นแค่ดอกไม้ในกระถางให้ใครมาชื่นชม" เขาเงยหน้าขึ้น สายตาจริงจังนั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ "ริน... ถ้าวันหนึ่งโลกของฉันพังลงมาจริงๆ สิ่งเดียวที่ฉันต้องการ คือให้งานของเธอเสร็จสมบูรณ์ และมีพื้นที่ที่ปลอดภัยพอจะหลบเข้าไป... เข้าใจไหม?"
รินรดารู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอ เธออยากจะถามว่า 'โลกของเขา' คืออะไร แต่ความอ่อนโยนในน้ำเสียงของกวินทร์มันกักขังคำถามเหล่านั้นไว้หมดสิ้น เธอเริ่มตระหนักได้ว่า กวินทร์ไม่ได้ปากร้ายเพราะเขาไม่มีหัวใจ แต่เขาปากร้ายเพราะเขากำลังสร้างเกราะป้องกันตัวเองจากความคาดหวังที่หนักอึ้งของตระกูล
"ขอบคุณนะคะ... ที่สอนเรื่องงาน" เธอก้มหน้าหลบสายตา
"ฉันไม่ได้สอนงานฉันแค่ไม่อยากให้เธอเป็นความผิดพลาดที่ฉันต้องรับผิดชอบ" เขาลุกขึ้นกอดอก "ลุกขึ้นได้แล้ว เดี๋ยวไปส่งที่สตูดิโอ"
ทว่าในวินาทีที่ทั้งคู่กำลังจะเดินออกจากร้านกาแฟ เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือของกวินทร์ก็ดังขึ้น เขาหยิบมันขึ้นมาอ่าน ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยดูมั่นใจกลับซีดเผือดลงในทันที ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่ออ่านประโยคสุดท้ายบนหน้าจอ
รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติจึงหยุดกะทันหัน "มีอะไรหรือเปล่าคะ?"
กวินทร์ไม่ได้ตอบ เขาหันมาคว้าข้อมือเธอไว้แน่นจนรินรดารู้สึกเจ็บ ก่อนจะหันไปทางประตูร้านที่เพิ่งจะเปิดออก ชายร่างสูงในชุดช็อปวิศวะสีเข้มที่ดูคุ้นตาเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าพวกเขา ธันวายิ้มเยาะพลางโยนรูปถ่ายใบหนึ่งลงบนโต๊ะ
"ดูเหมือนว่า 'แบบแปลน' ที่เธอเก็บไป จะเป็นแค่ภาพวาดฝันนะกวินทร์ เพราะตอนนี้ความจริงที่ครอบครัวนายปิดบังไว้... มันกำลังจะพังลงมาพร้อมกับชื่อเสียงพ่อของนายแล้ว"
ขอบพระคุณนักอ่านที่รักทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและกวินทร์ในตอนนี้ด้วยนะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยค่ะ!
Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 6
กาแฟหนึ่งแก้วกับความลับ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!