"ปล่อยมือจากเธอเดี๋ยวนี้... ก่อนที่ฉันจะลืมไปว่าเราเรียนคณะเดียวกัน"
น้ำเสียงของกวินทร์ทุ้มต่ำและเย็นเยียบเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนอากาศภายในโถงทางเดินหลังตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ ธันวาที่กำลังกึ่งจูงกึ่งกระชากข้อมือของรินรดาชะงักกึก เขาหันมามองเจ้าของเสียงด้วยแววตาหยามหยัน ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
รินรดาสะอึกสะอื้นเล็กน้อย แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวและเหนื่อยล้า พยายามดึงมือออกจากการเกาะกุมของธันวา แต่แรงบีบนั้นหนักหนาเกินกว่าที่หญิงสาวจะต้านทานไหว
"ไง... ไอ้วิศวะตกกระป๋อง" ธันวากระตุกยิ้ม "แกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน? รินเขาเป็นแฟนเก่าฉัน เรามีเรื่องที่ต้อง 'เคลียร์' กันเป็นการส่วนตัว นายเป็นแค่คนนอก อย่าสะเออะมาทำเป็นพระเอกขี่ม้าขาวหน่อยเลย"
กวินทร์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่เขาก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปหาโดยไม่ลังเล ทุกย่างก้าวแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาคมกริบของเขาจ้องเขม็งไปที่มือของธันวาที่ยังคงจับข้อมือรินรดาไว้แน่น ความโกรธที่อัดอั้นอยู่ในอกถูกระบายออกมาผ่านทางแววตาที่ดุดันผิดจากปกติที่เคยปากร้ายแต่ขี้เล่น
"เรื่องของแกกับริน... มันจบไปนานแล้ว" กวินทร์หยุดยืนห่างจากธันวาเพียงหนึ่งช่วงแขน พลางคว้าข้อมือธันวาแล้วบีบจนอีกฝ่ายต้องปล่อยมือรินรดาด้วยความเจ็บปวด "แต่เรื่องที่แกคุกคามเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า มันเพิ่งจะเริ่มต้น... และฉันนี่แหละที่จะเป็นคนจบมันเอง"
รินรดาถอยหลังไปพิงกำแพง หายใจหอบถี่ เธอเห็นมือของกวินทร์ที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มที่มักจะใช้ปากจิกกัดเธอเล่นทุกวัน ตอนนี้กลับกลายเป็นคนละคน ความเด็ดขาดและปกป้องของเขาทำให้หัวใจที่สั่นคลอนของเธอเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ
"แกจะทำอะไร?" ธันวาถูข้อมือตัวเองพลางหัวเราะในลำคอ "ต่อยฉันเหรอ? เอาสิ! ถ้าแกต่อยฉัน รินก็จะได้เห็นว่าผู้ชายที่เธอเลือกน่ะ มันก็แค่พวกใช้กำลัง แก้ปัญหาด้วยสมองไม่เป็นเหมือนกัน!"
กวินทร์ยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกหนาวสั่นไปถึงกระดูกสันหลัง เขาไม่หลงกลคำยั่วยุ แต่มือหนากลับกระชากคอเสื้อของธันวาเข้ามาใกล้ จนใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ
"ฉันไม่ทำลายมือตัวเองเพื่อคนอย่างแกหรอก" กวินทร์กระซิบเสียงต่ำ "แต่สิ่งที่แกทำไว้กับเธอ... ทั้งการปล่อยข่าวลือเรื่องโปรเจกต์ที่เธอโดนขโมยไป และการคุกคามทุกครั้งที่เธออยู่คนเดียว ฉันรวบรวมหลักฐานไว้หมดแล้ว ธันวา"
ใบหน้าของธันวาเปลี่ยนสีทันที ความมั่นใจที่เคยมีเริ่มสั่นคลอน "แก... แกหมายความว่ายังไง?"
"ฉันไม่ใช่เด็กวิศวะที่เอาแต่โดดเรียนเที่ยวเล่นหรอกนะ" กวินทร์ขยับกายเข้ามาใกล้กว่าเดิม สายตาเขามองทะลุผ่านธันวาไปราวกับมองเห็นเศษขยะ "ฉันคือวิศวะที่ออกแบบเส้นทางชีวิตตัวเองและคนที่ฉันรัก... และแกน่ะ มันแค่อุปสรรคที่ฉันเพิ่งคำนวณโครงสร้างพังทลายเสร็จไปเมื่อกี้นี้เอง"
กวินทร์ปล่อยคอเสื้อธันวาออกราวกับรังเกียจที่จะแตะต้อง ก่อนจะหันไปหันไปมองรินรดาที่ยืนตัวสั่นอยู่ไม่ไกล สายตาของเขาเปลี่ยนจากดุดันเป็นอ่อนโยนลงทันทีราวกับเปลี่ยนโหมด เขาเดินเข้าไปหาเธอแล้วถอดเสื้อช็อปของตัวเองมาคลุมไหล่ให้หญิงสาวอย่างเบามือ
"ไปกันเถอะ ริน... ทางข้างหน้ามันมีอะไรให้ทำเยอะกว่าต้องมาเสียเวลากับเศษซากอดีตแบบนี้"
ธันวายืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น ความโกรธแค้นในดวงตาพุ่งพล่าน แต่เขากลับทำอะไรไม่ได้มากกว่าการมองตามหลังทั้งสองคนไป เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายใครบางคนด้วยมือที่สั่นเทา
"จัดการมัน... กวินทร์มันเริ่มรู้เรื่องสัญญาจ้างงานแล้ว อย่าให้มันเข้าถึงตัวอาจารย์ที่ปรึกษาได้"
กวินทร์ที่เดินนำรินรดาไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็หยุดชะงักลง เขาหยุดยืนนิ่งอยู่กลางทางเดิน มือหนากำแน่นจนสั่นสะท้าน รินรดามองแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความกังวล เธอสัมผัสได้ว่าบรรยากาศรอบตัวกวินทร์เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
"กวินทร์... เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?" เธอเอ่ยถามเสียงแผ่ว
กวินทร์หันกลับมามองเธอ ใบหน้าเขายังคงนิ่งสงบ แต่ดวงตากลับไหววูบ เขาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นด้วยข้อความแจ้งเตือนจาก 'เบอร์ไม่ระบุชื่อ' ที่ส่งไฟล์วิดีโอวงจรปิดเข้ามา
ในวิดีโอไม่ได้มีแค่ธันวา แต่ยังมีภาพของคนสำคัญในครอบครัวของเขา... คนที่กวินทร์พยายามจะหนีจากอิทธิพลมาตลอดชีวิต กำลังนั่งร่วมโต๊ะวางแผนเรื่อง 'อะไรบางอย่าง' กับธันวาอย่างสนิทสนม
กวินทร์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน ความยุติธรรมที่เขาพยายามจะทวงคืนดูเหมือนจะเป็นเพียงเกมที่ถูกวางไว้ตั้งแต่วันแรกที่เขาก้าวเข้าหาเธอ
"ริน..." เขาเรียกชื่อเธอเสียงสั่น ก่อนจะพึมพำสิ่งที่เธอไม่มีวันคาดคิด "เรื่องธันวา... มันอาจจะไม่ใช่เรื่องของแค่มันคนเดียวแล้วล่ะ"
เขากดลบข้อความทิ้งทันทีต่อหน้ารินรดา ก่อนจะคว้ามือเธอแน่นขึ้น ราวกับกำลังยึดเหนี่ยวสิ่งเดียวที่ยังเป็นของจริงในโลกที่จอมปลอมนี้
ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของรินรดาก็ดังขึ้นพร้อมกัน เป็นข้อความรูปถ่ายของกวินทร์ขณะที่เขากำลังยืนอยู่หน้าตึกคณะ... แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ ในรูปนั้นมีเงาของใครบางคนสะท้อนอยู่ในกระจกเงาด้านหลังกวินทร์... เป็นคนที่รินรดาจำได้แม่นว่า 'ตายไปแล้ว' เมื่อห้าปีก่อน!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของพวกเขาทั้งคู่มาจนถึงบทนี้นะคะ หวังว่าหัวใจของรี้ดทุกคนจะยังแข็งแรงพอที่จะรับมือกับความจริงที่กำลังจะเปิดเผยในตอนหน้าค่ะ
เกียร์เปื้อนกาวใจ
Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 30
ความโกรธของวิศวะ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!