“นั่นไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำตัวเป็นเศษเดนหรอกนะ ธันวา”
เสียงทุ้มต่ำของกวินทร์ที่ปกติจะติดกวนประสาท บัดนี้กลับเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาไม่ได้ตะคอก ไม่ได้โวยวาย แต่แววตาคู่คมที่จ้องเขม็งไปยังร่างสูงของรุ่นพี่ตรงหน้า กลับเต็มไปด้วยพายุที่พร้อมจะพัดพาให้ทุกอย่างราบเป็นหน้ากลอง
ธันวาเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ เขายืนพิงกำแพงอิฐเปลือยในมุมอับของโรงอาหารคณะวิศวะ มือข้างหนึ่งหมุนกุญแจรถเล่นเบาๆ ขณะที่สายตาเหลือบมองไปทางรินรดาที่กำลังนั่งวาดแปลนอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขาคุยกัน
“เศษเดนเหรอ?” ธันวาแค่นหัวเราะ “คำนี้เก็บไว้ใช้กับแกเถอะไอ้วิน คนที่ปิดบังความเน่าเฟะของครอบครัวไว้ใต้เปลือกนอกสวยหรูน่ะ แกคิดว่ารินเขารู้หรือเปล่าล่ะว่าพ่อแม่แกน่ะ... ‘คนละเรื่อง’ กับสิ่งที่แกบอกเขาไว้”
กำปั้นของกวินทร์กระชับแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน เขาไม่ได้สนใจเรื่องคำขู่เกี่ยวกับครอบครัวในตอนนี้ สิ่งที่ทำให้เลือดในกายเขาสั่นสะท้านด้วยความโกรธ คือภาพจากคลิปวิดีโอที่เพื่อนของเขาส่งมาให้เมื่อครู่... ภาพที่ธันวาเดินเข้าไปกระซิบข่มขู่รินรดาในห้องสมุดเมื่อวานตอนที่เขาไม่อยู่
“เรื่องแม่ฉันแกไม่มีสิทธิ์สะเออะ” กวินทร์ก้าวเข้าไปประชิดตัวธันวา ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาแทรกซึมไปทั่วบริเวณ “แต่เรื่องที่แกไปหาเรื่องริน... นั่นคือบรรทัดสุดท้ายที่แกข้ามเส้นมา”
“แกจะทำอะไรได้?” ธันวาเลิกคิ้วท้าทาย “ต่อยฉันเหรอ? แล้วคิดว่ารินจะมองแกยังไงถ้าเธอเห็นว่าแฟนคนใหม่ของเธอใช้กำลังแก้ปัญหาเหมือนพวกอันธพาลข้างถนน?”
กวินทร์นิ่งไป จังหวะหัวใจที่เต้นรัวเริ่มกลับมาคงที่ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามดับไฟในอกที่ลุกโชน รินรดาไม่ชอบความรุนแรง เธอเป็นคนอ่อนโยน และเขาก็ไม่ต้องการให้ภาพลักษณ์ของเขาในสายตาเธอต้องแปดเปื้อนเพราะผู้ชายสารเลวคนนี้
“ฉันจะไม่ทำอะไรแกที่นี่” กวินทร์พูดเสียงเรียบ หากทว่าแววตาที่จ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของอีกฝ่ายนั้นสั่นไหวไปด้วยความอาฆาต “แต่หลังจากนี้... อย่าให้ฉันเห็นว่าแกเข้าใกล้รินอีกแม้แต่ระยะห่างไม่ถึงเมตร เพราะถ้าเธอร้องไห้ขึ้นมาแม้แต่หยดเดียว ฉันจะทำให้แกไม่ได้เหยียบที่คณะนี้อีกตลอดชีวิต”
ธันวาชะงักไปเล็กน้อยกับน้ำเสียงที่จริงจังเกินกว่าจะเป็นแค่การขู่กรรโชก เขาพ่นลมหายใจออกทางจมูกก่อนจะเดินกระแทกไหล่กวินทร์ออกไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ทำให้กวินทร์รู้สึกคลื่นไส้
กวินทร์ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตาไปหารินรดา ร่างบางในชุดช็อปสีน้ำเงินเข้มกำลังขยับดินสอวาดเส้นแปลนด้วยความตั้งใจ เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนหลุดรุ่ยลงมาปรกใบหน้า เธอขยับแว่นสายตาแล้วขมวดคิ้วน้อยๆ ช่างเป็นภาพที่ดูสบายตาและแสนอบอุ่น จนเขารู้สึกปวดหนึบในอก
*‘ถ้าเธอรู้ความจริงเรื่องแม่ของพี่... เธอจะเกลียดพี่ไปตลอดชีวิตเลยนะ’*
คำพูดของธันวายังคงหลอกหลอนเขาเหมือนเงาตามตัว เขาไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะเสียชื่อเสียง แต่เขากลัว... กลัวว่าคนอย่างเขาที่ชีวิตเต็มไปด้วยบาดแผลและความลับจะทำลายโลกที่สดใสของรินรดาพังทลายลง
เขาสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วเดินเข้าไปหารินรดาที่โต๊ะ
“ริน”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากกระดาษวาดเขียน แววตาคู่สวยที่เคยดูหม่นหมองในตอนแรกพลันสว่างไสวขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นเขา “วิน! มานานหรือยังคะ? รินเพิ่งแก้สเกลตรงนี้นิดหน่อย วินช่วยดูให้หน่อยได้ไหมว่ามันโอเคหรือยัง?”
กวินทร์ทรุดตัวลงนั่งข้างๆ รินรดา กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอทำให้ความโกรธเกรี้ยวในใจเขามลายหายไปเกือบหมด เขาวางมือลงบนโต๊ะข้างๆ มือของเธอ ก่อนจะแสร้งทำเป็นหยิบดินสอขึ้นมาตรวจสอบงาน
“สวยมาก... สวยกว่างานทุกชิ้นที่เคยเห็นเลย” กวินทร์เอ่ยเบาๆ นัยน์ตาจ้องมองแต่ใบหน้าหวานของเธอ ไม่ใช่กระดาษ “ริน... ถ้าวันหนึ่งมีคนมาบอกอะไรแปลกๆ เกี่ยวกับวิน รินจะเชื่อเขาไหม?”
รินรดาชะงักไป เธอวางดินสอลงแล้วหันมามองเขาเต็มตา แววตาของเธอมีความลังเลฉายชัดอยู่เพียงครู่ ก่อนจะระบายยิ้มออกมาบางๆ
“ถ้าเรื่องนั้นไม่ได้มาจากปากของวิน... รินก็คงไม่เชื่อหรอกค่ะ” เธอเอื้อมมือมาแตะหลังมือเขาแผ่วเบา “เพราะสำหรับริน สิ่งที่วินเป็น... คือสิ่งที่วินบอกให้รินรู้เท่านั้น ส่วนคนอื่น เขาไม่ได้รู้จักวินเท่าที่รินรู้จักนี่คะ”
หัวใจของกวินทร์กระตุกวูบ ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่จนเขาเกือบจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เขากำลังหลอกลวงเธอ... ความลับเรื่องครอบครัวที่เน่าเฟะ ความลับที่เขาเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเองเพื่อปกป้องตัวเองจากโลกที่โหดร้าย
“ริน...” เขากำลังจะพูดอะไรบางอย่าง คำสารภาพที่ติดอยู่ที่ปลายลิ้น
*ครืด...*
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของรินรดาดังขึ้นขัดจังหวะ เธอหยิบมันขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว ใบหน้าขาวใสก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดจนเขาสังเกตได้ เธอรีบลุกขึ้นยืนทันที
“วิน... รินต้องไปแล้ว มีเรื่องด่วน...”
“เรื่องอะไร? เกิดอะไรขึ้น?” กวินทร์คว้าข้อมือเธอไว้ด้วยความร้อนรน
รินรดาหันมามองเขา ดวงตาคู่สวยสั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่ ในมือของเธอยังคงกำโทรศัพท์แน่นหน้าจอที่แสดงรูปภาพบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดลงทันที
“ธันวาส่งรูปนี้มาให้รินค่ะวิน...” เธอพูดเสียงสั่น พลางยื่นหน้าจอให้เขาดู “เขาบอกว่า... ถ้าไม่อยากให้รูปนี้ถูกส่งไปถึงอธิการบดีหรือคนในครอบครัววิน... รินต้อง ‘ทำอะไรบางอย่าง’ ให้เขาเดี๋ยวนี้”
ในรูปนั้น ไม่ใช่แค่ภาพธรรมดา แต่มันคือหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึง ‘ความลับ’ เรื่องครอบครัวของเขาที่เขากลัวที่สุดว่าเธอจะรู้... และดูเหมือนธันวาจะไม่ได้แค่ขู่ แต่เขาได้ลงมือทำลายเกราะกำบังสุดท้ายของกวินทร์ไปแล้วเรียบร้อย!
ขอบคุณที่เดินทางผ่านช่วงเวลาที่แสนบีบคั้นหัวใจไปกับกวินทร์และรินรดาในตอนนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
"เกียร์เปื้อนกาวใจ"
Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 29
ความจริงเปิดเผย
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!