Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 16

คำสัญญาของวิศวะ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถ้ารักมันทำให้เธอร้องไห้ขนาดนี้ ทำไมไม่ปล่อยมือเขาสักทีล่ะริน?” น้ำเสียงแหบพร่าของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโถงทางเดินหลังตึกคณะสถาปัตย์ กลิ่นอายของฝนที่เพิ่งซาลงทิ้งคราบชื้นไว้บนพื้นปูน รินรดายืนตัวแข็งทื่อ มือบางกำสายกระเป๋าแน่นจนขึ้นข้อขาว เธอไม่ได้ตั้งตัวเลยว่าจะต้องมาเผชิญหน้ากับเขาในวินาทีนี้ หลังจากที่เรื่องราวในอดีตถูกขุดคุ้ยขึ้นมาจนหัวใจของเธอเปราะบางไปหมดแล้ว รินรดาไม่ตอบ เธอทำเพียงหันหลังหนี แต่ทว่าข้อมือเล็กกลับถูกคว้าไว้ด้วยแรงบีบที่คุ้นเคย “พี่ธัน ปล่อยค่ะ” เธอเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามสะบัดออก แต่ชายหนุ่มกลับดึงเธอเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เธอก็เคยเกลียดมันมาตลอด “อย่ามาทำเป็นห่างเหิน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราเคยมีกันและกันไม่ใช่เหรอ ริน... ไอ้กวินทร์มันไม่มีอะไรดีไปกว่าผมหรอก มันก็แค่ไอ้เด็กวิศวะสายดาร์กที่วันๆ สนใจแต่เครื่องยนต์ ถ้ามันรู้ว่าเธอมีแผลเป็นในใจที่ไม่มีวันจางลงได้แบบนั้น มันจะยังอยากอยู่ข้างเธอไหม?” “พี่ไม่มีสิทธิ์พูดถึงเขาแบบนั้น!” รินรดาตวาดกลับ ดวงตาคู่สวยสั่นไหวด้วยความโกรธและเสียใจ “ทำไมจะไม่มีสิทธิ์? ผมเป็นคนแรกที่เห็นเธอพัง ผมเป็นคนแรกที่รู้ว่าเธอเปราะบางแค่ไหน” ธันวากระตุกยิ้มมุมปาก “เขาทิ้งเธอไว้กับความเจ็บปวดซ้ำๆ นะริน ลองคิดดูดีๆ ถ้าวันนี้เธอเลือกเดินกลับไปหาความสุขที่จอมปลอม... วันข้างหน้าคนที่จะแตกสลายก็คือเธอคนเดียว” ประโยคนั้นบาดลึกเข้าไปในใจของรินรดา ราวกับมีคมมีดกรีดลงบนความทรงจำที่เธอพยายามจะฝังกลบ แต่วินาทีที่ความหวาดกลัวกำลังกัดกินหัวใจ มือหนาที่แข็งแรงกว่าใครในโลกก็สอดเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน พร้อมกับแรงกระชากที่ทำให้ธันวาเซถอยหลังไปหลายก้าว กวินทร์ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาช่วยปลอบประโลมความสับสนในใจรินรดาได้ทันที ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะกวนประสาทคนอื่นอยู่เสมอ ตอนนี้กลับนิ่งสนิทจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ธันวา “คำพูดเมื่อกี้... มึงช่วยพูดใหม่ให้กูฟังชัดๆ อีกสักรอบได้ไหม?” กวินทร์ถาม น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่มันกลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง “กวินทร์...” รินรดาครางชื่อเขาแผ่วเบา กวินทร์ไม่ได้หันไปมองเธอ แต่เขากลับก้าวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้อย่างมิดชิด เหมือนเขื่อนยักษ์ที่พร้อมจะรับแรงกระแทกแทนเธอทุกอย่าง เขาปัดมือที่เปื้อนคราบฝุ่นออกจากเสื้อตัวเองพลางหัวเราะหึในลำคอ “คนแบบมึงนี่มันขยะจริงๆ นะธันวา เก่งแต่รื้อฟื้นเรื่องคนอื่นเพื่อกดเขาให้ต่ำลง” กวินทร์หันไปมองรินรดาเพียงเสี้ยววินาที สายตาที่ดุดันเมื่อครู่กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่เปี่ยมไปด้วยความหมาย “ส่วนเธอ... หยุดทำหน้าเหมือนโลกจะแตกได้แล้ว คนที่เธอควรแคร์ คือคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอตอนนี้ ต่างหาก” ธันวาสบถคำหยาบก่อนจะเดินกระแทกไหล่กวินทร์ออกไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่กดดันมากกว่าเดิม กวินทร์หันกลับมาหาหญิงสาวที่ยังคงสั่นเทา เขาถอนหายใจยาวก่อนจะคว้ามือเธอมากุมไว้ แน่น... จนรินรดารู้สึกถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือหนาที่เปื้อนคราบสีน้ำมันเล็กน้อยจากช็อปวิศวะ “กวินทร์... ทำไมต้องทำขนาดนี้ด้วย” เธอถามเสียงสั่น “พี่ธันเขาพูดถูกนะ ฉันมันมีแผลเยอะเกินกว่าที่ใครจะอยากมาดูแลไหว” กวินทร์ไม่ได้ตอบในทันที เขาจูงมือเธอเดินไปที่ม้านั่งหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เงียบสงบที่สุดในคณะ เขาหย่อนตัวลงนั่งแล้วดึงเธอให้ทรุดลงนั่งข้างๆ ก่อนจะเชยคางมนขึ้นให้สบตากับเขา “รินฟังนะ” เสียงของเขาไม่ดุเหมือนเคย แต่มันหนักแน่นและจริงจังจนน่าตกใจ “ผมไม่สนหรอกว่าในอดีตเธอเคยพังทลายเพราะใคร หรือต้องเจ็บปวดกับเรื่องอะไรมาบ้าง แผลเป็นของเธอมันอาจจะดูน่ากลัวสำหรับคนอื่น แต่สำหรับผม... มันคือหลักฐานว่าเธอเข้มแข็งแค่ไหนที่ผ่านมันมาได้” “...” “ผมอาจจะเป็นแค่วิศวะปากร้าย ที่วันๆ เอาแต่คลุกอยู่กับเครื่องยนต์ แต่ผมสัญญา... ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเป็นปัญหาของเธอ หรือความทรงจำแย่ๆ ที่คอยตามหลอกหลอนเธอ ผมจะเป็นคนรับมือกับมันเอง ผมจะปกป้องเธอ ไม่ใช่ในฐานะคนรักที่หวังผลประโยชน์ แต่ในฐานะคนที่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำลายความสดใสของเธอได้อีก” มือหนาเลื่อนขึ้นมาลูบแก้มเนียนเบาๆ นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยน้ำตาที่ไหลลงมาโดยที่เธอไม่รู้ตัว “ผมอาจจะไม่ได้เพอร์เฟกต์เหมือนใครเขา แต่ถ้าเป็นเรื่อง ‘ดูแลรินรดา’... ผมเชื่อว่าผมทำได้ดีกว่าไอ้หมอนั่นเป็นร้อยเท่า” คำสัญญาของวิศวะหนุ่มไม่ใช่คำหวานหูที่เลื่อนลอย แต่มันคือคำประกาศเจตจำนงที่ทำให้หัวใจของรินรดาเต้นผิดจังหวะ เธอรู้ดีว่าการเปิดใจครั้งนี้เสี่ยงแค่ไหน แต่นัยน์ตาคู่นั้นของกวินทร์กลับทำให้เธอรู้สึกว่า ต่อให้พายุจะโหมกระหน่ำแรงแค่ไหน เธอก็จะไม่หลงทางอีกต่อไป “ขอบคุณนะกวินทร์” เธอพึมพำ กวินทร์ยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกของวัน มันเป็นยิ้มที่สว่างไสวเสียจนรินรดาแทบหยุดหายใจ “ไม่ต้องขอบคุณหรอก แค่จำไว้ว่าจากนี้ไป... โลกของเธอจะมีผมเข้าไปนั่งป่วนทุกวันก็พอ” บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจของทั้งคู่ราวกับบทเพลงที่กำลังบรรเลงจังหวะแห่งรัก กวินทร์ขยับตัวเข้าไปใกล้จนหน้าผากของเขาแตะกับหน้าผากของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงปลายจมูก สัญญาณแห่งความสัมพันธ์ที่กำลังจะก้าวไปอีกขั้นกำลังก่อตัวขึ้น ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังจะหลับตาลงเพื่อรับสัมผัสจากเขา เสียงแจ้งเตือนจากมือถือในกระเป๋ากางเกงของกวินทร์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ เขายอมผละออกอย่างขัดใจพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่ทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นชื่อบนหน้าจอ ใบหน้าที่เคยดูมั่นคงและอบอุ่นของกวินทร์ก็เปลี่ยนไปเป็นความเคร่งขรึมอย่างเห็นได้ชัด เขาเงยหน้ามองรินรดาด้วยสายตาที่เธออ่านไม่ออก ก่อนจะลุกขึ้นยืนกะทันหัน “ริน... กลับหอพักเดี๋ยวนี้ แล้วล็อกห้องให้แน่นหนา อย่าเปิดให้ใครเด็ดขาดถ้าไม่ใช่ผม” “เกิดอะไรขึ้นคะกวินทร์?” กวินทร์ไม่ได้ตอบ เขาทำเพียงมองไปที่มุมตึกอย่างระแวดระวัง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ “คนที่ผมไม่อยากให้เธอเจอที่สุดในเวลานี้... เขามาอยู่ที่นี่แล้ว” ร่างสูงหันหลังวิ่งหายไปในเงามืดของอาคาร ทิ้งให้รินรดายืนตัวแข็งค้างอยู่ท่ามกลางความสงสัยที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ ใครกันที่ทำให้กวินทร์หวาดระแวงได้ขนาดนี้? ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ อย่าลืมเป็นกำลังใจให้รินรดากับความจริงที่เริ่มสั่นคลอนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนถัดไปกันนะคะ - เกียร์เปื้อนกาวใจ -
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%