“ถ้าคุณยังจ้องโมเดลตัวนี้ด้วยสายตาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแบบนั้น ฉันคงต้องขอบริจาควิญญาณให้วิชาสถาปัตย์ไปตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ”
รินรดาวางคัตเตอร์ลงบนโต๊ะทำงานเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะอยู่ตรงหน้า กวินทร์ไม่ได้ตอบอะไร เขาสวมเสื้อช็อปวิศวะสีซีดที่ดูจะไม่ได้ทำหน้าที่กันเปื้อนเท่าไหร่ แต่กลับทำหน้าที่ดึงดูดสายตาคนรอบข้างได้ดีเสมอ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องผสมกับกลิ่นสบู่อ่อนๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขา
“ผมไม่ได้จ้องจะกินเลือดกินเนื้อ ผมแค่กำลังประเมินว่า ถ้าผมเอาคานเหล็กไปวางไว้ตรงนี้ แทนที่จะเป็นเสาไม้บัลซ่าอ่อนๆ นี่ ตึกของคุณจะพังลงมาทับหัวคนอยู่ข้างในไหม” กวินทร์ยักไหล่ ปากคอเราะร้ายตามฉบับวิศวะโยธาที่เชื่อมั่นในโครงสร้างเหนือสิ่งอื่นใด
“นี่มันโปรเจกต์ดีไซน์ค่ะ ไม่ใช่โปรเจกต์สร้างเขื่อนกั้นน้ำที่คุณจะเอาเหล็กมาวางเกะกะได้ตามใจชอบ!” เธอเถียงกลับทันควัน แม้จะรู้ว่าเขากำลังกวนประสาท แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่คนปากร้ายคนนี้ยอมสละเวลามานั่งเฝ้าเธอทำโมเดลจนดึกดื่น
“ไปเดินเล่นกันเถอะ” กวินทร์ตัดบท เสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนโทนจากจิกกัดเป็นนุ่มนวลอย่างกะทันหัน เขาคว้ากระเป๋าของเธอไปถือไว้เสียเอง “ในสวนสาธารณะท้ายมอตอนนี้ลมเย็น สวนปิดตอนสี่ทุ่ม เรายังมีเวลาอีกชั่วโมงที่จะไปพิสูจน์ว่าคนอย่างผมกับคุณน่ะ เดินร่วมทางกันได้โดยไม่ตีกันตายก่อนไหม”
รินรดาลังเลครู่หนึ่งก่อนจะยอมวางคัตเตอร์ลงแล้วเดินตามร่างสูงโปร่งออกไป ความเงียบยามค่ำคืนไม่ได้อึดอัดอย่างที่คิด แสงไฟจากเสาไฟในสวนทอดเงาของทั้งคู่ให้ยาวไปบนพื้นทางเดิน กวินทร์เดินเว้นระยะห่างพอสมควร แต่มือหนาของเขาก็ปัดผ่านมือเธอเป็นระยะราวกับตั้งใจหยั่งเชิง
“ทำไมถึงมาเรียนสถาปัตย์ล่ะ” เขาถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ “เห็นคุณบ่นเรื่องอดหลับอดนอนทุกวัน ไม่เห็นจะมีความสุขตรงไหนเลย”
“เพราะรินอยากสร้างพื้นที่ที่ทำให้คนมีความสุขค่ะ” เธอตอบพลางมองไปที่ผืนน้ำในสระตรงหน้า “เหมือนที่รินพยายามสร้างความฝันให้เป็นจริง... แล้วคุณล่ะ ทำไมถึงเลือกเรียนวิศวะ ทั้งที่ลึกๆ แล้วคุณชอบวาดรูปเล่นในสมุดสเก็ตช์มากกว่า?”
กวินทร์ชะงักฝีเท้าไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยคมกล้าสั่นไหววูบหนึ่งก่อนจะกลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มมุมปาก “เพราะครอบครัวอยากให้เป็น ‘ผู้สร้าง’ ที่จับต้องได้มากกว่า ‘ศิลปิน’ ที่เพ้อฝันน่ะมั้งครับ แต่มันก็ไม่ได้แย่... อย่างน้อยตอนนี้ผมก็ได้สร้างช่วงเวลาที่น่าจดจำกับสถาปนิกที่ดื้อที่สุดในคณะ”
“ใครดื้อ!” เธอทำตาเขียวใส่ แต่สุดท้ายก็หลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นเขาส่งยิ้มกวนๆ มาให้
พวกเขานั่งลงบนม้านั่งไม้ตัวเก่าในมุมมืดของสวน กวินทร์หยิบไอศกรีมแท่งที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อข้างทางออกมาแบ่งครึ่งอย่างชำนาญ ก่อนจะยื่นให้รินรดา การกระทำที่ดูเรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยความใส่ใจนี้ ทำให้กำแพงในใจของรินรดาที่สร้างขึ้นเพื่อป้องกันความผิดหวังจากคนรักเก่าเริ่มพังทลายลงช้าๆ เธอแอบมองใบหน้าด้านข้างของเขา แสงไฟสลัวทำให้กวินทร์ดูอ่อนโยนและน่าค้นหามากกว่าทุกวันที่เคยพบเจอ
“ถ้ารินบอกว่ารินกลัว...” เธอเริ่มเสียงเบา “กลัวว่าถ้าเราสนิทกันมากกว่านี้ สุดท้ายมันจะจบลงเหมือนที่เคยเป็นมา คุณจะว่ารินอ่อนแอไหมคะ?”
กวินทร์หันมามองเธอเต็มตา แววตาของเขาจริงจังจนรินรดารู้สึกหายใจสะดุด เขาขยับเข้ามาใกล้จนเธอกลั้นหายใจ มือหนาเอื้อมมาปัดปอยผมที่ปรกหน้าเธอออกอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ
“รินรดา... ผมไม่ใช่คนดีเลิศเลอ ผมอาจจะปากเสีย ปากร้าย และบางครั้งก็งี่เง่าจนน่ารำคาญ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าด้วยความจริงใจ “แต่ถ้ามีสิ่งหนึ่งที่วิศวะอย่างผมมั่นใจมากที่สุดในชีวิต คือการออกแบบโครงสร้าง... และผมสัญญาว่าโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเรา ผมจะออกแบบให้มันแข็งแรงที่สุด เท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้”
บรรยากาศรอบข้างดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่ร้องระงมในสวน ความหวานละมุนที่อบอวลอยู่ในอากาศทำให้รินรดาแทบจะละลาย เธอพยักหน้ารับเบาๆ เป็นคำตอบที่แทนทุกคำพูด ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนานท่ามกลางความเงียบที่แฝงไปด้วยความหมายที่เกินกว่าจะบรรยาย
ทว่า ความสุขที่กำลังก่อตัวกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังมาจากมุมมืดของพุ่มไม้ ทั้งคู่ผละออกจากกันทันที กวินทร์ขมวดคิ้วแน่นก่อนจะลุกขึ้นยืนบังร่างบางของรินรดาไว้ด้านหลัง ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด แสงไฟสลัวเผยให้เห็นใบหน้าที่รินรดาคุ้นเคยเป็นอย่างดี—ธันวา
“โรแมนติกจังนะ” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา สายตาของเขาจ้องเขม็งมาที่กวินทร์ก่อนจะเปลี่ยนไปสบตารินรดาด้วยความรู้สึกที่อ่านไม่ออก “คิดเหรอว่าวิศวะที่เอาแต่พังบ้านคนอื่นแบบมัน จะดูแลสถาปนิกอย่างเธอได้จริงๆ ริน?”
รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจและสับสน กวินทร์กระชับไหล่เธอไว้แน่นพร้อมกับก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูเก่า ทว่าก่อนที่การปะทะคารมจะเริ่มต้นขึ้น ธันวาก็โยงซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูเก่าคร่ำครึมาวางลงบนม้านั่งไม้ แล้วพูดประโยคที่ทำให้โลกของรินรดาสั่นคลอนจนแทบหยุดหมุน
“ก่อนจะสัญญาอะไรกันน่ะ ช่วยเช็กให้ดีก่อนนะกวินทร์ ว่าผู้หญิงข้างหลังนาย... มี ‘ความลับ’ อะไรซ่อนไว้อยู่ในแบบแปลนชีวิตที่เธอไม่เคยบอกใคร”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันในตอนนี้นะคะ อย่าลืมเป็นกำลังใจให้รินรดากับความจริงที่เริ่มสั่นคลอนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนถัดไปกันนะคะ - เกียร์เปื้อนกาวใจ -
Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 17
เดทแรกที่สวนสาธารณะ
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!