“ถ้าพี่จะวางคานเหล็กแบบนั้น รบกวนช่วยนึกถึงตอนที่มันถล่มลงมาทับหัวเฟรชชี่ด้วยนะคะ คุณวิศวกรขี้เก๊ก”
รินรดากระแทกสันปากกาเน้นเส้นบนพิมพ์เขียวที่กางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวยาว เสียงของเธอไม่ได้เรียบเฉยอย่างที่พยายามแสดงออก แต่มันเจือไปด้วยความหงุดหงิดปนเหนื่อยหน่ายที่สะสมมาตลอดสามชั่วโมง กลิ่นสีสเปรย์และกลิ่นเหงื่อจางๆ ในโรงละครกิจกรรมมหาลัยเริ่มทำให้บรรยากาศรอบตัวอึดอัดจนน่าหายใจไม่ออก
กวินทร์ที่กำลังนั่งชันเข่าขัดตาทัพอยู่บนพื้นเงยหน้าขึ้นจากโครงเหล็กฉาก ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นสายตากรอบบางหรี่มองหญิงสาวที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ เขาไม่ได้โกรธเคืองกับคำประชดประชันนั่น ตรงกันข้าม... เขากลับยกยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจแต่แฝงความเอ็นดูไว้เต็มเปี่ยม
“หมอแผนกหัวใจคนสวยกำลังสอนวิศวะวิธีวางโครงสร้างเหรอครับ? ถ้าผมทำตามที่หมอบอก แล้วเกิดมันพังขึ้นมา หมอจะรับผิดชอบเยียวยาใจผมยังไงดีล่ะ”
“กวินทร์!” รินรดาแหวใส่ ใบหน้าหวานเริ่มขึ้นสีระเรื่อด้วยความอาย “นี่งานกิจกรรมมหาลัยนะคะ ไม่ใช่ที่เล่น อย่ามาทำเป็นปากดีแถวนี้ได้ไหม เพื่อนคนอื่นเขามองกันหมดแล้ว”
กวินทร์ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสูงที่ต่างกันทำให้เขาต้องก้มลงมองเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนจากความขี้เล่นเป็นความจริงจังชั่วขณะ เขาขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นไอจางๆ ของน้ำหอมที่ผสมกับกลิ่นโลหะอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา มันเป็นกลิ่นที่ทำให้หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่เสมอ
“ผมก็แค่ทำงานของผมไป ส่วนหมอก็แค่ทำตามหน้าที่... แต่ที่มันช้าน่ะ เพราะผมไม่อยากให้มันเสร็จเร็วเกินไปต่างหาก” เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะขยับเข้าไปกระซิบข้างใบหูเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ถ้างานเสร็จ... หมอก็คงรีบหนีผมไปหาเมย์ใช่ไหมล่ะ?”
“ทำไมถึงชอบคิดเองเออเองนักนะ” เธอถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว พยายามรวบรวมสมาธิกับโมเดลจำลองตรงหน้า “รินแค่ไม่อยากมีปัญหาเรื่องกำหนดการ... แล้วก็นะ รินไม่ได้หนีใครทั้งนั้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงตะโกนสั่งงานของฝ่ายพรอปและเสียงตอกตะปูจากมุมไกลๆ ทั้งสองคนยืนอยู่ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างโครงเหล็กกับโต๊ะเขียนแบบ รินรดารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากตัวกวินทร์ที่แผ่ออกมา ความรู้สึกที่เธอพยายามกดทับไว้ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์คู่ครั้งนี้เริ่มสั่นคลอน
“ริน...” กวินทร์เรียกชื่อเธอเบาๆ ไม่มีการล้อเล่นเหมือนทุกครั้ง มือหนาเอื้อมไปหยิบเศษฝุ่นที่ติดอยู่บนไหล่ของเธอออกให้อย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นทำเอาลมหายใจของเธอสะดุด “ผมรู้ว่าหมอกลัว... กลัวที่จะเริ่มใหม่เพราะเรื่องเก่าของพี่ธันวา แต่ถ้าหมอเอาแต่กลัวแบบนี้ หมอก็จะมองไม่เห็นสิ่งที่ผมตั้งใจทำให้หมอเลยนะ”
รินรดาชะงัก สายตาประสานกับดวงตาคู่คมของเขาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความอ้อนวอนอย่างปิดไม่มิด นี่คือมุมที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็น... มุมที่เปราะบางและคลั่งรักจนน่าใจหาย
“พี่กวินทร์... เรื่องพี่ธันวา มันจบไปนานแล้วนะคะ” เธอพยายามพูดให้หนักแน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ใจจะสั่นไหวก็ตาม “รินแค่... แค่ไม่แน่ใจว่าความรู้สึกของพี่ มันเป็นแค่การเอาชนะ หรือเป็นความต้องการจริงๆ”
กวินทร์แค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เขาคว้ามือเธอมาวางไว้บนโครงเหล็กที่เขาสร้าง “นี่คือ Blueprint ของหัวใจผมครับริน มันอาจจะดูขรุขระ ปากร้าย และเอาแต่ใจไปบ้าง แต่มันสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับแค่หมอคนเดียวมาตลอด... ไม่เชื่อลองฟังดูสิ”
เขาดึงมือเธอให้ขยับเข้าไปใกล้หน้าอกซ้าย เสียงหัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนรินรดาสัมผัสได้ผ่านเนื้อผ้าเสื้อช็อป มันเป็นจังหวะที่ซื่อสัตย์กว่าคำพูดใดๆ ที่เขาเคยพ่นออกมาเสียอีก
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะลึกซึ้งไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากทางเข้าโรงละคร รินรดารีบดึงมือออกทันที ทั้งคู่หันไปมองพร้อมกันที่ประตูใหญ่
ร่างสูงคุ้นตาของธันวายืนพิงกรอบประตูอยู่ สายตาคมกริบของเขาไม่ได้มองไปที่ใคร นอกจากรินรดา มือของธันวาถือถุงขนมหวานที่รินรดาชอบที่สุดในมือ เขาก้าวเข้ามาหาช้าๆ ท่ามกลางความเงียบสนิทที่เกิดขึ้นในโรงละคร
“ทำงานกันหนักเลยนะ... พี่ซื้อขนมมาฝาก หมอเหนื่อยแย่เลยใช่ไหมครับ?” ธันวาพูดพร้อมกับส่งยิ้มที่เต็มไปด้วยความนัยน์ตาเยือกเย็นมาให้รินรดา ก่อนจะปรายตามองกวินทร์ด้วยสายตาเหยียดหยาม “งานเฟรชชี่ปีนี้ดูท่าจะวุ่นวายกว่าที่คิดนะ... เพราะมีพวกมือสมัครเล่นมาเสนอหน้าทำอะไรเกินตัว”
กวินทร์ขยับตัวขึ้นบังหน้าหญิงสาวไว้ทันควัน บรรยากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนเป็นคุกรุ่นด้วยโทสะในวินาทีเดียว รินรดารู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกเมื่อเห็นสายตาของอดีตคนรักที่จ้องมองมายังตนเหมือนจะสื่อความหมายบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่
“ออกไปจากตรงนี้ซะ ก่อนที่ผมจะลืมไปว่าที่นี่เป็นพื้นที่มหาวิทยาลัย” กวินทร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่เต็มไปด้วยไอสังหารที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย
ธันวาเพียงแค่หัวเราะในลำคอ ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดตรงหน้ากวินทร์ แล้วขยับเข้าใกล้จนเกือบจะชนหน้าอก “กวินทร์... นายมันก็แค่ตัวสำรองที่รอวันหมอเขาเบื่อ แต่บอกไว้เลยนะว่า ‘ความลับ’ ที่ฉันถืออยู่... มันจะทำให้นายเสียใจยิ่งกว่าตอนที่เธอทิ้งฉันไปเสียอีก”
รินรดาตัวชาไปทั้งร่างเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เธอเงยหน้ามองแผ่นหลังของกวินทร์ที่ตึงเปรี๊ยะด้วยความโกรธ พร้อมกับตั้งคำถามในใจว่า ‘ความลับ’ ที่ธันวาพูดถึง... มันคืออะไรกันแน่?
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและอดทนไปกับความกดดันของกวินทร์และรินรดาในบทนี้ แล้วมาพบกันต่อในตอนหน้านะคะ - เกียร์เปื้อนกาวใจ -
Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 23
งานกิจกรรมมหาลัย
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!