Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 22

ที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียว

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“เลิกทำตัวเป็นพระเอกแบกโลกสักทีได้ไหมกวินทร์! นายไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ไม่มีความรู้สึกนะ!” เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสตูดิโอออกแบบของคณะสถาปัตย์ที่เหลือเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เธอวางคัตเตอร์ลงบนแผ่นรองตัดจนเกิดเสียงดัง ‘แกร๊ก’ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะตัดได้ด้วยมีด กวินทร์ในชุดช็อปวิศวะตัวเดิมที่เปื้อนคราบน้ำมันและฝุ่นผงจากการซ่อมโปรเจกต์ใหญ่ นั่งก้มหน้าอยู่บนเก้าอี้สตูล มือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจาขวานผ่าซากที่ใครๆ ต่างคุ้นเคย เหมือนกวินทร์คนปากจัดคนเดิมได้ตายไปแล้ว เหลือเพียงชายหนุ่มที่แตกสลายจากความกดดันของครอบครัวที่ประดังเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ “กวินทร์... เงยหน้าขึ้นมาคุยกับรินเดี๋ยวนี้” เธอเดินอ้อมโต๊ะไม้ตัวใหญ่เข้าไปใกล้ ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเขา สายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนของนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดที่คุ้นเคยกับการเยียวยาบาดแผล กำลังจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำของวิศวกรหนุ่ม “ผม... ผมทำไม่ได้แล้วริน” เสียงของเขาแหบพร่า “พ่อบอกว่าผมเป็นความหวังเดียว ถ้าผมทำโปรเจกต์จบนี้พัง ผมก็ไม่เหลืออะไรเลย ความพยายามสามปีที่ผ่านมามันกลายเป็นแค่ขยะในสายตาเขา” รินรดาไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอใช้มือนุ่มๆ เอื้อมไปกุมมือที่สั่นเทาของเขาไว้ มือที่หยาบกร้านจากการจับประแจของกวินทร์สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากปลายนิ้วของเธอ มันไม่ใช่แค่ความเห็นใจ แต่มันคือความเข้าใจที่เขามองหามาตลอดชีวิต “ในสายตาพ่อ นายอาจจะเป็นแค่ฟันเฟืองตัวหนึ่ง แต่ในสายตาของฉัน... กวินทร์คือมนุษย์ที่มีหัวใจ มีความฝัน และมีสิทธิ์ที่จะเหนื่อยนะ” รินรดาบีบมือเขาเบาๆ “ไม่ต้องเป็นวิศวกรที่เก่งที่สุดของใครก็ได้ แค่เป็นกวินทร์ที่อยู่ข้างๆ ฉันก็พอแล้ว” ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความกดดัน หากแต่เป็นความอบอุ่นที่แทรกซึมผ่านรอยร้าวในใจของกวินทร์ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ซบหน้าลงกับฝ่ามือของรินรดาที่วางอยู่บนตัก กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุดสเก็ตช์ภาพผสมกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ จากตัวเธอ กลายเป็นยาชูกำลังชนิดเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าโลกที่พังทลายกำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้นใหม่ “ริน... ทำไมต้องดีกับผมขนาดนี้ ในเมื่อผมเอาแต่ผลักไสคุณ” “เพราะรินรู้ว่าภายใต้คำพูดร้ายๆ ของนาย มันคือความกลัวใช่ไหมล่ะ กลัวว่าถ้าใครเห็นความอ่อนแอของนาย นายจะถูกทอดทิ้งเหมือนที่เคยเจอมา” รินรดาลูบผมนุ่มของเขาอย่างแผ่วเบา “แต่นายจำไว้เลยนะ กวินทร์... ต่อให้นายไม่มีอะไรเหลือ ไม่มีเกียร์ ไม่มีโปรเจกต์ ไม่มีคำชมจากใคร ที่นี่... ข้างๆ ริน จะเป็นที่พึ่งเดียวที่นายไม่ต้องแบกอะไรไว้เลย” กวินทร์เงยหน้าขึ้น สายตาของเขามีความอ่อนไหวจนน่าใจหาย เขาดึงรินรดาเข้ามากอดแน่น ราวกับว่าหากเขาปล่อยมือไป เธอจะหายไปจากโลกใบนี้ ความรักที่เขามักจะแสดงออกด้วยการกระทำที่ห่ามๆ บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นความทะนุถนอมอย่างที่สุด “ขอบคุณนะ... ขอบคุณที่ยังไม่ไปไหน” “ไม่ไปไหนหรอกค่ะ เพราะรินรู้ว่าถ้าไม่มีริน นายคงทำอะไรบ้าๆ ลงไปแน่ๆ” เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เปลี่ยนบรรยากาศให้ผ่อนคลายลง ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังปกคลุมหัวใจของคนทั้งสอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าสตูดิโอ ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของธันวาที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้นด้วยแววตาที่กร้าวร้าวไม่ปิดบัง “หวานกันพอหรือยังกวินทร์? กะอีแค่ปัญหาแค่นี้ถึงกับต้องมานั่งร้องไห้กอดผู้หญิง... อ่อนแอเกินไปไหมวะ” ธันวาก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยตามเข้ามาเตะจมูก “แล้วริน... เธอคิดจริงๆ เหรอว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืนคนนี้มันจะดูแลอนาคตของเธอได้? มันยังเอาตัวไม่รอดเลยด้วยซ้ำ” รินรดาลุกขึ้นยืนทันที เธอขวางหน้ากวินทร์ไว้ด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว แต่กวินทร์กลับลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างสูงของเขาบดบังร่างบางของเธอไว้ข้างหลัง เขาหันกลับมาหาธันวาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความอ่อนแอเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงวิศวกรผู้พร้อมจะปกป้องสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต “กวินทร์ ถอยไป” รินรดากระซิบด้วยความกังวล “ไม่ต้องริน” กวินทร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่กดดันจนอีกฝ่ายต้องชะงัก “เรื่องของผมกับครอบครัว ผมจัดการเองได้ แต่ถ้าคุณจะมาดูถูกผู้หญิงของผม... ก็ลองดูว่าวันนี้คุณจะเดินออกจากห้องนี้ไปได้แบบครบสามสิบสองหรือเปล่า” กวินทร์ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แต่ทว่าในจังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของธันวาก็ดังขึ้น เขาเหลือบมองหน้าจอด้วยสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะหันมามองกวินทร์ด้วยสายตาอาฆาต “จำไว้นะกวินทร์... สิ่งที่นายเพิ่งทำพังไปเมื่อเช้า มันไม่ใช่แค่โปรเจกต์ แต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ผมเตรียมไว้แฉนายในวันพรุ่งนี้... หวังว่าเธอจะยังอยากอยู่ข้างคนขี้โกงอย่างมันนะ รินรดา” คำพูดนั้นทิ้งท้ายไว้ดั่งระเบิดเวลา ก่อนที่ธันวาจะหมุนตัวเดินจากไปทิ้งให้ห้องที่เคยอบอุ่นกลับกลายเป็นความเย็นเยียบ รินรดามองแผ่นหลังของกวินทร์ที่ยืนนิ่งค้าง... สิ่งที่ธันวาพูดหมายความว่าอย่างไรกันแน่? ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและอดทนไปกับความกดดันของกวินทร์และรินรดาในบทนี้ แล้วมาพบกันต่อในตอนหน้านะคะ - เกียร์เปื้อนกาวใจ -
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%