Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 13

เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“ถ้าก้าวออกไป... ก็ไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้าอีก” น้ำเสียงทุ้มต่ำของกวินทร์ไม่ได้สั่นไหว แต่มันกลับแฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปถึงกระดูกสันหลัง รินรดานิ่งค้างอยู่ที่หน้าประตู มือที่กำลังจะหมุนลูกบิดชะงักงัน หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความเงียบในห้องทำงานของกวินทร์บีบคั้นจนลมหายใจดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากลำบาก “คุณไม่มีสิทธิ์มาบงการชีวิตรินนะกวินทร์” รินรดาเค้นเสียงตอบกลับ แม้จะพยายามให้มั่นคงแค่ไหน แต่ความสั่นไหวในน้ำเสียงก็ทรยศเธอจนได้ เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แววตาคมกริบคู่นั้นของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนเหลืออยู่เลยสักนิด มันมีเพียงความดื้อรั้นและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกๆ “สิทธิ์เหรอ?” กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า “สิทธิ์ที่ผมดูแลคุณมาตลอดสามเดือนที่ผ่านมาน่ะหรือ มันยังไม่มากพอที่จะทำให้คุณหยุดคิดถึงไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นอีกรึไง!” “ธันวาไม่ได้เฮงซวย! เขาแค่... มีเหตุผลที่เขาทำไป” “เหตุผลหรือข้อแก้ตัว!” กวินทร์ตวาดกลับ ร่างหนาเข้ามาประชิดจนรินรดาต้องถอยหลังไปพิงประตู บรรยากาศรอบตัวอึดอัดเกินกว่าจะรับไหว “ถ้าคุณอยากไปนัก ก็เชิญ! แต่จำไว้ว่าทุกก้าวที่คุณเดินออกจากห้องนี้ คือการทำลายทุกอย่างที่เราสร้างมาด้วยกัน” รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ เธอเบือนหน้าหนีจากแววตาที่จ้องมองมาอย่างเว้าวอนแต่ในขณะเดียวกันก็กดดันอย่างร้ายกาจ ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูแล้วก้าวออกไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้กวินทร์ยืนอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่าและเศษเสี้ยวของความเชื่อใจที่แตกสลาย --- สองวันต่อมา ณ ร้านกาแฟใต้คณะสถาปัตย์ เมย์นั่งมองเพื่อนสาวที่เอาแต่เหม่อลอยสายตาจดจ้องอยู่กับแบบแปลนตรงหน้าโดยไม่ได้ขยับดินสอเลยแม้แต่นิดเดียว “ริน... นี่แกเป็นแบบนี้มาสองวันแล้วนะ” เมย์เอ่ยขึ้นพร้อมกับเลื่อนแก้วโกโก้เย็นไปตรงหน้าเพื่อน “ตั้งแต่กลับมาจากห้องพี่กวินทร์วันนั้น แกก็ไม่คุยกับใคร กินข้าวก็น้อยลง แล้วไอ้แววตาซากศพนี่คืออะไร? บอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่” รินรดาละสายตาจากแบบแปลนมามองเพื่อนสนิท แววตาของเธอหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด “เมย์... ฉันแค่รู้สึกว่า ฉันกำลังทำผิดพลาดครั้งใหญ่” “ผิดพลาดเรื่องอะไร? เรื่องพี่ธันวาที่มาหาแกที่คณะ หรือเรื่องพี่กวินทร์?” เมย์ถามจี้จุด รินรดานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหลบสายตา “ฉันไม่รู้... กวินทร์เขาโกรธมาก เขาบอกว่าถ้าฉันไปหาธันวา เขาจะไม่รับประกันว่าเขาจะเป็นคนเดิม ซึ่งฉันก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของขนาดนั้น ทั้งที่เราก็ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” เมย์ถอนหายใจยาว ก่อนจะโน้มตัวไปข้างหน้าแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ริน แกนี่มันซื่อจนบื้อเลยนะ พี่กวินทร์เขาไม่ได้แค่หึงแกธรรมดาแล้วล่ะ เขาเรียกว่า ‘คลั่ง’ เว้ย! แกดูไม่ออกจริงๆ เหรอว่าสายตาที่เขามองแกน่ะ มันคือสายตาของผู้ชายที่พร้อมจะยอมตายเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งได้น่ะ” “แต่เขาปากร้าย...” “ปากร้ายแต่ใจดีน่ะมีอยู่จริงบนโลกนะยะ” เมย์แย้ง “คนอย่างพี่กวินทร์น่ะ ถ้าไม่แคร์จริงเขาไม่มานั่งเฝ้าแกตอนป่วย ไม่มาช่วยแกแก้แบบจนโต้รุ่งหรอกนะ ริน... ความสัมพันธ์ของแกกับเขามันก้าวไปไกลเกินกว่าคำว่าเพื่อนสนิทที่แกพยายามหลอกตัวเองแล้ว” รินรดาเม้มปากแน่น ความรู้สึกสับสนตีรวนในใจ เธอโหยหาความอบอุ่นของกวินทร์ แต่ความกลัวจากการถูกหักหลังโดยธันวาในอดีตก็ยังคงเป็นกำแพงที่กั้นขวางเธอไว้ไม่ให้เปิดใจรับใครเข้ามาอย่างเต็มที่ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นใกล้โต๊ะ ทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน และนั่นทำให้รินรดาถึงกับหน้าซีดเผือด ธันวายืนอยู่ตรงนั้น ในมือถือช่อดอกไม้ช่อใหญ่ที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศร้านกาแฟในคณะสถาปัตย์เลยสักนิด เขาไม่ได้มองเมย์เลยแม้แต่น้อย สายตาของเขามีเพียงแค่รินรดาคนเดียว “ริน... พี่มีเรื่องจะคุยกับเธอ เรื่องที่วันก่อนเรายังคุยกันไม่จบ” ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลอย่างที่เขาเคยใช้ในวันวาน “ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับพี่แล้วค่ะธันวา” รินรดาตอบเสียงแข็ง พยายามบังคับมือไม่ให้สั่น “แต่พี่ว่าเรามีนะ...” ธันวาก้าวเข้ามาใกล้ “แล้วก็... พี่ไม่ได้มาคนเดียว วันนี้พี่มีเรื่องสำคัญที่ต้องให้เธอตัดสินใจจริงๆ” ธันวาผายมือออกไปด้านข้าง เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของกวินทร์ที่ยืนกอดอกพิงเสาอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเขานิ่งเรียบจนอ่านไม่ออก แววตาคมคู่นั้นกวาดมองไปที่ช่อดอกไม้ในมือธันวาก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตาที่สั่นระริกของรินรดาด้วยความเย็นชาที่มากกว่าครั้งไหนๆ “เลือกเอาเลยริน” กวินทร์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงไปด้วยความกดดันที่ทำให้บรรยากาศโดยรอบหนักอึ้ง “จะรับดอกไม้ของคนทิ้งคุณไปหาคนอื่น หรือจะเดินมาหาผมแล้วทิ้งเรื่องเน่าๆ พวกนี้ไว้เบื้องหลัง... นับหนึ่งถึงสาม ถ้าคุณไม่เดินมา ผมถือว่าคุณเลือกแล้ว” “หนึ่ง...” เสียงของกวินทร์ดังขึ้นช้าๆ ราวกับค้อนที่ตอกลงบนหัวใจของรินรดา เธอหันไปมองธันวาที่ส่งยิ้มอย่างมั่นใจ ก่อนจะหันกลับมามองกวินทร์ที่กำลังนับเลขด้วยสีหน้าว่างเปล่าแต่ทว่าดวงตาไหวระริก “สอง...” ลมหายใจของรินรดาขาดห้วง โลกทั้งใบดูเหมือนหยุดหมุนในวินาทีนั้นเอง เธอจะเลือกใคร? ระหว่างอดีตที่ยังคงตามหลอกหลอน กับปัจจุบันที่กำลังจะหลุดมือไปตลอดกาล “สาม...” สิ้นเสียงของกวินทร์ เขาก็หันหลังให้แล้วเดินจากไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะรอฟังคำตอบ รินรดาตัดสินใจลุกขึ้นพรวดพราดหมายจะวิ่งตาม แต่ทว่า... มือหนาของธันวากลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่นพร้อมกับกระซิบข้างหูที่ทำให้ร่างบางแข็งทื่อ “อย่าหวังเลยว่าเธอจะได้ไปหาเขา... เพราะสิ่งที่เธอเห็นในวันนั้น มันเป็นแค่จุดเริ่มต้นของความลับที่จะทำให้เธอมองหน้าไอ้กวินทร์ไม่ติดไปตลอดชีวิต” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่ 13 นี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ! - เกียร์เปื้อนกาวใจ -
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%