Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 4

โปรเจกต์เชื่อมใจ

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
"เลิกมองผมด้วยสายตาแบบนั้นสักทีรินรดา ถ้าคิดว่ามันทำให้ผมใจอ่อน บอกเลยว่าคุณคิดผิด... หรือไม่ก็กำลังพยายามทำเรื่องที่มันยากเกินไป" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าของกวินทร์ดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสตูดิโอออกแบบสถาปัตย์ยามค่ำคืน รินรดาชะงักมือที่กำลังถือดราฟต์กระดาษไข ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศที่ปะทะผิวหนังดูจะน้อยไปถนัดตาเมื่อเทียบกับความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้า เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามควบคุมจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบให้กลับมาเป็นปกติ "ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น กวินทร์... และฉันก็ไม่ได้อยากให้คุณมาใจอ่อน" เธอโต้กลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจกำลังสั่นไหว "เราแค่ได้รับมอบหมายให้ทำโปรเจกต์ 'โครงสร้างร่วมใจ' นี้ร่วมกัน... หน้าที่ฉันคือจบมันให้สวยที่สุด ไม่ใช่การมานั่งวิเคราะห์ท่าทีของคุณ" กวินทร์ก้าวเข้ามาประชิดร่างบางในจังหวะที่เธอไม่ทันตั้งตัว กลิ่นสะอาดจางๆ ของน้ำยาขัดโลหะปนกลิ่นบุหรี่จางๆ จากเสื้อช็อปวิศวะตัวเก่งของเขาทำเอาสติของรินรดาพร่าเลือนไปชั่วขณะ เขาวางมือลงบนโต๊ะเขียนแบบคร่อมร่างเธอไว้ราวกับจะกักขังไม่ให้เธอหนีไปไหน สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความลับที่เธอซ่อนไว้ "โปรเจกต์นี้ไม่ได้บังเอิญหรอกริน... คนอย่างอาจารย์วิชาโครงสร้างไม่มีทางจับคู่ 'วิศวะที่หัวแข็งที่สุด' กับ 'สถาปัตย์ที่โลกสวยที่สุด' มาไว้ด้วยกันโดยไม่มีนัยยะหรอก" เขาก้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชิดกัน ความดุดันในแววตาจางลงเหลือเพียงความปรารถนาที่ซุกซ่อนไว้ "บอกผมสิ... ว่าหัวใจคุณยังเต้นแรงเหมือนตอนที่ผมจับมือคุณในโรงอาหารเมื่อตอนกลางวันหรือเปล่า" รินรดากลั้นหายใจ เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากน้ำเสียงของเขา กวินทร์อาจจะปากร้ายและชอบทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แต่เขาก็ไม่เคยปิดบังความรู้สึกตัวเองเลยสักครั้ง... ไม่เหมือนเธอที่ต้องคอยสร้างกำแพงหนาเตอะขึ้นมาป้องกันหัวใจที่เคยแตกสลายจากรักครั้งก่อน "คุณมันบ้า กวินทร์" เธอพึมพำ ก่อนจะเบือนหน้าหนี แต่ชายหนุ่มกลับใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางเธอให้กลับมาสบตากันอีกครั้ง แรงกดเบาๆ ที่คางกลับมีอำนาจสั่งการมหาศาล "ใช่ ผมมันบ้า... บ้าพอที่จะรอให้คุณเลิกหันหลังให้ความรู้สึกตัวเอง แล้วหันมาดูโปรเจกต์ที่ผมตั้งใจทำเพื่อคุณโดยเฉพาะ" เขาหยิบม้วนกระดาษที่วางอยู่มุมโต๊ะออกมากางให้เธอเห็น มันคือพิมพ์เขียวโครงสร้างอาคารอเนกประสงค์ที่ถูกดีไซน์ไว้อย่างประณีต เส้นสายที่แข็งแกร่งของวิศวกรถูกผสมผสานเข้ากับเส้นโค้งมนที่อ่อนช้อยแบบฉบับสถาปัตย์ได้อย่างลงตัวอย่างน่าเหลือเชื่อ รินรดาเบิกตากว้าง เธอจำรายละเอียดบางจุดในภาพวาดนี้ได้... มันคือจุดที่เธอเคยบ่นกับตัวเองเบาๆ ในห้องเรียนว่าอยากให้เป็นหน้าต่างทรงโค้งเพื่อรับแสง "คุณ... คุณแอบฟังฉันตอนไหน" "ผมไม่ได้แอบ" เขายักไหล่ มุมปากยกยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า "ผมแค่ใส่ใจ... ทุกอย่างที่เป็นรายละเอียดของคุณ ผมเก็บไว้ในหน่วยความจำหัวใจหมดแล้ว" บรรยากาศที่เคยตึงเครียดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นที่ชวนให้อึดอัดในอีกรูปแบบหนึ่ง รินรดาแทบจะละลายไปกับคำพูดตรงไปตรงมานั้น แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยอะไรออกไป ประตูห้องสตูดิโอที่ถูกล็อคไว้ก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น "ริน! ฉันว่าแล้วว่าต้องอยู่ที่นี่!" ร่างสูงของธันวาปรากฏขึ้นที่หน้าประตู สีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีนัก ดวงตาคมที่เคยหลงใหลในตัวรินรดาตอนนี้กลับฉายแววเกรี้ยวกราดเมื่อเห็นกวินทร์ยืนอยู่ในระยะประชิดกับหญิงสาว กวินทร์ไม่ได้ขยับถอย เขาเพียงแค่หันไปมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยสายตานิ่งเฉย ทว่ามือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะกลับกำแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมา "ใครอนุญาตให้แกเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของสถาปัตย์วะ ธันวา" กวินทร์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ รังสีความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ธันวาแค่นยิ้มก่อนจะก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าทั้งคู่ "พื้นที่ส่วนตัว? ก็นี่มันแฟนเก่าฉัน... แล้วเธอก็คงลืมไปแล้วสินะว่าคนอย่างไอ้กวินทร์มันไม่มีวันจริงจังกับใครได้นานหรอกริน อย่าให้ความหวังตัวเองกับคนประเภทนี้เลย" กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ ก่อนจะรวบเอวบางของรินรดาเข้ามาไว้ในอ้อมแขนอย่างถือวิสาสะ มือของเขากระชับแน่นจนรินรดารู้สึกได้ถึงแรงสั่นจากอกแกร่ง "คนประเภทไหนก็ช่าง... แต่ตอนนี้คนที่ยืนอยู่ในใจเขา คือผม ไม่ใช่แก" ทันใดนั้นเอง แสงจากหน้าจอโน้ตบุ๊กที่เปิดทิ้งไว้บนโต๊ะก็ดับวูบลง พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นจากระบบล็อกอัตโนมัติของสตูดิโอ ไฟเพดานดับสนิท ทิ้งให้ทั้งสามคนจมอยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่มองไม่เห็นแม้แต่เงาตัวเอง ในวินาทีนั้นเองที่รินรดารู้สึกถึงมืออุ่นๆ ของใครบางคนคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเธอแล้วกระชากให้วิ่งไปตามทิศทางที่ไม่คุ้นเคย "อย่าปล่อยมือผมเด็ดขาด... ถ้าไม่อยากตกหลุมพรางที่ใครบางคนวางไว้ในนี้" เสียงกระซิบของกวินทร์ดังอยู่ข้างหู ทว่าในความมืดที่ไร้แสงนั้น มืออีกข้างที่ดึงเธอไปคนละทิศทางกลับเป็นมือของธันวาที่เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าว่า "ริน... เชื่อใจพี่เถอะ พี่แค่จะพาเธอออกไปจากที่นี่!" หัวใจของรินรดาแทบหยุดเต้น ในความมืดมิดที่มองไม่เห็นอะไรเลย เธอควรจะจับมือใครกันแน่? และใครคือคนที่หวังดีกับเธอจริงๆ ก่อนที่เสียงประตูกระจกบานใหญ่จะแตกกระจายลงพร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่ยืนเด่นอยู่ตรงกรอบประตู! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับความรักที่แสนวุ่นวายนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%