“นี่คุณ... จะจ้องรูปใบนั้นไปถึงไหนกันคะ หรือว่าต้องการจะพิสูจน์เนื้อกระดาษด้วยสายตา?”
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความรำคาญใจของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสมุดคณะสถาปัตย์ เธอมองร่างสูงโปร่งของ ‘กวินทร์’ ที่ยืนพิงชั้นวางหนังสืออยู่ตรงข้าม สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่ภาพถ่ายใบเก่าในมือของเธออย่างไม่วางตา ราวกับว่าโลกทั้งใบของเขาสมควรหยุดหมุนลงตรงนี้
กวินทร์เลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น ใบหน้าคมคายที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มยียวนบัดนี้กลับเรียบเฉยผิดปกติ เขากระตุกยิ้มที่มุมปากเบาๆ ก่อนจะขยับกายเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนกับขอบโต๊ะ
“รูปนี้... ทำไมมันถึงไปอยู่ในกล่องที่เธอทำตกได้ล่ะ?” เขาไม่ได้ตอบคำถาม แต่กลับถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลงจนมีความกดดันบางอย่างเจือปน
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันค่ะ แล้วทำไมคุณต้องทำท่าทางเหมือนเห็นผีตอนที่เห็นมันด้วย?” รินรดารวบรวมความกล้าเงยหน้าสบตากับเขา แววตาของกวินทร์ในยามนี้ไม่มีความกะล่อนอย่างวิศวะคนอื่นที่เธอเคยเจอ มันมีความวูบไหวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จนน่าใจหาย
“ผีเหรอ?” กวินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ “ไม่หรอก... แค่แปลกใจว่าทำไมความทรงจำที่ฉันพยายามลืมไปแล้ว ถึงได้กลับมาทักทายในวันที่ฉันไม่อยากให้มันมาอยู่ตรงหน้า”
เขายื่นมือมาคว้าข้อมือเธอเบาๆ ก่อนจะดึงภาพถ่ายไปไว้ในมือตัวเอง รินรดารีบยื้อไว้แต่เรี่ยวแรงของผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเธอจะไปสู้แรงวิศวะโยธาที่คุ้นเคยกับการแบกเหล็กเส้นได้อย่างไร
“คืนมานะ!”
“กลัวอะไรคะ?” กวินทร์ขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นไอแดดที่ติดตัวเขามา “ถ้าฉันบอกว่ารูปนี้คือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด... เธอจะกล้าฟังต่อไหม?”
บรรยากาศรอบข้างเริ่มตึงเครียด เมย์ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ส่งสายตามาให้รินรดาเชิงเตือน แต่กวินทร์หาได้สนใจไม่ เขาก้มหน้าลงจนปลายจมูกแทบจะแตะกับข้างแก้มของรินรดา สัมผัสถึงความประหม่าที่แผ่ออกมาจากการเต้นของหัวใจที่รัวแรงจนอีกฝ่ายแทบจะหยุดหายใจ
“คุณมันบ้าไปแล้ว!” รินรดาเบี่ยงหน้าหนี พลางกระชากแขนออกอย่างแรง “เราไม่รู้จักกันมาก่อน คุณจะมาพูดจาเพ้อเจ้ออะไรตอนนี้”
“คนเราไม่จำเป็นต้องรู้จักกันมานานถึงจะรู้สึกว่า 'ใช่' หรอกนะ” กวินทร์พูดทิ้งท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินไปที่ประตูก่อนจะหยุดชะงัก “พรุ่งนี้ตอนสิบโมง ฉันจะไปรอที่โรงอาหารคณะสถาปัตย์ ถ้าเธออยากรู้ว่าทำไมเด็กผู้หญิงในรูปถึงถือโมเดลบ้านหลังนั้น... ก็ไปเจอกัน”
เขาจากไปทิ้งไว้เพียงความงุนงงและความสั่นไหวในอกของรินรดา เมย์รีบวิ่งเข้ามาหาเพื่อนสนิททันที “ริน! นี่มันเรื่องอะไรกัน? นายกวินทร์นั่นเขามีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตแก?”
“ฉันไม่รู้เมย์... แต่ที่แน่ๆ คือเขาไม่ได้มาหาเรื่องฉันเล่นๆ แน่”
ตลอดทั้งคืนรินรดานอนไม่หลับ ภาพถ่ายในวัยเด็กกับใบหน้าคมคายของกวินทร์วนเวียนอยู่ในหัว ราวกับจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไปกำลังจะถูกเติมเต็มด้วยมือของเขา ความกลัวในใจที่เคยปิดตายกำลังถูกสั่นคลอนด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่มากกว่าปกติ
วันรุ่งขึ้น ณ โรงอาหารคณะสถาปัตย์ กวินทร์นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่โต๊ะตัวในสุด ท่ามกลางสายตาสาวๆ ทั้งคณะที่มองมาอย่างสนใจ แต่เขากลับปัดกวาดความสนใจเหล่านั้นทิ้งสิ้นทันทีที่เห็นรินรดาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าลังเล
“มาช้าไปสามนาทีนะคะ” เขาพูดพลางเลื่อนเก้าอี้ข้างๆ ให้
“ฉันไม่ได้บอกว่าจะมา”
“แต่เธอก็มา” กวินทร์ยักไหล่ “แสดงว่าความสงสัยของเธอเริ่มทำงานแล้ว”
เขาวางสมุดสเก็ตช์เล่มหนาลงบนโต๊ะ ก่อนจะเปิดหน้าแรกให้เธอเห็น รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นภาพวาดแปลนบ้านหลังหนึ่งที่เหมือนกับในรูปถ่ายไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งรายละเอียดของหน้าต่างลายโค้งและสวนหย่อมเล็กๆ ตรงมุมรั้ว
“นี่คือบ้านที่ฉันเคยออกแบบตอนเด็กๆ... แล้วคุณทำไมถึงมีแปลนนี้ได้?” รินรดาถามด้วยเสียงสั่น
กวินทร์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ “เพราะเจ้าของโมเดลตัวจริงในรูป... คือเหตุผลที่ทำให้ฉันเลือกเรียนวิศวะ และคือเหตุผลเดียวที่ทำให้ฉันยอมลดตัวมาจีบใครสักคนอย่างจริงจัง”
เขายังไม่ทันพูดจบ เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นพร้อมกับเงาของใครบางคนที่ยืนตระหง่านอยู่ด้านหลังรินรดา
“คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ? ดูท่าทางจะสนุกกันจังนะ”
รินรดาตัวแข็งทื่อทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น... เป็นเสียงของ ‘ธันวา’ อดีตคนรักเก่าที่เลิกรากันไปไม่ดีนักในอดีต เขาก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคนก่อนจะส่งยิ้มที่ดูไม่เป็นมิตรให้กวินทร์
“ไง ไอ้รุ่นน้อง... มาป้วนเปี้ยนกับของที่ทิ้งไปแล้วแบบนี้ มันดูไม่เท่เท่าไหร่นะ” ธันวาพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปแตะไหล่ของรินรดาอย่างถือวิสาสะ
กวินทร์ไม่ได้โกรธ แต่เขากลับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ประจันหน้ากับรุ่นพี่ที่หมายหัวเขามานานก่อนจะกดเสียงต่ำที่ฟังดูเยือกเย็น “คนที่ทิ้งของมีค่าไปแบบคุณ... ไม่มีความชอบธรรมที่จะกลับมาเรียกร้องอะไรในตอนนี้หรอกครับ... เพราะสิ่งที่เธอถืออยู่ในมือตอนนี้ ไม่ใช่แค่รูปภาพ แต่มันคือกุญแจที่จะทำให้คนอย่างคุณ... ไม่มีที่ยืนในใจเธออีกต่อไป”
ทันใดนั้นเอง ธันวาก็คว้าภาพถ่ายใบนั้นไปจากมือรินรดาแล้วฉีกมันทิ้งต่อหน้าต่อตา!
ความเงียบเข้าปกคลุมทั้งโรงอาหาร รินรดาหน้าซีดเผือด กวินทร์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นมา เขาไม่ได้โวยวาย แต่กลับยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชาที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็น ก่อนจะก้มลงไปเก็บเศษกระดาษที่ขาดวิ่นขึ้นมาแล้วหันไปกระซิบข้างหูรินรดา
“ถ้าอยากรู้ความลับทั้งหมดว่าทำไมเขาถึงต้องรีบทำลายหลักฐาน... คืนนี้ เจอกันที่ห้องแล็บใต้ดินตึกวิศวะ”
เขาเดินจากไปทิ้งให้รินรดายืนตัวสั่นอยู่ในวงล้อมของสายตานับร้อยคู่ โดยมีธันวายืนยิ้มเยาะอยู่ข้างหลังราวกับผู้ชนะ... แต่ทว่าในเศษกระดาษที่กวินทร์เก็บไปได้นั้น มันไม่ได้มีแค่ภาพถ่าย... แต่มันมีตัวเลขรหัสลับบางอย่างที่เขียนด้วยลายมือของผู้เป็นพ่อของเธอที่เสียชีวิตไปนานแล้ว!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความลับนี้และพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ
ด้วยรักจากใจ... เกียร์เปื้อนกาวใจค่ะ
Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 2
รอยยิ้มที่มองข้ามไม่ได้
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!