“ถ้ามันหายไปจริงๆ นายเตรียมตัวไปจุดธูปเรียกวิญญาณคืนจากอาจารย์ได้เลย กวินทร์ เพราะถ้าโปรเจกต์นี้พัง... ฉันคนแรกที่จะเอาเกียร์นายไปฝังดิน!”
เสียงตวาดกร้าวของธันวา ดังก้องไปทั่วโถงสตูดิโอคณะสถาปัตย์ที่เงียบสงัด กวินทร์ยืนนิ่ง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของเขาไม่ได้แสดงอาการหวั่นไหวต่อคำขู่ แต่ขากรรไกรที่ขบเข้าหากันจนนูนเด่นบ่งบอกถึงพายุอารมณ์ที่กำลังก่อตัวอยู่ภายในใจ
“ฉันไม่ได้ทำหายมั่วซั่ว ธันวา” กวินทร์เอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเย็นเยียบ “และที่สำคัญ... นี่มันถิ่นสถาปัตย์ ไม่ใช่ที่ที่นายควรจะมาตะคอกใส่หน้าคนอื่นแบบนี้”
กวินทร์ก้มลงมองพื้นโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่เต็มไปด้วยโมเดลกระดาษและพิมพ์เขียวที่ยังทำไม่เสร็จ มือหนาที่เปื้อนคราบกาวและฝุ่นชอล์กสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ว่า ‘ล็อกเก็ตเงิน’ ที่เขาสวมติดตัวมาตลอดชีวิตได้หายไปจากกระเป๋าเสื้อช็อปตัวเก่ง ของสิ่งนั้นไม่ได้มีค่าเป็นเงินตรา แต่มันคือสิ่งเดียวที่เขามีไว้เตือนใจถึงคำสัญญาของแม่... แรงกดดันจากครอบครัวที่คาดหวังให้เขาต้องเป็นที่หนึ่งเสมอในคณะวิศวกรรมศาสตร์ ทำให้ของชิ้นนั้นกลายเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจเพียงหนึ่งเดียว
รินรดาซึ่งนั่งเงียบอยู่ที่มุมโต๊ะทำงานถัดไปมานาน สังเกตเห็นความผิดปกติผ่านหางตา เธอไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังบทสนทนาอันดุเดือดระหว่างสองวิศวกรหนุ่ม แต่เมื่อเห็นแววตาที่ดูวูบไหวของกวินทร์ในจังหวะที่เขาหันหลังมา รินรดาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกถึงความเปราะบางที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกร้าว
“คุณ...”
เสียงหวานใสของรินรดาหยุดการโต้เถียงที่กำลังคุกรุ่นลงได้ชะงัด เธอค่อยๆ ลุกขึ้นจากเก้าอี้ไม้ตัวเก่า ในมือถือตลับเงินขนาดเล็กที่มีรอยถลอกจางๆ เอาไว้แน่น
กวินทร์หันขวับ สายตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่หญิงสาวร่างบางในชุดนักศึกษาที่ดูสะอาดสะอ้านต่างจากสภาพของเขาโดยสิ้นเชิง รินรดาขยับตัวด้วยความประหม่า ความทรงจำเก่าๆ ที่เคยถูกธันวา—อดีตคนรักเก่าของเธอ—ทำร้ายจิตใจเริ่มหวนกลับมา แต่เมื่อเห็นหยดเหงื่อที่ซึมบนขมับของกวินทร์ เธอก็ตัดสินใจรวบรวมความกล้า
“คุณทำอันนี้ตกไว้ที่หน้าห้องแล็บเมื่อกี้ใช่ไหมคะ?” เธอถามพร้อมกับยื่นตลับนั้นให้
กวินทร์ชะงัก ลมหายใจที่ติดขัดของเขาผ่อนออกมายาวเหยียดราวกับยกภูเขาออกจากอก เขาเดินตรงเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ และกลิ่นกาวที่ติดตัวเขาทำเอารินรดาเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“เธอ... เก็บได้ที่ไหน?” น้ำเสียงของเขาอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แต่มันกลับเป็นความอ่อนโยนที่มาพร้อมกับความสับสน
“บนพื้นทางเดินน่ะค่ะ เห็นมันกลิ้งอยู่เกือบจะตกท่อระบายน้ำแล้ว เลยเก็บไว้ให้” รินรดาหลบสายตาที่ร้อนแรงคู่นั้น เธอรู้สึกราวกับถูกเปลวไฟแผดเผาเมื่อต้องเผชิญกับความตรงไปตรงมาในแววตาของเขา
กวินทร์รับล็อกเก็ตนั้นมา ความอบอุ่นจากมือของรินรดายังคงเหลืออยู่ในสัมผัส เขาจ้องมองใบหน้าเรียบเฉยที่พยายามปิดบังความตื่นตระหนกของเธอ ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของคนปากร้ายแต่ใจอ่อนระทวย
“ขอบใจนะ... สถาปัตย์” เขาเรียกเธอด้วยชื่อคณะแทนชื่อเล่น “ถ้าของชิ้นนี้หายไป ฉันคงต้องเสียสติมากกว่านี้แน่ๆ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันแค่... ไม่อยากให้ของสำคัญของใครต้องสูญหายไปเฉยๆ” รินรดาตอบพลางก้มหน้ามองงานออกแบบตรงหน้าอีกครั้ง พยายามจะตัดบทสนทนาเพื่อไม่ให้สถานการณ์ยืดเยื้อ
ทว่าธันวาที่ยืนกอดอกมองอยู่ข้างหลังกลับพ่นลมหายใจออกมาอย่างขัดเคือง เขาเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน สายตาที่มองรินรดาเต็มไปด้วยความหมายที่ทำให้คนอ่านต้องรู้สึกอึดอัดแทน
“ริน... เธออย่าไปยุ่งกับไอ้กวินทร์มันเลย มันก็แค่พวกวิศวะคลั่งงานที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่รู้อะไรหรอก” ธันวาเอ่ยเสียงต่ำพลางพยายามจะคว้าแขนรินรดา
“อย่า-แตะ-ต้อง-เธอ” กวินทร์ก้าวเข้ามาขวางทันที แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับเกราะป้องกัน “นายเลิกทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของคนที่เขาไม่ต้องการได้แล้วธันวา ที่นี่คณะสถาปัตย์ ถ้าคิดจะมาหาเรื่องใคร ให้กลับไปหาที่ระบายในช็อปของตัวเองนู่น”
บรรยากาศในห้องสตูดิโอตึงเครียดจนเหมือนมีกระแสไฟฟ้าสถิต รินรดามองกวินทร์ที่กำลังยืนปกป้องเธออย่างงุนงง หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดที่ไม่ได้สัมผัสมานาน
กวินทร์หันกลับมามองรินรดาอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่ได้มองด้วยสายตาที่เย็นชาเหมือนตอนแรก แต่มันกลับมีความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ยากจะหยั่งถึง เขาหยิบปากกาเคมีจากกระเป๋าเสื้อ แล้วคว้ามือของรินรดาขึ้นมาเขียนตัวเลขเบอร์โทรศัพท์ทับลงบนฝ่ามือเธออย่างถือวิสาสะ
“นี่ค่าตอบแทนสำหรับของที่เธอเก็บได้” กวินทร์ยักคิ้วกวนๆ ก่อนจะหันหลังเดินไปคว้ากระเป๋าอุปกรณ์ “ถ้าวันไหนที่สถาปัตย์คนนี้อยากได้ที่ปรึกษาเรื่อง ‘วิศวะปากเสีย’ หรืออยากหนีคนแถวนี้... ก็โทรมาละกัน”
รินรดายืนนิ่งค้างมองเบอร์โทรศัพท์บนฝ่ามือด้วยความตกตะลึง ในขณะที่ธันวายืนกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้นจนหน้าสั่น
ทว่าในจังหวะที่กวินทร์กำลังจะก้าวพ้นประตูห้องสตูดิโอ เขาก็หยุดฝีเท้าลงกะทันหันก่อนจะหันกลับมามองรินรดาด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปเป็นจริงจังจนน่าตกใจ
“อ้อ... แล้วอย่าลืมเช็กล็อกเก็ตนั่นให้ดีล่ะ รินรดา... เพราะข้างในนั้นน่ะ ไม่ได้มีแค่รูปแม่ของฉันหรอกนะ”
เขาพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าเล็กน้อยก่อนจะเดินหายออกไปในความมืดของโถงทางเดิน ทิ้งให้รินรดายืนนิ่งงันอยู่กลางห้อง พร้อมกับความลับที่ถูกเปิดเผยในเสี้ยววินาทีเมื่อเธอเผลอเปิดตลับเงินในมือนั้นออก...
ภาพถ่ายใบเก่าที่อยู่ภายในนั้น ไม่ใช่รูปหญิงวัยกลางคนอย่างที่เธอคิด แต่มันกลับเป็นภาพของ ‘ตัวเธอเอง’ ในวัยเด็กที่กำลังถือโมเดลบ้านหลังเล็กๆ อยู่ในมือ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความรักวุ่นๆ ของวิศวะสายคลั่งกับสถาปัตย์สายละมุนในตอนแรกนี้นะคะ!
Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 1
ของหายกับคุณหมอจำเป็น
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!