Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 32

รักหวานแหววอีกครั้ง

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“นี่มันหมายความว่ายังไง... ริน?” กวินทร์ถามเสียงเรียบ ทว่ามันกลับเย็นเยียบจนหัวใจคนฟังแทบหยุดเต้น รินรดาสะดุ้งสุดตัว มือที่ถือกระดาษสเก็ตช์ภาพในห้องสตูดิโอคณะสถาปัตย์สั่นเทา เธอจ้องมองแผ่นกระดาษที่มีตราประทับของบริษัทออกแบบชื่อดังที่ธันวาเป็นคนยื่นให้เมื่อครู่ ก่อนจะเงยหน้าสบตากับคนตรงหน้าที่ยืนจังก้าอยู่หน้าโต๊ะดราฟต์ นัยน์ตาคมกริบของวิศวกรหนุ่มไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวแบบที่เธอเคยเห็น แต่มันคือความผิดหวังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งงัน ซึ่งน่ากลัวกว่าเป็นไหนๆ “กวินทร์... ฟังรินก่อนนะคะ มันไม่ใช่แบบที่เธอคิด” เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบกลืนหายไปกับความเงียบของห้องสตูดิโอในช่วงค่ำคืน “ไม่คิด? แล้วจะให้คิดว่ายังไง ในเมื่อไอ้ธันวามันเดินมาบอกผมถึงที่คณะว่า ‘รินตกลงจะไปฝึกงานที่เดียวกับมันแล้ว’” กวินทร์แค่นยิ้มที่มุมปาก มือหนายกขึ้นเสยผมอย่างหงุดหงิดก่อนจะตบลงบนโต๊ะไม้เสียงดังปัง “รินเคยบอกผมว่ายังไง บอกว่าไม่อยากยุ่งกับมันอีก ไม่ใช่เหรอ หรือที่พูดมาทั้งหมดมันเป็นแค่เรื่องโกหกที่เธอใช้หลอกให้ผมตายใจ?” รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว “รินไม่มีทางเลือกค่ะ อาจารย์ที่ปรึกษาเป็นคนจัดสรรที่ฝึกงานให้ แล้วชื่อของรินกับพี่ธันวาก็อยู่กลุ่มเดียวกัน... รินพยายามขอย้ายแล้ว แต่ทางคณะบอกว่ามันเกินกำหนดไปแล้วจริงๆ” กวินทร์นิ่งไป ครู่หนึ่งที่ดวงตาของเขาฉายแววสับสน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความอ่อนแสงลงเมื่อเห็นหยดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาในดวงตาคู่สวยของคนรัก เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน ก่อนจะก้าวเข้าไปหาเธอจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย “ริน...” เขาเรียกชื่อเธอแผ่วเบา สองมือหนาประคองใบหน้าหวานขึ้นช้าๆ นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเช็ดหยดน้ำตาที่ไหลลงมาอย่างทะนุถนอม “ที่ผมโกรธ... ไม่ใช่เพราะผมไม่เชื่อใจเธอ แต่มันเพราะผมรู้ว่าไอ้หมอนั่นมันจ้องจะทำอะไร มันเอาเรื่องฝึกงานมาอ้างเพื่อจะดึงเธอไปไว้ในกำมืออีกครั้ง ผมทนไม่ได้หรอกนะ ที่จะต้องเห็นคนของผมถูกคนอื่นรังแกซ้ำๆ แบบนั้น” “รินรู้ค่ะ... แต่รินต้องผ่านมันไปให้ได้ เพื่ออนาคตของรินเอง” เธอกลั้นสะอื้น จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “กวินทร์คะ ถ้าเธอยังไว้ใจรินอยู่ ขอให้เชื่อมั่นในตัวรินนะคะ ว่าไม่มีใครแทนที่เธอในใจรินได้เลย ไม่ว่าจะเป็นในอดีตหรืออนาคต” กวินทร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาหน้าผากแตะกับหน้าผากของหญิงสาว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยของเธอทำให้อารมณ์คุกรุ่นในใจของเขาสงบลงอย่างประหลาด เขาหลับตาลงนิ่งงัน ความเงียบเข้าปกคลุมรอบกาย ทั้งคู่ต่างถ่ายทอดความรู้สึกผ่านการสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงกว่าที่เคยเป็นมา “สัญญาได้ไหม” เขาถามเสียงต่ำ “ว่าจะไม่ปล่อยให้มันมีพื้นที่ในใจเธอ แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว” “รินสัญญาค่ะ” วินาทีนั้นราวกับเวลาหยุดหมุน กวินทร์รวบตัวหญิงสาวเข้ามากอดไว้แน่น อ้อมกอดของเขาไม่ได้มีความหมายแค่ความรัก แต่คือการปกป้องและคำสัญญาว่าจะไม่ห่างไปไหน รินรดารู้สึกถึงความปลอดภัยที่ไหลวนอยู่ในกระแสเลือด เธอซุกหน้าลงกับอกแกร่ง ฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นและมั่นคง เธอไม่เคยรู้เลยว่าการได้พักพิงในที่ที่ปลอดภัยที่สุดนั้นมันวิเศษเพียงใดจนกระทั่งวินาทีนี้ “ถ้ามันกล้าทำอะไรเธอ แม้แต่เรื่องเล็กน้อย...” กวินทร์กระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นโทนดุดันแบบฉบับวิศวะหนุ่มจอมขวางโลก “ผมจะเข้าไปกระชากคอเสื้อมันถึงในบริษัท ไม่สนหรอกว่าจะเป็นรุ่นพี่หรือใครหน้าไหน” รินรดาหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตา “ปากร้ายเหมือนเดิมเลยนะคะ” “ก็แค่กับคนอื่น... แต่กับเธอ ผมใจดีที่สุดแล้วนะ ไม่รู้ตัวหรือไง” เขาผละออกเล็กน้อยก่อนจะใช้นิ้วเคาะจมูกรั้นของเธอเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว ความตึงเครียดที่เคยก่อตัวถูกแทนที่ด้วยความหวานละมุนที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางเศษกระดาษร่างแบบและความฝันที่รอการเติมเต็ม พวกเขานั่งลงบนเก้าอี้ดราฟต์ตัวเดียวกัน กวินทร์เริ่มอธิบายเรื่องโปรเจกต์โครงสร้างอาคารที่เขากำลังทำอยู่ เพื่อช่วยให้รินรดาได้มุมมองใหม่ๆ ในการออกแบบ ทั้งคู่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างออกรส ทุกคำพูดที่สื่อสารออกมามีความใส่ใจและสนับสนุนกันและกันอย่างไม่มีกั๊ก “ตรงนี้ถ้าใช้โครงเหล็กถัก (Truss) แบบนี้น่าจะรับน้ำหนักได้ดีกว่านะ สถาปัตย์มักจะลืมเรื่องวิศวกรรมโครงสร้างไปบ่อยๆ แต่เชื่อผมเถอะ... ถ้าเอาสองอย่างมาผสานกัน งานของเธอจะเป็นชิ้นเอกของรุ่นเลย” กวินทร์พูดพลางใช้ดินสอชี้ไปที่มุมหนึ่งของกระดาษ “ขอบคุณนะคะกวินทร์... ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ รินเสมอ” เธอมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความชื่นชม กวินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองเธอเต็มตา “ถ้าขอบคุณด้วยคำพูดมันดูธรรมดาไป... งั้นขอมัดจำคำสัญญาด้วยอย่างอื่นได้ไหม?” รินรดาหน้าแดงซ่านเมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ทำอะไรไปมากกว่าการกุมมือไว้แน่น เสียงเคาะประตูกระจกห้องสตูดิโอก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ร่างสูงโปร่งของใครบางคนยืนอยู่หน้าประตู แสงไฟจากทางเดินสาดส่องลงมาทำให้เห็นใบหน้าของคนคนนั้นชัดเจน... ธันวายืนยิ้มเย็นชา มือถือซองเอกสารบางอย่างไว้แน่น ก่อนจะก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่ได้รับเชิญ “โทษทีนะที่ขัดจังหวะคู่รักหวานแหวว” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวนพลางวางซองเอกสารลงบนโต๊ะข้างๆ “แต่บังเอิญว่ามี ‘ข่าวดี’ เรื่องที่ฝึกงานที่กวินทร์ควรรู้ไว้ก่อนจะดีใจเกินไป... เพราะบริษัทที่รินจะไปฝึกงานน่ะ ไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวหรอกนะที่เป็นคนดูแล” กวินทร์ขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับแผ่รังสีคุกคาม “มึงพูดเรื่องอะไรของมึง” ธันวาแสยะยิ้มก่อนจะขยับเข้าไปใกล้กวินทร์แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่รินรดาพอจะได้ยินชัดเจน “พ่อของริน... ท่านเป็นคนเซ็นอนุมัติให้ดีลนี้เกิดขึ้น และท่านเพิ่งสั่งให้บริษัทดึงโปรเจกต์ส่วนตัวที่รินตั้งใจทำไปรวมกับโปรเจกต์หลักของผม... อยากรู้ไหมล่ะว่าทำไม?” กวินทร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ความสงสัยในดวงตาเปลี่ยนเป็นความตระหนกเมื่อเห็นสีหน้าของรินรดาที่ถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด “พ่อริน... เกี่ยวอะไรด้วย” เสียงของรินรดาสั่นพร่า ขณะที่ความลับบางอย่างที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มกำลังจะถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีนี้ เกียร์เปื้อนกาวใจหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นและเป็นกำลังใจให้ความรักของกวินทร์และรินรดาในตอนต่อไปนะคะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%