Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 33

กิจกรรมอาสา

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
“เธอจะบอกว่าพ่อของเธอ... เป็นคนอนุมัติโครงการทิ้งขยะอุตสาหกรรมในพื้นที่โรงเรียนที่เรากำลังจะไปอาสานี่เหรอ ริน?” เสียงของกวินทร์ไม่ได้ดัง แต่ความนิ่งเรียบของมันกลับบาดลึกลงไปในอกของรินรดาจนเธอต้องกำสายสะพายเป้แน่น สายตาของชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีร่องรอยของความโกรธเกรี้ยวแบบที่เขาเคยแสดงออกเวลาปากร้ายกับคนอื่น แต่มันคือความผิดหวังที่ปนเปไปกับความสับสนจนน่าใจหาย “กวินทร์... ฉันเองก็เพิ่งรู้เมื่อเช้า” รินรดากลั้นใจตอบ เสียงของเธอสั่นพร่าขณะก้มหลบสายตาคมกริบคู่นั้น บนรถบัสที่กำลังแล่นอยู่บนถนนลูกรังมุ่งหน้าสู่พื้นที่ห่างไกล บรรยากาศรอบข้างดูเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน กวินทร์ถอนหายใจยาวก่อนจะเอนหลังพิงเบาะ เขาสบถเบาๆ ในลำคอแล้วขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กสถาปัตย์กับวิศวะที่มาออกค่าย แต่มันคือปมธุรกิจที่ผูกมัดครอบครัวของเขากับพ่อของเธอเข้าด้วยกันโดยที่พวกเขาไม่เคยระแคะระคายมาก่อน “เราลงจากรถคันนี้ไม่ได้แล้วนะริน” กวินทร์หันมาจ้องหน้าเธอ “แผนงานวิศวกรรมที่ฉันทำไปเสนอเพื่อปรับปรุงอาคารเรียนนั่น พ่อเธออาจจะเป็นคนเซ็นรับรองให้มันผ่าน หรืออาจจะเป็นคนสั่งให้ระงับมันตั้งแต่วันแรก... เธอคิดว่าไง?” รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตสั่นระริก “พ่อไม่เคยเล่าเรื่องงานให้ฉันฟังเลย กวินทร์... ฉันมาค่ายนี้เพราะอยากช่วยเด็กๆ จริงๆ นะ” “ฉันรู้” เขาเอื้อมมือมาแตะหลังมือเธอเบาๆ สัมผัสนั้นอบอุ่นจนเธออยากจะร้องไห้ แต่ก่อนที่บทสนทนาจะลึกซึ้งไปกว่านั้น เสียงฝีเท้าที่เดินวนเวียนอยู่ที่ทางเดินรถบัสก็ทำให้ทั้งคู่ต้องรีบผละออกจากกัน “คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ? ดูเครียดเชียว” ธันวาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรเกินเหตุ ในมือถือขวดน้ำสองขวด เขายื่นหนึ่งขวดให้รินรดาโดยจงใจปัดมือเธอเบาๆ สายตาที่เขามองกวินทร์นั้นมีร่องรอยของการเยาะเย้ยแฝงอยู่ชัดเจน “เรื่องงานอาสาครับพี่ธันวา กวินทร์เขากำลังติวเข้มผมเรื่องโครงสร้างหลังคาอาคารเรียนอยู่” รินรดาชิงตอบพลางรับน้ำมาถือไว้เพื่อตัดบท “งั้นเหรอ?” ธันวายิ้มมุมปาก “ระวังหน่อยนะกวินทร์ ไอ้โครงสร้างที่พ่อรินเขาร่างไว้ตั้งแต่โปรเจกต์ก่อนน่ะ มันไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่นายคิดหรอก อย่าพยายามรื้อแก้ให้มันเหนื่อยเปล่าเลย ปล่อยให้มันเป็นไปตามแผนที่ผู้ใหญ่เขาตกลงกันไว้ดีกว่า” กวินทร์แค่นยิ้มที่ดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก “วิศวกรน่ะครับพี่ ถ้าเห็นอะไรที่มันจะพังลงมาทับหัวเด็กๆ ก็ต้องรื้อทำใหม่ ไม่ใช่ปล่อยให้มันค้างคาเพราะกลัวอำนาจใคร” บรรยากาศในรถบัสคุกรุ่นด้วยกระแสไฟที่มองไม่เห็น รินรดาทำได้เพียงก้มหน้ามองมือตัวเอง ความลับที่พ่อของเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับพื้นที่แห่งนี้กำลังกัดกินความมั่นใจของเธอไปทีละน้อย เมื่อรถบัสจอดสนิทลงที่หน้าโรงเรียนขนาดเล็กที่ทรุดโทรม กลิ่นอายของดินและฝุ่นคละคลุ้งไปทั่ว ทุกคนในค่ายต่างลงมือทำงานกันอย่างขะมักเขม้น รินรดาพยายามจดจ่ออยู่กับการวัดพื้นที่เพื่อทำห้องสมุดใหม่ แต่ในหัวของเธอยังคงวนเวียนอยู่กับคำพูดของกวินทร์และท่าทีแปลกๆ ของธันวา “ริน... มาช่วยดูตรงนี้หน่อย” เสียงกวินทร์ตะโกนมาจากด้านหลังอาคารที่ดูเหมือนอาคารเก็บอุปกรณ์เก่า รินรดาเดินไปหาเขา เห็นชายหนุ่มกำลังงัดแผ่นไม้กระดานที่ปิดทับกำแพงปูนอยู่ กวินทร์หันมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป “ดูนี่สิ” หลังแผ่นไม้นั้นไม่ใช่กำแพงปูนธรรมดา แต่มันคือท่อเหล็กขนาดใหญ่ที่ถูกต่อเชื่อมมาจากแนวรอยต่อของอาคาร ซึ่งมันไม่ควรจะอยู่ตรงนี้ตามพิมพ์เขียวที่เธอได้รับมาจากคณะ กวินทร์ใช้มือลูบไปตามรอยเชื่อมที่เริ่มผุกร่อนจนเกิดสนิมเขรอะ “นี่มันท่อระบายของเสียจากโรงงานนิคมฯ ข้างนอกนี่หว่า” กวินทร์กัดฟันกรอด “มันพาดผ่านใต้ฐานรากอาคารเรียน... พ่อเธอทำอะไรลงไปริน?” รินรดาสะอึกราวกับถูกตบหน้า “ไม่... พ่อไม่ทำแบบนี้หรอก พ่อเป็นวิศวกรนะ!” “บางครั้งอำนาจกับเงินมันก็ทำลายจรรยาบรรณวิศวกรได้รุนแรงกว่าแผ่นดินไหวนะ” กวินทร์มองหน้าเธอด้วยความเห็นใจ “ดูนี่สิ รอยปั๊มที่ท่อ... ตราประทับของบริษัทพ่อเธอชัดเจนขนาดนี้ เธอจะหลอกตัวเองไปถึงไหน?” รินรดาตัวชาไปทั้งร่าง สิ่งที่เธอพยายามหนีมาตลอดกำลังพุ่งชนเธออย่างจัง น้ำตาที่กลั้นไว้เอ่อล้นออกมาจนภาพตรงหน้าพร่ามัว กวินทร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่น แม้เขาจะโกรธที่ความจริงมันเลวร้าย แต่ความอ่อนโยนในตัวเขาก็ยังคงเหนือกว่าทุกอย่าง “ริน... เราต้องหาทางแก้เรื่องนี้ ก่อนที่ตึกนี้จะพังลงมาจริงๆ” ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ตอบรับ เสียงปรบมือดังแผ่วเบามาจากด้านหลัง พร้อมกับร่างของธันวาที่ยืนพิงเสาไม้เก่าๆ อยู่ในมือของเขามีโทรศัพท์มือถือที่กำลังบันทึกภาพเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ “ช็อตเด็ดเลยนะเนี่ย” ธันวาหัวเราะเสียงเย็น “ถ้าภาพนี้หลุดออกไปว่าลูกสาวเจ้าของบริษัทกำลังร่วมมือกับวิศวะเด็กๆ ขุดคุ้ยความลับบริษัทพ่อตัวเอง... คิดว่าใครจะเดือดร้อนที่สุดเหรอ กวินทร์?” กวินทร์ผละจากรินรดาแล้วก้าวออกไปเผชิญหน้ากับธันวา แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไร ธันวาก็หยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วโยนลงบนพื้น มันคือคำสั่งย้ายสถานที่ออกค่ายอาสากะทันหัน ซึ่งมีตราประทับอนุมัติจากคณะกรรมการกลาง... โดยที่มีชื่อผู้ลงนามท้ายเอกสารคือ 'นายนิรันดร์' พ่อของรินรดาเอง “พ่อเธอส่งฉันมาเพื่อยุติการออกค่ายครั้งนี้ริน” ธันวามองรินรดาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก “และถ้าเธอยังดื้อดึงจะอยู่ที่นี่ต่อ... พ่อเธอจะประกาศตัดขาดเธอจากตระกูลตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป” รินรดายืนนิ่ง ราวกับหัวใจหยุดเต้นไปแล้วจริงๆ เธอหันไปมองกวินทร์ที่ยืนกำหมัดแน่นข้างๆ เธอควรจะเลือกครอบครัว หรือจะเลือกสิ่งที่ถูกต้องและคนตรงหน้าที่เธอกำลังตกหลุมรักจนหมดใจ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ยังคงเดินทางเคียงข้างรินรดาและกวินทร์มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%