“ถ้าจะโหมงานหนักขนาดนี้ ก็ไม่ต้องมาปรึกษาฉันเรื่องหัวใจหรอกค่ะ เพราะดูเหมือนว่าคุณกำลังจะทำลายมันทิ้งด้วยการอดนอนจนช็อกไปเสียก่อน”
เสียงหวานที่เจือความกังวลอย่างปิดไม่มิดดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องสตูดิโอส่วนตัวของกวินทร์ กลิ่นน้ำมันเขียนแบบและกลิ่นกาแฟดำที่วางทิ้งไว้จนเย็นชืดอบอวลไปทั่วบริเวณ มือเรียวบางของรินรดาคว้าปากกาเขียนแบบราคาแพงออกจากมือหนาที่สั่นเทาเล็กน้อยเพราะความล้า
กวินทร์เงยหน้าขึ้นจากกระดาษร่างโครงการขนาดใหญ่ ดวงตาคมกริบที่เคยฉายแววดุดันบัดนี้มีเพียงรอยคล้ำใต้ตาที่ฟ้องถึงการโต้รุ่งมาหลายคืน เขาขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมา
“ริน... ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ต้องมาที่นี่” เสียงแหบพร่าของเขาพยายามจะกดให้แข็งกร้าว แต่มันกลับไร้น้ำหนัก “โปรเจกต์นี้ถ้าพลาดไป มันไม่ใช่แค่เกรดแต่มันคือชื่อเสียงของคณะ... ผมปล่อยให้มันพังไม่ได้”
“ชื่อเสียงของคุณมันสำคัญกว่าชีวิตคุณเลยหรือไงคะ” รินรดาก้าวเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอทำให้บรรยากาศที่ตึงเครียดดูผ่อนคลายลงชั่วขณะ เธอวางมือลงบนไหล่กว้างที่เกร็งแน่นของเขา สัมผัสถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากการทำงานหนักติดต่อกัน “กวินทร์คะ มองหน้าฉัน...”
ชายหนุ่มนิ่งไป ครู่หนึ่งเขายอมละสายตาจากงานตรงหน้ามาสบตากับหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า รินรดามองเห็นความดื้อรั้น ความกดดัน และความกลัวที่ซ่อนลึกอยู่ภายใต้ใบหน้าขรึมตึงนั่น ปมปัญหาเรื่องครอบครัวที่คาดหวังความสำเร็จจากเขาทุกฝีก้าว มันกัดกินเขาจนแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ตัวเอง
“คุณกำลังสร้างพิมพ์เขียวที่สมบูรณ์แบบเพื่อคนอื่น แต่กลับปล่อยให้โครงสร้างหัวใจตัวเองพังทลาย มันคุ้มกันแล้วเหรอคะ?” คำถามนั้นเรียบง่ายแต่บาดลึกไปถึงหัวใจคนฟัง กวินทร์หลับตาลงแน่น มือหนาคว้าข้อมือรินรดาเอาไว้แน่นพอที่จะแสดงถึงความโหยหา แต่ก็แผ่วเบาพอที่จะไม่ให้เธอเจ็บ
“ผมเหนื่อย... ริน” คำสารภาพนั้นหลุดออกมาแผ่วเบาจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบ
รินรดาไม่รอช้า เธอเลื่อนมือไปสัมผัสที่ข้างแก้มสากระคายของเขาเบาๆ ก่อนจะดันให้เขาลุกจากเก้าอี้ “ไปพักค่ะ ที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการต่อเอง”
“คุณจะทำได้ยังไง มันเป็นงานสถาปัตย์ขั้นสูง...”
“อย่าลืมสิคะว่าใครเป็นคนสอนฉันวาดเส้นโค้งในโปรเจกต์นั้น” รินรดาแย้มยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ แม้ในใจจะหวั่นเกรงงานที่ยากระดับนี้ แต่นี่คือวิธีเดียวที่เธอจะทำให้เขายอมวางมือ
ตลอดเวลาหลายชั่วโมงต่อมา ห้องที่เคยเต็มไปด้วยเสียงลากเส้นและเสียงถอนหายใจเปลี่ยนเป็นความเงียบที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ รินรดาคอยดูแลกวินทร์ที่เผลอหลับไปบนโซฟาตัวยาว เธอคอยห่มผ้าให้ ปรับอุณหภูมิห้อง และคอยเสิร์ฟน้ำอุ่นให้เขาทันทีที่เขาสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจจากฝันร้ายเรื่องการส่งงานไม่ทัน
กวินทร์มองแผ่นหลังบางที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับแบบแปลนของเขา แสงไฟสลัวกระทบเข้ากับใบหน้าสวยหวานที่ตั้งใจทำเพื่อเขาโดยไม่หวังผลตอบแทน ความรู้สึกบางอย่างที่รุนแรงกว่าความหลงใหลเริ่มก่อตัวขึ้นในอก มันคือความรักที่ปนเปไปกับความรู้สึกผิดที่เขาเอาแต่ใจตัวเองมากเกินไปจนดึงเธอเข้ามาในวังวนแห่งความเหนื่อยล้า
“ริน...” เขาเรียกชื่อเธอเสียงแผ่วขณะเดินเข้าไปยืนซ้อนหลัง
รินรดาหยุดมือที่กำลังลงลายเส้น “ตื่นแล้วเหรอคะ หิวไหม... ฉันเตรียมซุปไว้ให้ในครัว”
กวินทร์ไม่ตอบ เขาเพียงแค่สวมกอดเธอจากด้านหลังแน่น ใบหน้าคมสันฝังลงกับซอกคอหอมกรุ่นของเธอ สูดกลิ่นกายที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน “ขอบคุณนะที่ไม่อยู่เฉยๆ... ขอบคุณที่ยอมลงมาในบ่อโคลนกับคนปากร้ายแบบผม”
รินรดาวางปากกาลง เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นใสซื่อและบริสุทธิ์จนเขารู้สึกละอายใจ “ไม่ว่าคุณจะร้ายแค่ไหน แต่สำหรับฉัน คุณคือกวินทร์คนเดิมที่คอยปกป้องฉันเสมอ... หน้าที่ของฉันคือการดูแลคุณ เหมือนกับที่คุณดูแลหัวใจของฉันมาตลอดนั่นแหละค่ะ”
บรรยากาศหวานซึ้งที่เพิ่งก่อตัวขึ้นกลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูที่รุนแรงและเร่งเร้า
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
“กวินทร์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” เสียงของธันวาดังลอดเข้ามาพร้อมกับแรงกระแทกประตูที่ดูเหมือนจงใจจะพังมันเข้ามา “กูรู้ว่ามึงอยู่ในนั้นกับรินรดา ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง อย่าขี้ขลาดเหมือนหมาที่เอาแต่ซ่อนตัวอยู่หลังกระโปรงผู้หญิง!”
กวินทร์ชะงักไป ความอบอุ่นในดวงตาเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบในทันที เขามองหน้าคนรักด้วยสายตาที่ขอโทษ ก่อนจะขยับตัวก้าวผ่านเธอไปที่ประตู
“อย่าออกไปนะคะกวินทร์...” รินรดาคว้าแขนเขาไว้ ใจเต้นรัวด้วยความกังวล
กวินทร์หันกลับมา เขามองหน้าเธอด้วยสายตาที่เด็ดขาดแต่แฝงด้วยความอ่อนโยน “ริน... อยู่ตรงนี้ อย่าออกมาจนกว่าผมจะเรียก ถ้ามันอยากจะพังทุกอย่างงั้นเราก็ต้องจบเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด”
เขาเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับธันวาที่ยืนหอบหายใจอยู่หน้าห้อง แต่ทว่า สิ่งที่ธันวาถืออยู่ในมือกลับทำให้ร่างทั้งร่างของรินรดาชาวาบไปถึงกระดูกสันหลัง เพราะมันไม่ใช่แค่จดหมายท้าทาย แต่มันคือรูปถ่ายใบหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงความลับในอดีตที่รินรดาพยายามปิดตายมาตลอดชีวิต
“กวินทร์ มึงคิดว่ามึงรู้จักผู้หญิงคนนี้ดีพอแล้วเหรอ?” ธันวายิ้มเยาะขณะชูรูปถ่ายใบนั้นขึ้นมา “งั้นดูนี่... แล้วมึงจะรู้ว่าคนข้างหลังมึงน่ะ ไม่ได้ใสซื่ออย่างที่มึงคิด!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รินรดากับกวินทร์มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าด้วยความระทึกใจนะคะ
เกียร์เปื้อนกาวใจค่ะ
Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ•ตอนที่ 36
ดูแลกันและกัน
ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง Blueprint รักวิศวะฉบับหมอแผนกหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!