“รอยแยกควอนตัมตรงจุดนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากความผิดพลาดของระบบคอมพิวเตอร์ครับ... แต่มันเกิดจากความตั้งใจที่จะลบตัวตนของใครบางคนทิ้งไปต่างหาก”
น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของคีอาน เวนดิกซ์ ดังสะท้อนก้องภายในห้องควบคุมยานอวกาศ ‘โอไรอน’ ที่ตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยแสงสีฟ้าสลัวจากหน้าจอโฮโลแกรมรอบทิศทาง แผงวงจรหลักกำลังส่งเสียงเตือนเบาๆ คล้ายจังหวะชีพจรของคนใกล้หมดสติ กลิ่นออน และโอโซนจางๆ ลอยอบอวลในอากาศ ปะปนกับความกดดันทางจิตวิทยาที่หนาแน่นจนแทบจะคว้าจับต้องได้
เอลิน่า วอล์กเกอร์ ยืนนิ่งอยู่หน้าจอแสดงผลโครงสร้างเวลา มือเรียวภายใต้ถุงมือสุญญากาศเนื้อบางกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด เธอไม่ได้หันกลับไปมองผู้คุมกฎแห่งสหพันธ์ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเบาะโลหะด้านหลัง ดวงตาคู่สวยจดจ้องไปยังภาพจำลองสามมิติของดาวเคราะห์ดวงหนึ่งที่พังทลายลงเมื่อหลายปีก่อน—ภาพที่ฝังรากลึกอยู่ในซอกหลืบความทรงจำที่เธอพยายามกลบฝังมาตลอดชีวิต
“คุณกำลังเล่นกับจิตวิทยาที่เปราะบางที่สุดของผมนะ คีอาน” เอลิน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมความสั่นพร่าให้คงที่ ปลายเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่รุนแรง “การดึงเอาเศษซากอดีตของระบบนิเวศน์ดาวเซนทารี IV ขึ้นมาวิเคราะห์ ไม่ได้ช่วยให้ภารกิจซ่อมแซมไทม์ไลน์นี้เร็วขึ้นเลยแม้แต่วินาทีเดียว”
“แต่ความจริงมักจะซ่อนอยู่ในเศษซากที่เราพยายามหลบหนีเสมอครับ เอลิน่า” คีอานลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทผู้คุมกฎก้าวเข้ามาใกล้ชิดขึ้นทีละน้อย ฝีเท้าของเขาแทบไม่มีเสียงบนพื้นตารางแม่เหล็ก แต่เอลิน่ากลับรับรู้ได้ถึงแรงดึงดูดอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวชายหนุ่ม “คุณบอกว่าตัวเองเป็นวิศวกรผู้ศรัทธาในคุณค่าของความผิดพลาด แต่วันนี้... ทำไมมือของคุณถึงได้สั่นขนาดนั้นตอนที่ระบบสแกนพบ ‘ลายเซ็นชีวภาพ’ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในเขตหวงห้ามของประวัติศาสตร์เล่มนั้นล่ะครับ?”
คำพูดนั้นราวกับใบมีดคมกริบที่กรีดลงบนแผลเป็นเก่า เอลิน่าสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในอก ภาพในอดีตฉายวาบขึ้นมาในหัวสมองอย่างไม่ทันตั้งตัว—เสียงระเบิดกึกก้องที่ฉีกกระชากชั้นบรรยากาศ เสียงกรีดร้องของมารดา และเงาร่างของเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของศูนย์วิจัยควอนตัม เด็กผู้หญิงที่เชื่อมั่นในความสมบูรณ์แบบของโลก จนกระทั่งโลกทั้งใบพังทลายลงต่อหน้าต่อตาในชั่วพริบตา
“คุณไม่มีสิทธิ์ขุดคุ้ยเรื่องนั้น” เอลิน่าหันขวับกลับมาเผชิญหน้า ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาเข้มของคีอานอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าริมฝีปากของเธอจะเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง “ประวัติศาสตร์ส่วนตัวของฉันไม่ใช่แฟ้มข้อมูลในคลังแสงของสหพันธ์ที่คุณจะหยิบขึ้นมาใช้เป็นเครื่องมือต่อรองได้ตามอำเภอใจ”
“ผมไม่ได้กำลังต่อรองครับ... ผมกำลังช่วยให้คุณเผชิญหน้ากับความจริง” คีอานหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ ระยะห่างที่ใกล้จนพวกเขาสามารถได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เคมีอันตรายระหว่างสองมืออาชีพผู้มีอุดมการณ์ขัดแย้งแผ่ซ่านออกมาราวกับประจุไฟฟ้าในสุญญากาศ “คุณเชื่อว่ารอยร้าวในโครงสร้างเวลาเกิดจากความผิดพลาดทางวิศวกรรม แต่ถ้าหากว่า... เด็กผู้หญิงคนนั้นในอดีต ไม่ได้เป็นเหยื่อของอุบัติเหตุ... แต่เป็นคน ‘จงใจ’ เหนี่ยวไกทำลายมันด้วยมือของเธอเองล่ะครับ?”
ราวกับโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ เอลิน่ารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกจนหมดสิ้น ความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำพูดของคีอานคมคายและบาดลึกเกินกว่าจะรับไหว ร่างกายของเธอแข็งทื่อ ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว ความลับที่เธอเก็บงำไว้ใต้ซบสูทอวกาศและหน้าที่การงานอันสมบูรณ์แบบกำลังถูกแง้มเปิดออกทีละน้อยโดยชายผู้เยือกเย็นและอ่านเกมขาดทุกย่างก้าว
“คุณ... หมายความว่ายังไง” เสียงของเธอแผ่วเบาลงอย่างเห็นได้ชัด ความเด็ดขาดเมื่อครู่วรรคหายไป เหลือเพียงหญิงสาวผู้แบกรับความรู้สึกผิดมหาศาลไว้บนบ่า
คีอานไม่ตอบทันที เขายกปลายนิ้วขึ้นแตะที่แผงควบคุมข้างตัวเบาๆ หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าพลันเปลี่ยนจากภาพจำลองดาวเคราะห์ดวงเดิม กลายเป็นไฟล์บันทึกภาพเคลื่อนไหวลับสุดยอดที่ถูกเข้ารหัสไว้ด้วยระดับความปลอดภัยสูงสุดของสหพันธ์ ภาพนั้นปรากฏร่างของเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังยืนอยู่หน้าแกนพลังงานควอนตัมที่กำลังระอุ ใบหน้าของเด็กน้อยคนนั้นไร้ซึ่งความตื่นกลัว มีเพียงแววตานิ่งงันที่สะท้อนภาพประกายไฟสีแดงฉาน—และเด็กหญิงคนนั้น... ก็มีใบหน้าถอดแบบมาจากเอลิน่า วอล์กเกอร์ ในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน
“ไฟล์นี้เพิ่งถูกถอดรหัสจากเซิร์ฟเวอร์หลักที่ถูกปิดตายเมื่อยี่สิบปีก่อนครับ” คีอานกระซิบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่สั่นประสาท “และผู้ที่ออกคำสั่งลบข้อมูลทั้งหมดในตอนนั้น... ก็คือตัวคุณเองในอนาคตที่ข้ามเวลากลับมา”
ก่อนที่เอลิน่าจะทันได้เรียบเรียงความคิดและเอ่ยคำปฏิเสธใดๆ ออกมา เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งลำยาน แสงไฟสีแดงฉานสลับกะพริบพร่าพร้อมกับเสียงระบบอัตโนมัติที่ประกาศก้องด้วยความเยือกเย็น: *“ตรวจพบการบุกรุกระบบแกนกลาง... บุคคลนิรนามกำลังเข้าควบคุมเส้นทางเวลาเซกเตอร์ศูนย์... ยืนยันตัวตน: เอลิน่า วอล์กเกอร์”*
ดวงตาของเอลิน่าเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจขีดสุดเมื่อหันกลับไปมองหน้าจอหลัก ภาพจากกล้องวงจรปิดภายนอกยานแสดงให้เห็นร่างในชุดสูทสีดำสนิทกำลังก้าวเดินผ่านความเวิ้งว้างของสุญญากาศเข้ามายังห้องล็อกเกอร์อย่างเชื่องช้า และเมื่อบุคคลปริศนานั้นเงยหน้าขึ้นมองตรงมายังกล้อง... ใบหน้าที่สะท้อนผ่านเลนส์กระจกใสก็คือตัวเธอเอง—เอลิน่า วอล์กเกอร์ อีกคนหนึ่งที่ถือปืนเลเซอร์พร้อมเหนี่ยวไกยืนจ้องมองเธออยู่หลังกระจกบานนั้น!
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในความเวิ้งว้างนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 11
เงาจากอดีตที่ตามหลอกหลอน
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!