เสียงคำรามทุ้มต่ำของระบบระบายความร้อนในห้องควบคุมแรงโน้มถ่วงศูนย์กลาง ดังสะท้อนก้องกังวานเสียดสีกับประสาทสัมผัสราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในกรงขัง แสงไฟสีแดงฉานจากมาตรวัดฉุกเฉินกะพริบสะท้อนลงบนแก้วกาแฟสีดำสนิทที่วางนิ่งอยู่บนโต๊ะทำงานสแตนเลส สารเหลวสีเข้มในแก้วไหวระริกตามแรงสั่นสะเทือนของยานอวกาศชั้นนำที่กำลังถูกบีบอัดด้วยสนามพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าขนาดยักษ์จากภายนอก
“คุณกำลังทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะพิสูจน์ว่าพวกเราไม่ได้ล้มเหลว, คีอาน”
เสียงของเอลิน่าราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยที่ปลายประโยค หญิงสาวยืนพิงแผงควบคุมหลัก ชุดสูทอวกาศวิศวกรสีขาวนวลเปื้อนคราบเขม่าจากการซ่อมแซมระบบขับเคลื่อนเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ขับเน้นให้ดวงตาคู่คมสีเทาเข้มของเธอยิ่งดูโดดเด่นและเต็มไปด้วยความดื้อรั้น เธอมองตรงไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ระยะห่างระหว่างพวกเขามีน้อยเกินกว่าจะเรียกว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยทางใจ แต่มันกลับถูกคั่นกลางด้วยอำนาจและหน้าที่อันเด็ดขาดของสหพันธ์
คีอาน เวนดิกซ์ ไม่ได้ขยับตัว เขายังคงสวมชุดคลุมเครื่องแบบผู้คุมกฎแห่งเนบิวลาสีดำสนิท ไหล่กว้างตั้งตรงอย่างผู้รักษาความยุติธรรมที่ไร้ความปราณี แสงสีแดงจากระบบเตือนภัยสาดกระทบสันกรามคมคายและเงาที่ทอดatยาวลงบนพื้นโลหะ เย็นชาและสงบนิ่งราวกับรูปปั้นหินอ่อนสลักจากห้วงอวกาศอันหนาวเหน็บ ดวงตาคมปลาบสีอำพันจ้องมองเอลิน่าด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งระเบียบวินัย
“ความทรงจำในไทม์ไลน์นี้ไม่ใช่หลักฐาน, เอลิน่า” คีอานเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ ทว่ากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “มันคือความบิดเบี้ยว... คือมะเร็งร้ายที่กำลังกัดกินความเสถียรของจักรวาล สิ่งที่คุณพยายามรักษาไว้ด้วยหยาดเหงื่อและมันสมอง มันคือความผิดพลาดที่กฎหมายไม่อาจให้อภัย”
“ความผิดพลาดงั้นเหรอ?” เอ Lิน่าแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย “มนุษย์ถูกสร้างขึ้นมาจากความผิดพลาดและความไม่สมบูรณ์แบบไม่ใช่หรือไงครับ... อภัยโทษให้กับความจริงเถอะ คีอาน ถ้าคุณทำลายมัน เท่ากับคุณกำลังทำลายความเป็นมนุษย์ของตัวคุณเองด้วย”
คำพูดนั้นทำให้นัยน์ตาของคีอานไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที ราวกับดวงดาวที่ถูกลมสุริยะพัดผ่านจนแสงกระพริบ เขาขยับตัวเข้าหาเธอทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ฝ่ายวิศวกรสาวไม่ได้ถอยหนี เธอยังคงยืนหยัดเผชิญหน้า ปล่อยให้ความอึดอัดและเคมีอันตรายระหว่างพวกเขาทวีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่สุญญากาศแห่งนี้
“คุณไม่เข้าใจหน้าที่ของผม...” คีอานหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นอายของโอโซนและโลหะเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากตัวเขา “คำสั่งคือการกวาดล้างทุกสิ่งในภาคผนวกที่เจ็ดให้ราบคาบ รวมถึงข้อมูลในหน่วยความจำสำรองของคุณด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นก็ลงมือสิครับ” เอลิน่าเชิดหน้าขึ้น ท้าทายด้วยความดื้อรั้นที่ไร้ทางสู้ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา “รออะไรอยู่ล่ะ? ผู้คุมกฎผู้ไร้หัวใจ... ยิงฉันทิ้ง หรือไม่ก็ดึงปลั๊กความทรงจำนั้นออกเสียเลยสิ!”
คีอานกำหมัดแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว แววตาของเขาฉายความเจ็บปวดที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กฎระเบียบอันเข้มงวด มือหนาข้างหนึ่งยกขึ้นสัมผัสแผงควบคุมเหนือศีรษะของเธอโดยสัญชาตญาณ นิ้วเรียวยาวชะงักค้างอยู่เหนือปุ่มลบข้อมูลฉุกเฉินที่มีแสงสีส้มกะพริบถี่ๆ ร่างกายของเขากำลังต่อสู้กับคำสั่งเบื้องบนอย่างรุนแรง ความขัดแย้งภายในแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบตัวแทบจะระเบิด
ถ้าเขาไม่กด... ดาวเคราะห์ดวงนี้ทั้งหมดจะถูกเนรเทศออกจากระบบสุริยะ และเอลิน่าจะถูกประหารชีวิตในฐานะกบฏผู้ฝ่าฝืนกฎแห่งเนบิวลา
แต่ถ้าเขาทำตามคำสั่ง... หัวใจของเขาจะตายลงไปพร้อมกับรอยยิ้มและอุดมการณ์ของหญิงสาวตรงหน้า ที่เขาแอบหลงใหลตั้งแต่แรกพบในห้วงกาแล็กซี่อันเวิ้งว้าง
“ผมไม่มีทางเลือก...” คีอานพึมพำเบาๆ น้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อยจนเกือบกลืนหายไปกับเสียงเครื่องจักร
นิ้วของเขาเคลื่อนตัวลงกดปุ่มสีส้มนั้นทันที!
*ตึ้ง!*
เสียงสัญญาณเตือนภัยเปลี่ยนเป็นโทนเสียงแหลมสูง แสงไฟสีแดงดับลงชั่วขณะ ก่อนที่หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าจะสลายกลายเป็นละอองแสงสีฟ้าโปร่งแสง เอลิน่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างกายของเธอทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นโลหะเย็นเฉียบ ความทรงจำนับพันชั่วโมงเกี่ยวกับความพยายามของเธอถูกลบเลือนหายไปในพริบตา ราวกับสายลมที่พัดผ่านทรายบนดาวอังคาร
“คีอาน...” เอลิน่าครางชื่อเขาออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย “คุณ... ทำลายมันจริงๆ เหรอ”
คีอานคุกเข่าลงข้างหนึ่งเบื้องหน้าเธอ มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่ที่สั่นเทาของเธอ แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศแล้วดึงกลับไปกำไว้แน่น เขาเลือกที่จะซ่อนความอ่อนแอไว้ใต้ใบหน้าเรียบเฉยตามเดิม เพื่อปกป้องเธอจากบทลงโทษที่แท้จริงและโหดร้ายกว่านั้นของสหพันธ์
“ใช่... ผมทำลายมันแล้ว” คีอานเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาเพื่อตัดเยื่อใย “เพราะฉะนั้น ตอนนี้คุณปลอดภัยแล้ว เอลิน่า วอล์กเกอร์... เลิกยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เสียที”
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หันหลังให้เธอเตรียมจะเดินออกจากห้องควบคุมเพื่อรายงานภารกิจสำเร็จตามขั้นตอนของสหพันธ์
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุม และเสียงคำรามของเครื่องจักรภายนอกเริ่มสงบลง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดนอกประตูห้องควบคุม—*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*—ไม่ใช่เสียงย่างก้าวของทหารยามหรือหุ่นยนต์ลาดตระเวนของสหพันธ์ แต่มันเป็นเสียงรองเท้าบูทหนังแท้ที่คุ้นเคยอย่างน่าประหลาด
คีอานชะงักฝีเท้า หัวใจของเขากระตุกวูบ สัญชาตญาณนักล่าเตือนภัยขั้นสูงสุด
หน้าจอโฮโลแกรมที่ควรจะถูกลบเกลี้ยง กลับปรากฏแสงสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งด้วยรหัสผ่านสำรองระดับสูงสุดที่ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในระบบของสหพันธ์ และตัวอักษรสีเขียวเรืองแสงก็สลักข้อความปริศนาขึ้นกลางอากาศ
*“ยินดีด้วย... คีอาน เวนดิกซ์ คุณเพิ่งส่งมอบ ‘กุญแจดอกสุดท้าย’ ให้กับคนที่คุณไม่ควรไว้ใจที่สุดแล้ว”*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในความเวิ้งว้างนี้ด้วยกันนะครับ
วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 12
ผู้คุมกฎผู้ไร้หัวใจ
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!