แรงดันในห้องควบคุมหลักลดลงต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานมาเป็นเวลาสามสิบเจ็ดนาทีแล้ว แต่ไม่มีใครในที่นี้ใส่ใจจะปรับแต่งระบบพยุงชีพ เอลิน่า วอล์กเกอร์ ยืนนิ่งอยู่หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมม่วงที่ฉายภาพโครงสร้างเวลาอันบิดเบี้ยวของเซกเตอร์เจ็ด แสงสะท้อนจากตัวเลขและสมการที่วิ่งผ่านม่านตาทำให้ดวงตาคู่สวยของเฝ้าระวังฉายแววเหนื่อยล้า ทว่าเด็ดเดี่ยว
"คุณกำลังเล่นกับความว่างเปล่า, เอลิน่า"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดมุมห้อง คีอาน เวนดิกซ์ ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาค้ำยันควอนตัม ชุดสูทรบสีดำสนิทไร้รอยต่อของผู้คุมกฎแห่งสหพันธ์ทำให้เขากลมกลืนไปกับความเวิ้งว้างของอวกาศนอกกระจกบานใหญ่ แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับสزตตรึงอยู่ที่เธอ... เพียงคนเดียว
เอลิน่าไม่หันกลับไปมอง เธอยังคงใช้นิ้วเรียวยาวแตะสัมผัสเบาๆ บนแป้นพิมพ์แสง เพื่อตรึงสถานะของไทม์ไลน์อดีตไม่ให้ถูกลบหายไปตามคำสั่งของสหพันธ์ "ความว่างเปล่าไม่ได้น่ากลัวเท่ากับการมีอยู่โดยไร้ซึ่งความทรงจำหรอกนะครับ, ท่านผู้คุมกฎ... หรือบางทีคุณอาจจะลืมไปแล้วว่ามนุษย์เราแตกต่างจากอัลกอริทึมตรงไหน"
คีอานก้าวเข้ามาประชิด ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายท่ามกลางความหนาวเหน็บของสถานีอวกาศที่ถูกทิ้งร้าง เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย กลิ่นอายของสนิมเหล็กและโอโซนจากห้องเครื่องยนต์ลอยปะปนกับกลิ่นกายเฉพาะตัว ชายหนุ่มจ้องมองแผ่นหลังที่ตั้งตรงราวกับไม่ยอมจำนนต่อแรงโน้มถ่วงใดๆ ในจักรวาล
"ผมไม่ได้ลืม..." เสียงของคีอานนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด แฝงไว้ด้วยความขัดแย้งที่กัดกินจิตใจเขามาตลอดหลายสัปดาห์ "แต่ผมรู้ดีว่า หากปล่อยให้ความทรงจำพวกนั้นคงอยู่ ไทม์ไลน์นี้จะพังทลาย และเราทุกคนจะสูญหายไปตลอดกาล... คุณกำลังใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาเดิมพันกับความอยู่รอดของจักรวาลทั้งใบ, เอลิน่า"
วิศวกรสาวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่เริ่มทรยศต่อความนิ่งสงบภายนอก เธอกล้าหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้ใกล้เสียจนหน้าอกของเธอเกือบจะสัมผัสกับแผ่นอกกว้างของชุดเกราะของเขา ดวงตาสสีอำพันคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคีอาน ราวกับต้องการค้นหาเศษเสี้ยวความลังเลที่เขาพยายามซ่อนไว้
"ความรู้สึกส่วนตัวงั้นเหรอครับ?" เอLิน่าแค่นหัวเราะแผ่วเบา รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "สำหรับคุณ มันอาจเป็นแค่ตัวเลขความน่าจะเป็นที่ต้องแก้ไขให้ถูกต้องตามระเบียบ แต่สำหรับฉัน... มันคือลมหายใจ คือน้ำตา คือรอยยิ้มสุดท้ายของคนที่ฉันรัก... คุณจะให้ฉันฆ่าพวกเขารอบที่สองเพียงเพราะมันง่ายต่อการจัดการของสหพันธ์อย่างนั้นหรือ"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่สุญญากาศชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมต่ำๆ ของเครื่องยนต์ควอนตัมที่เต้นเร้าเป็นจังหวะเดียวกับชีพจรของคนทั้งคู่ คีอานจ้องมองริมฝีปากที่สั่นระริกเล็กน้อยจากการสะกดกลั้นอารมณ์ เขารู้ว่าเธอโกรธ เขารู้ว่าเธอกำลังเจ็บปวด และที่สำคัญที่สุด... เขารู้ว่าความรู้สึกที่เขามีต่อเธอมันรุนแรงเกินกว่าขอบเขตหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไปเสียแล้ว
มือหนาภายใต้ถุงมือโลหะยื่นออกไปช้าๆ ปลายนิ้วของเขาเกลี่ยปอยผมสีน้ำตาลเข้มที่หลุดลุ่ยลงมาเคลียแก้มเนียนของเอลิน่าอย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไป กลางความกดดันอันมหาศาล สติสัมปชัญญะของทั้งคู่เหมือนจะถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยแรงดึงดูดที่อยู่นอกเหนือฟิสิกส์ใดๆ
เอลิน่าชะงัก เปลือกตาปิดลงชั่วพริบตาเมื่อสัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของชายหนุ่มปัดผ่านผิวแก้ม หัวใจที่เคยแข็งกระด้างราวกับเหล็กกล้ากลับไหววับอย่างรุนแรง เธอรู้ดีว่านี่คือความอ่อนแอ รู้ดีว่าเขากับเธอคือเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบ แต่วินาทีนี้... กำแพงทุกอย่างที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองกลับพังทลายลงอย่างไร้ท่า
"คุณมันบ้า, คีอาน..." เสียงของเธอพร่าเลือนลงอย่างเห็นได้ชัด
"ใช่... ผมบ้า" คีอานกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกับความหนบหนาวรอบกาย "บ้าพอที่จะยอมเสี่ยงทำลายกฎทุกข้อของสหพันธ์... เพียงเพื่อให้ได้เห็นคุณปลอดภัยในไทม์ไลน์ที่ไม่มีวันเป็นจริงนี้"
ริมฝีปากของเขาทาบทับลงมาอย่างนุ่มนวลในคราแรก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำ เร่าร้อน และโหยหา ราวกับต้องการชดเชยเวลาทั้งหมดที่พวกเขาต้องยืนอยู่คนละฝั่งของอุดมการณ์ เอลิน่าเผยอริมฝีปากรับสัมผัสนั้นด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน มือเรียวเล็กขยุ้มเข้าที่ปกเสื้อสูทรบของเขาแน่นเพื่อยึดเหนี่ยว ขณะที่วงแขนแข็งแกร่งของคีอานโอบกอดกระชับร่างบางเข้าหาตัวจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ความเงียบงันของห้วงอวกาศนอกกระจกดูเหมือนจะไร้ความหมายไปในทันที เมื่อเทียบกับแรงระเบิดทางอารมณ์ที่กำลังเผาผลาญพวกเขาทั้งคู่จากภายใน
ทว่า ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความโหยหาและแรงดึงดูดอันรุนแรงนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสีแดงก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นขัดจังหวะ!
*ปี๊ب! ปี๊ب! ปี๊ب!*
หน้าจอโฮโลแกรมหลักที่เคยฉายภาพไทม์ไลน์นิ่งสนิท กลับถูกแทนที่ด้วยข้อความเตือนภัยสีแดงฉาน พร้อมกับรหัสลับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในฐานข้อมูลของสหพันธ์—*รหัสผ่าน: ผู้สังเกตการณ์นิรนาม (Unknown Observer)*
คีอานผละริมฝีปากออกอย่างไม่เต็มใจนัก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองหน้าจอทันที สัญชาตญาณนักรบเตือนภัยให้เขากระชับอาวุธในมือ เอลิน่าเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นชุดคำสั่งแปลกปลอมกำลังเข้าควบคุมระบบแกนกลางของสถานีอย่างรวดเร็วราวกับมีชีวิต
"ไม่ใช่ฝีมือฉัน..." เอลิน่าพูดเสียงสั่น พลางก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อตั้งสติ "และก็ไม่ใช่คำสั่งจากสหพันธ์ของคุณแน่ๆ... คีอาน ดูนั่นสิ!"
บนหน้าจอหลัก ข้อมูลการเดินทางข้ามเวลาที่เธอพยายามปกป้องไม่ได้กำลังถูกลบ... แต่มันกำลังถูก *'ดาวน์โหลด'* ไปยังพิกัดลึกลับนอกขอบเขตจักรวาล และก่อนที่พวกเขาจะทันได้ตั้งตัว ประตูนิรภัยชั้นนอกสุดของห้องควบคุมก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงระเบิดพลาสมาจนพังยินดี!
คีอานดึงเอลิน่าหลบมาอยู่ด้านหลังเขาตามสัญชาตญาณ พร้อมกับชู่อาวุธเลเซอร์ขึ้นเล็งตรงไปยังกลุ่มควันหนาทึบที่กำลังพวยพุ่งเข้ามาจากทางเดินมืดสนิท
และในวินาทีนั้นเอง ร่างเงาสูงโปร่งในชุดคลุมสีเงินยวดยองไร้เงาสะท้อน ก็ก้าวพ้นกลุ่มควันเข้ามา พร้อมกับเสียงหัวเราะเย็นเยียบที่สะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งคู่...
"ขอบพระคุณสำหรับแรงดึงดูดที่ช่วยเปิดประตูมิติให้พวกเรานะ... ดร.วอล์กเกอร์, และคุณเวนดิกซ์"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและอดทนรอคอยคำตอบไปพร้อมกับเนบิวลาสตาร์นะครับ
วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 21
แรงดึงดูดสุดท้าย
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!