“นายกำลังทำลายทุกสิ่งที่นายเคยสาบานว่าจะปกป้องนะ คีอาน”
น้ำเสียงของเอลิน่าราบเรียบ แต่แฝงด้วยแรงสั่นสะเทือนที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ท่ามกลางห้องควบคุมส่วนตัวของยาน ‘เนบิวลา ไพรม์’ ที่ซึ่งแสงไฟสลัวจากหน้าจอโฮโลแกรมส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกของทั้งสองคน พวกเขายืนเผชิญหน้ากันในระยะที่ไม่ห่างนัก ทว่าระยะห่างระหว่างอุดมการณ์นั้นดูราวกับเหวลึกที่ไม่มีวันถมเต็ม
คีอาน เวนดิกซ์ ไม่ได้ตอบโต้ทันที มือหนาของเขาที่สวมถุงมือหนังเนื้อละเอียดเอื้อมไปแตะแผงควบคุมระบบทำลายล้างวงจรเวลา นิ้วของเขาหยุดนิ่งอยู่ที่คำสั่ง ‘ยืนยัน’ สีแดงฉานที่สะท้อนอยู่ในดวงตาคมกริบของเขา มันคือความเงียบที่หนักอึ้งกว่าเสียงคำรามใดๆ ในจักรวาล
“สิ่งที่ผมเคยสาบาน คือการปกป้องมนุษยชาติ ไม่ใช่การรักษาเศษซากของประวัติศาสตร์ที่เน่าเฟะ” เขาแค่นยิ้มที่มุมปาก ทว่าเป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความรื่นรมย์ “เอลิน่า คุณวิศวกรผู้ชาญฉลาด คุณเชื่อจริงๆ หรือว่าการเก็บรักษาความผิดพลาดของบรรพบุรุษไว้ จะทำให้มวลมนุษย์ก้าวไปข้างหน้าได้?”
“ความผิดพลาดคือบทเรียน คีอาน ถ้าเราลบมันทิ้ง เราก็แค่หุ่นยนต์ที่เดินซ้ำรอยเดิมอย่างไร้ความทรงจำ” เอลิน่าก้าวเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว สายตาของเธอดุดันและมุ่งมั่น “ถ้านายกดปุ่มนั้น นายไม่ได้ทำเพื่อสหพันธ์ นายกำลังทำเพื่อความกลัวของตัวเอง... กลัวว่าถ้าความจริงถูกเปิดเผย ความชอบธรรมที่นายยึดถือมาตลอดชีวิตจะพังทลายลง”
คีอานชะงัก ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปครู่หนึ่ง คำพูดของเธอแทงทะลุเกราะกำบังที่เขาเพียรสร้างมาตลอดหลายปี ในฐานะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา เขาถูกสอนมาให้เชื่อในความสมบูรณ์แบบ แต่การได้เห็นภาพหลอนของอดีตที่เอลิน่าพยายามกู้คืนกลับมา มันทำให้เขารู้สึกว่า 'ความสมบูรณ์แบบ' ที่เขารักษามันมาตลอด คือคุกที่ไร้ทางออก
“ความกลัวงั้นเหรอ?” เขาแค่นหัวเราะพลางหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอเต็มตัว แววตาที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งเริ่มสั่นไหวด้วยเปลวไฟแห่งความสับสน “คุณไม่เข้าใจหรอกว่าการต้องแบกรับชีวิตนับล้านไว้บนบ่าขณะที่ต้องเลือกว่าจะลบใครทิ้ง มันเป็นยังไง ผมไม่ได้ทำเพราะชอบทำ แต่ผมทำเพราะไม่มีใครกล้าพอที่จะทำต่างหาก!”
“ถ้าไม่มีใครกล้าทำต่างหาก ก็นั่นแหละคือสิ่งที่บ่งบอกว่าเรามีความเป็นมนุษย์” เธอเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเขาเบาๆ แต่หนักแน่น “คีอาน หยุดเถอะ ก่อนที่นายจะไม่มีวันหันหลังกลับได้อีก”
ความร้อนจากผิวสัมผัสผ่านชุดอวกาศบางเบาทำให้คีอานรู้สึกเหมือนถูกไฟลวก เขาจ้องมองเธอด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความโกรธเคืองค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความโหยหาในบางสิ่งที่เขาเพิ่งตระหนักว่าเขาขาดหายไป เขากำลังทรยศต่อทุกคำสั่งที่ได้รับมา เพียงเพราะคำพูดของหญิงสาวตรงหน้าเพียงไม่กี่ประโยค
ในจังหวะที่หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง นิ้วของคีอานที่ค้างอยู่บนปุ่มยืนยันก็ค่อยๆ ถอยห่างออกมา เขาไม่ได้เลือกทำลายวงจรเวลา แต่เขากลับเลือกที่จะคว้ามือของเอลิน่าเอาไว้แน่นเสียจนเธอต้องนิ่วหน้า
“ถ้าผมปล่อยมือจากหน้าที่นี้... เราทั้งคู่จะเป็นคนทรยศต่อกฎหมายของจักรวาลทันที คุณพร้อมจะรับความเสี่ยงที่จะถูกไล่ล่าไปจนสุดขอบเนบิวลาไหม?” เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงกดดัน
เอลิน่าไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว เธอสบตาเขาด้วยความแน่วแน่ที่เขารู้ดีว่าไม่มีวันเปลี่ยนใจ “ฉันเลือกที่จะอยู่กับความจริงที่เจ็บปวด ดีกว่าอยู่ในความโกหกที่แสนสบาย นายจะไปกับฉัน หรือจะให้ฉันเป็นคนตัดสินใจแทน?”
คีอานหลับตาลง สูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของอากาศที่ผ่านระบบกรองในห้องควบคุมเริ่มหนักอึ้ง เขาตัดสินใจแล้ว ไม่ใช่ในฐานะผู้คุมกฎ แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่ยอมแลกทุกอย่างเพื่อความเจ็บปวดของการตื่นรู้
เขากดปุ่มยกเลิกคำสั่งเดิม ก่อนจะเริ่มพิมพ์ชุดคำสั่งใหม่ที่รวดเร็วและซับซ้อน มันคือรหัสลับระดับสูงสุดของสหพันธ์ที่เขาไม่ควรเข้าถึงได้ด้วยตัวคนเดียว
“คุณพูดถูก เอลิน่า ความเจ็บปวดคือเครื่องยืนยันว่าเรายังมีตัวตนอยู่” เขากล่าวพลางเหลือบมองเธอ “แต่คุณต้องดูนี่... สิ่งที่ผมซ่อนไว้ในฐานข้อมูลลับที่ผมกุมความลับมาตลอด”
หน้าจอโฮโลแกรมหลักของห้องควบคุมดับลงก่อนจะถูกแทนที่ด้วยไฟล์ลับที่ถูกเข้ารหัสด้วยพลังงานควอนตัม มันไม่ใช่แผนที่ดวงดาว แต่มันคือผังโครงการลับที่ชื่อว่า ‘โครงการเนบิวลา ไร้สิ้นสุด’ ซึ่งเผยให้เห็นว่า ผู้คุมกฎระดับสูงที่เขาเคารพรักเสมือนพ่อแท้ๆ คือผู้อยู่เบื้องหลังการบิดเบือนเวลาทั้งหมด เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองที่มืดดำยิ่งกว่าความว่างเปล่า
ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยระดับสีแดงดังสนั่นไปทั่วทั้งยาน แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้ตัวยานเอนเอียงจนคนทั้งคู่เซถลาไปตามแรงเฉื่อย
“พวกเขาพบเราแล้ว” คีอานอุทาน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุดันอีกครั้งเมื่อมองเห็นเงาของกองเรือล่าสังหารที่ปรากฏขึ้นบนจอเรดาร์ “ดูเหมือนว่าความลับที่ผมเพิ่งเปิดออก จะมีราคาที่ต้องจ่ายแพงกว่าที่ผมคิดไว้มาก”
เขามองไปยังเอลิน่า ก่อนจะยื่นไดรฟ์ข้อมูลในมือให้เธอ “หนีไปซะ เอลิน่า ไปที่รอยแยกเนบิวลา... ถ้าผมต้องเป็นคนดึงความสนใจพวกมันไว้ คุณต้องเป็นคนเดียวที่เอาความจริงนี้ไปส่งถึงใจกลางสหพันธ์”
“ไม่!” เธอปฏิเสธพร้อมน้ำตาที่คลอเบ้า “เราจะไปด้วยกัน คีอาน! ถ้านายตาย ฉันจะไม่มีวันให้อภัยตัวเอง!”
ก่อนที่เขาจะได้ตอบโต้ ประตูห้องควบคุมก็ถูกระเบิดออกด้วยแรงดันอากาศ ควันไฟพุ่งกระจายพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนที่คุ้นเคย คีอานชักปืนเลเซอร์คู่กายออกมาเตรียมพร้อม ขณะที่เงาร่างของบุคคลที่พวกเขาไม่อยากเจอที่สุดก้าวเข้ามาในห้อง... ร่างนั้นคือผู้บัญชาการอาวุโสที่ถืออำนาจสูงสุดเหนือชีวิตของทั้งคู่
“ช่างน่าประทับใจ... ที่เห็นสุนัขรับใช้ที่ซื่อสัตย์ที่สุดของฉัน กลับมาเชื่องกับเหยื่อที่ตัวเองต้องขย้ำเสียเอง” ผู้บัญชาการเอ่ยเสียงเย็นพลางเล็งอาวุธมาที่พวกเขา “คีอาน เวนดิกซ์ นายไม่ได้แค่ทรยศกฎหมาย แต่นายกำลังทรยศต่อสายเลือดของนายเอง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องควบคุมอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่แฝงด้วยนัยยะ แต่มันคือความเงียบของจุดจบที่กำลังเริ่มต้นใหม่
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางและอดทนรอคอยคำตอบไปพร้อมกับเนบิวลาสตาร์นะครับ
วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 20
ความเจ็บปวดของการตื่นรู้
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!