เสียงคำรามต่ำของตัวเก็บประจุควอนตัมระดับเกรดสี่ดังระงับอยู่ใต้พื้นผิวโลหะสีไทเทเนียมด้าน เอลิน่า วอล์กเกอร์ ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองหน้าจอโฮโลแกรมสีครามที่กำลังฉายกราฟิกการไหลเวียนของเวลาที่บิดเบี้ยวเป็นรูปเลขแปดอนันต์ นิ้วเรียวยาวในถุงมือนาโนไฟเบอร์ยังคงบรรจงไขสกรูไมโครคาร์บอนตัวสุดท้ายเข้ากับแผงวงจรหลักด้วยความแม่นยำระดับไมครอน แม้ว่าหยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ จะเริ่มซึมตามไรผมและกรอบหน้าคมคายของเธอแล้วก็ตาม
"ถ้าคุณยังฝืนป้อนรหัสผ่านชั้นที่สามด้วยอัลกอริทึมเก่าคร่ำครึแบบนั้น... โครงสร้างความทรงจำทั้งหมดในเซกเตอร์เจ็ดจะหลอมละลายกลายเป็นผุยผงก่อนที่ดาวเคราะห์น้อยดวงถัดไปจะโคจรมาถึงเสียอีกนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบอย่างหาที่ติไม่ได้ดังขึ้นจากมุมมืดของห้องควบคุมแรงโน้มถ่วงจำลอง คีอาน เวนดิกซ์ ก้าวออกมาจากเงาสลัวของเสาค้ำยันไฮดรอลิก ร่างสูงโปร่งในชุดสูทผู้คุมกฎไร้รอยยับสะท้อนแสงไฟนีออนสีส้มอ่อนจากแผงควบคุม ดวงตาคมกราบกวาดมองเครื่องมือชิ้นจิ๋วในมือเธอก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าด้านข้างที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นของหญิงสาว
เอลิน่าหยุดมือลงเล็กน้อย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในอก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการมีผู้คุมกฎแห่งสหพันธ์มาหายใจรดต้นคออยู่ใกล้ๆ ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะรักษาความสุขุมเอาไว้ได้
"ถ้าฉันไม่ทำเช่นนั้น... ประวัติศาสตร์เจ็ดร้อยปีของดาวเคราะห์อาณานิคมซีตาจะถูกลบหายไปจากสารบบอย่างถาวร คุณคีอาน" เอลิน่าเอ่ยตอบโดยไม่หันกลับไปมอง น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบแต่แฝงแรงกระแทกกระทั้นทางอารมณ์ "บางที... สำหรับคนที่มีหน้าที่ทำลายล้างเพื่อความสมบูรณ์แบบอย่างคุณ อาจมองว่าความทรงจำและรอยแผลเป็นของมนุษย์เป็นเพียงแค่ขยะที่ต้องกวาดทิ้ง แต่มันไม่ใช่สำหรับฉัน"
คีอานก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังเธอในระยะที่ใกล้จนเกินความจำเป็น กลิ่นอายเย็นเยียบของOzoneจากระบบปรับอากาศยานอวกาศผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของน้ำหอมบุรุษราคาแพงลอยแตะจมูก เอลิน่ายังคงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวตนของชายหนุ่มผู้นี้ มันไม่ใช่ความกลัว แต่เป็นแรงดึงดูดประหลาดที่มักเกิดขึ้นเสมอเวลาที่คนสองคนยืนอยู่คนละฝั่งของอุดมการณ์
มือหนายื่นเข้ามาใกล้แผงควบคุม ปลายนิ้วของคีอานแตะลงบนคานโยกสำรองเพื่อหยุดยั้งไม่ให้เธอหมุนวาล์วระบายความร้อนผิดทิศทาง ปฏิกิริยาอันรวดเร็วทำให้ไหล่ของทั้งคู่เบียดกันโดยไม่ได้ตั้งใจ เอลิน่าสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ถอยหนี
"ความผิดพลาดไม่ใช่สิ่งที่ต้องรักษาไว้บูชาหรอกนะครับ เอลิน่า..." คีอานกระซิบแผ่วเบa ชิดใบหูของเธอ น้ำเสียงนั้นทุ้มนุ่มจนเกือบจะฟังดูอ่อนโยน หากแต่เนื้อหาภายในกลับคมกริบราวกับใบมีดโกน "คุณกำลังพยายามเย็บแผลให้คนใกล้ตายด้วยด้ายที่เปื่อยยุ่ย ยิ่งคุณพยายามแก้ไขไทม์ไลน์ที่พังทลายนี้มากเท่าไหร่ รอยปริแตกของมิติก็จะยิ่งกว้างขึ้นเท่านั้น และในท้ายที่สุด... คุณนั่นแหละที่จะถูกกลืนหายไปเป็นส่วนหนึ่งของความว่างเปล่า"
เอลิน่าหันขวับกลับมาประจันหน้า ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ดวงตาสีอำพันของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเทานิ่งสนิทของเขาอย่างไม่ยอมแพ้
"แล้วคุณคิดว่าฉันควรทำอย่างไรล่ะคะ? นั่งมองดูผู้คนนับล้านถูกลบตัวตนออกไปจากสารบบราวกับพวกเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้เลยอย่างนั้นหรือ?" เอลิน่าย้อนถาม น้ำเสียงสั่นระริกด้วยความอัดอั้น "คุณอาจจะถูกฝึกมาให้มองเห็นมนุษย์เป็นแค่ตัวเลขในสมการความมั่นคงของจักรวาล แต่ฉัน... ในฐานะวิศวกร ฉันรู้ว่าทุกรอยต่อ ทุกความผิดพลาด และทุกหยดน้ำตา ล้วนแต่มีน้ำหนักและตัวตนที่แท้จริง"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงฮัมต่ำของเครื่องยนต์ควอนตัมที่ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่อง คีอานไม่หลบสายตา เธอเห็นประกับความลังเลไหววับอยู่ในดวงตาสีเทาคู่นั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นตามหน้าที่การงานของเขาอีกครั้ง
"แผนการขั้นที่สองของคุณ... คือการรีเซ็ตแกนกลางของตัวสะท้อนเวลาโดยใช้พลังงานจิตวิญญาณของคุณเองเป็นตัวเชื่อมต่อใช่ไหมครับ?" คำถามของคีอานทำเอาลมหายใจของเอลิน่าสะดุดไปชั่วขณะ เธอนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะพบว่า ไม่มีอะไรสามารถรอดพ้นสายตาของชายผู้ชายคนนี้ไปได้จริงๆ
"คุณรู้..."
"ผมไม่ได้แค่รู้... แต่ผมกำลังเตือนคุณว่าถ้าคุณทำแบบนั้น สมองส่วนหน้าของคุณจะถูกเผาไหม้จนไม่เหลือแม้แต่เศษ3D-Memory" คีอานเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความเยือกเย็นเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้กรอบของกฎระเบียบ "สหพันธ์ต้องการวิศวกรระดับคุณ... และตัวผมเองก็..."
เขากลืนคำพูดช่วงท้ายลงคอไป แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับสื่อความหมายที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบายออกมาเป็นคำพูด เอลิน่ารู้สึกได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ผิดปกติในอกซ้าย มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความสั่นไหวทางจิตวิญญาณที่เธอยากจะปฏิเสธ
"ถ้าฉันไม่ทำ... จักรวาลนี้ก็ไม่มีความหมายที่จะปกป้องอีกต่อไปแล้วครับ คุณคีอาน" เอลิน่ายิ้มจางๆ ยิ้มที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยว เธอยกมือขึ้นแตะแผงควบคุมหลักอีกครั้งก่อนจะกดรหัสผ่านขั้นสุดท้ายด้วยความรวดเร็ว
"หยุดนะ!" คีอานพยายามจะคว้าแขนเธอไว้ แต่ช้าไปเสียแล้ว
แสงวาบสีขาวโพลนสว่างจ้าจนกลืนกินทุกสรรพสิ่งในห้องควบคุม แรงเหวี่ยงมหาศาลจากสนามพลังงานเวลาที่ถูกบีบอัดทำให้ร่างของทั้งคู่เซถลาเข้าหากัน คีอานคว้าเอวบางของเอลิน่าเข้าหาตัวเพื่อป้องกันไม่ให้เธอกระแทกกับขอบโลหะ ขณะที่เอลิน่าใช้มืออีกข้างกดปุ่มยืนยันแผนการขั้นที่สองลงไปอย่างเต็มแรง
แรงสั่นสะเทือนระดับเจ็ดริกเตอร์ทางควอนตัมสั่นคลอนไปทั่วโครงสร้างยาน หน้าจอโฮโลแกรมทั้งหมดดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดและเสียงเตือนภัยสีแดงฉานที่กะพริบถี่ๆ
ทว่า... ในความเงียบสงบที่กลับคืนมาพร้อมกับกลิ่นอายความเย็นยะเยือกของห้วงอวกาศนอกหน้าต่างกระจกใส เสียงฝีเท้าปริมาณหนึ่งคู่ก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก—เสียงฝีเท้าที่หนักแน่น มั่นคง และไม่ใช่ของลูกเรือคนใดบนยานลำนี้อย่างแน่นอน
คีอานชักปืนพกเลเซอร์ออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับดึงร่างของเอลิน่าให้หลบมาอยู่ด้านหลังแผงควบคุมอย่างแนบเนียน สายตาคมกราบจ้องเขม็งไปยังประตูนิรภัยที่กำลังเลื่อนเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ
"นึกไม่ถึงเลยว่าพวกคุณจะเล่นสนุกกันถึงขนาดนี้... ผู้คุมกฎ เวนดิกซ์ และคุณวอล์กเกอร์"
เสียงทุ้มต่ำและเยียบเย็นเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญ ซึ่งก้าวพ้นกลุ่มควันเข้ามาพร้อมกับอุปกรณ์ถอดรหัสระดับสูงในมือ—อุปกรณ์ที่เป็นรหัสลับสุดยอดซึ่งมีเพียงสภาสูงแห่งสหพันธ์เท่านั้นที่ครอบครอง!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางท่องไปในความเวิ้งว้างและความมืดมิดของจิตใจมนุษย์กับเนบิวลาสตาร์มาจนถึงตอนนี้นะครับ
วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา•ตอนที่ 19
แผนการขั้นที่สอง
ผลงานโดย เนบิวลาสตาร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนบิวลาสตาร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิศวกรวิญญาณปะทะผู้คุมกฎแห่งเนบิวลา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!