เสียงถอนหายใจยาวนานที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบขององค์หญิงรัชทายาท ไม่ใช่สัญญาณของความอ่อนล้าจากการฝึกฝนเวทมนตร์ธาตุอัคคีขั้นสูงตลอดสามชั่วโมงเต็ม แต่มันคือความเปราะบางที่เอเลนอร์จงใจซ่อนไว้ภายใต้เกราะกําบังอันเย็นชามาตลอดชีวิต
คิรอสซึ่งพิงสะโพกเข้ากับเสาหินแกรนิตโบราณของห้องฝึกซ้อมใต้ดิน หรี่ตาลงเล็กน้อย ปล่อยให้หน้าต่างสถานะโปร่งแสงสีฟ้าของระบบพี่เลี้ยงจำเป็นลอยนิ่งอยู่เบื้องหน้า ตัวเลขมานาของเด็กสาวตรงหน้าแกว่งไกวผิดปกติ มันไม่ได้ลดลงเพราะความเหนื่อยล้าทางกาย หากแต่เกิดจากคลื่นอารมณ์ที่ปั่นป่วนจนไม่สามารถควบคุมแก่นเวทมนตร์ในร่างกายได้
"ถ้ายังฝืนรวบรวมมานาด้วยวิธีดิบเถื่อนแบบนั้น เกราะคุ้มกันวิญญาณของเจ้าคงได้แตกละเอียดเป็นผุยผงก่อนที่ศัตรูหน้าไหนจะทันได้แตะตัวเจ้าเสียอีกนะ, องค์หญิง"
น้ำเสียงของชายหนุ่มเจือความกวนประสาทตามเคย ทว่าแววตาคู่คมกลับปราศจากรอยยิ้มเยาะหยันเช่นทุกครั้ง เขาก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทาเล็กน้อยอย่างเงียบเชียบ ปลดผ้าคลุมไหล่หนาของตนเองออกแล้วคลุมทับลงบนไหล่บอบบางที่แบกรับภาระอันหนักอึ้งเกินกว่าเด็กสาววัยเดียวกันจะทานทน
เอเลนอร์สะดุ้งสุดตัว นางหันขวับมาหมายจะตอกกลับด้วยวาจาร้ายกาจตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ทว่าดวงตาสสีมรกตคู่สวยกลับต้องชะงักค้าง เมื่อได้สบเข้ากับประกายตาที่อ่านยากของอดีตเกมเมอร์สายวางแผน แววตานั้นไม่มีความสมเพชเวทนา หรือความหวาดกลัวต่อฐานันดรศักดิ์ มีเพียงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งที่สะท้อนออกมาจากความเงียบงัน
"อย่ามาทำเป็นรู้ดีเกี่ยวกับตัวข้านะ, คิรอส..." เสียงของนางขาดห้อนและแหบพร่าผิดจากยามปกติ มือเรียวบางกำเข้าหากันแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด ร่องรอยของบาดแผลในอดีตกำลังกัดกินจิตใจขององค์หญิงผู้เพียบพร้อมทีละน้อย "เจ้าเป็นแค่พี่เลี้ยงที่ถูกส่งมา... เป็นแค่ตัวหมากในเกมการเมืองของเสด็จพ่อเท่านั้น"
"ตัวหมากงั้นหรือครับ?" คิรอสทวนคำ รอยยิ้มมุมปากหยักขึ้นเล็กน้อยก่อนจะจางหายไป เขาไม่ถอยหนี กลับเลือกที่จะทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นหินเย็นเยียบ เพื่อให้ระดับสายตาอยู่เสมอ, กับเด็กสาวที่กำลังพยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งกั้นขวางโลกใบนี้
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องฝึกซ้อมอยู่ครู่ใหญ่ มีเพียงเสียงสะท้อนของหยดน้ำที่กระทบพื้นหินและเสียงลมหายใจที่เริ่มผ่อนคลายลงทีละน้อยของเอเลนอร์ ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นส่งเสียงเตือนเบาๆ ในหัวของคิรอส พร้อมกับหน้าต่างข้อมูลลับที่ถูกปลดล็อกโดยอัตโนมัติจากเงื่อนไขทางจิตวิทยา—ข้อมูลที่สถาบันมหาเวทปกปิดไว้เป็นความลับสูงสุด
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบสภาวะ 'จิตวิญญาณโดดเดี่ยวขั้นวิกฤต' ในตัวเป้าหมาย (เอเลนอร์ ฟอน สตอร์ม) ]
[ประวัติเบื้องหลัง: องค์หญิงผู้สูญเสียมารดาตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ ถูกเลี้ยงดูด้วยกฎเกณฑ์อันเข้มงวดของราชสำนัก และถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อคานอำนาจขุนนางสายเวทมนตร์ ไร้ซึ่งพื้นที่ปลอดภัยและมิตรภาพที่แท้จริง]
คิรอสอ่านตัวอักษรเหล่านั้นในใจพลันรู้สึกถอนหายใจยาวเหยียด โลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยเวทมนตร์อลังการและสัตว์อสูรน่าเกรงขาม มักจะมีเบื้องหลังเป็นความโหดร้ายที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมเสมอ เด็กสาวที่ผู้คนต่างกราบไหว้ในฐานะอัจฉริยะผู้ไร้พ่าย แท้จริงแล้วเป็นเพียงเด็กน้อยผู้หวาดกลัวการถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพังในความมืดมิด
"เจ้าเคยนับไหมล่ะครับ... ว่าในหนึ่งวัน เจ้าต้องสวมหน้ากากกี่อัน?" คิรอสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและอบอุ่นอย่างประหลาด "หน้ากากองค์หญิงผู้เยือกเย็น หน้ากากอัจฉริยะผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ และหน้ากากของผู้สืบทอดบัลลังก์ที่ต้องแบกความคาดหวังของคนทั้งอาณาจักร"
เอเลนอร์ชะงักงัน ริมฝีปากสั่นระริก ดวงตาคู่สวยเริ่มมีหยาดน้ำใสเอ่อคลอ แต่นางพยายามฝืนกลั้นมันไว้ด้วยความหยิ่งทะนงเฮือกสุดท้าย
"มันคือหน้าที่ของข้า..." นางกระซิบแผ่วเบา ราวกับกำลังบอกตัวเองมากกว่าจะตอบคำถาม
"หน้าที่บ้าบออะไรกันที่พรากสิทธิ์ในการร้องไห้หรือหัวเราะเหมือนคนธรรมดาไปจากเด็กผู้หญิงอายุสิบหกปี" คิรอสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดเล็กน้อยต่อระบบสังคมอันบิดเบี้ยวนี้ ก่อนที่เขาจะเอื้อมมือออกไป—ไม่ใช่เพื่อดึงรั้งหรือควบคุม—แต่วางฝ่ามือลงบนศีรษะของเอเลนอร์เบาๆ แล้วโยกเรือนผมสีเงินสลวยนั้นช้าๆ
"ถ้าเหนนัก ก็ไม่ต้องแบกไว้คนเดียวทั้งหมดหรอกครับ... อย่างน้อย ตอนนี้ข้าก็ยังรับหน้าที่เป็น 'พี่เลี้ยง' ของเจ้าอยู่ไม่ใช่หรือไง? ต่อให้เป็นเรื่องไร้สาระ หรือความกลัวงี่เง่าแค่ไหน เจ้าก็โยนมาให้ผมจัดการได้ทั้งนั้นแหละ"
คำพูดเรียบง่ายแต่หนักแน่นนั้น ราวกับกุญแจดอกสำคัญที่ไขเข้าสู่ห้องลับในใจขององค์หญิงผู้ปิดตาย กำแพงน้ำแข็งที่เอเลนอร์สร้างขึ้นมานานนับปีพังทลายลงในพริบตา หยาดน้ำตาที่อดกลั้นมาเนิ่นนานไหลรินอาบแก้มเนียนเงียบเชียบ โดยไม่มีเสียงสะอื้นไห้ มีเพียงความเปราะบางที่ยอมเปิดเผยต่อหน้าชายหนุ่มผู้กวนประสาทคนนี้เป็นครั้งแรก
คิรอสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างหอคอยสูงที่มืดมิดลงแล้ว บรรยากาศรอบตัวเริ่มเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยามวิกาล ทว่าในขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากปลอบโยนเพิ่มเติมเพื่อปรับบรรยากาศให้ผ่อนคลายลง เสียงแจ้งเตือนอันคุ้นเคยจากระบบก็ดังแทรกขึ้นมาในโสตประสาทอย่างกะทันหัน—แต่มันไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนภารกิจปกติทั่วไป
[แจ้งเตือนเร่งด่วนระดับ SSS: ตรวจพบความผิดปกติของสนามพลังมานาภาระอาณาเขต]
[เป้าหมายภารกิจใหม่ถูกบังคับเปิดใช้งาน: 'เงาแห่งอดีตที่หวนคืน']
[คำเตือน: สิ่งแปลกปลอมระดับภัยพิบัติกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่หอคอยเวทมนตร์ในรัศมี 500 เมตร และบุคคลปริศนาผู้ถือครองกุญแจแห่งความลับของตระกูลสตอร์ม กำลังก้าวเข้ามาประชิดประตูห้องฝึกซ้อมแล้ว—]
—ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" มา ณ ที่นี้นะครับ—
ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา•ตอนที่ 11
รอยร้าวในใจขององค์หญิง
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!