"ถ้าเจ้านี่ยังเดินมาอีกสามก้าว ข้าจะใช้ดาบเล่มนี้เสียบทะลุคอหอยของเจ้าให้ดู คิรอส!"
เสียงกระซิบที่ลอดไรฟันของเอเลนอร์เต็มไปด้วยความตึงเครียด หญิงสาวแนบแผ่นหลังชิดกับผนังหินชื้นแฉะของดันเจี้ยนชั้นใต้ดิน ลมหายใจของนางถูกควบคุมให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้เรดอายด์ โกเลม (Red-eyed Golem) มอนสเตอร์ระดับบอสสูงสามเมตรที่กำลังเดินวนเวียนอยู่เบื้องหน้าไหวตัวทัน
ทว่าชายหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมดกลับนั่งยองๆ เคี้ยวหญ้าเรืองแสงเล่นอย่างไร้ความกังวล ดวงตาคมกริบใต้เรือนผมสีดำสนิทกวาดมองผ่านช่องแคบของซากปรักหักพัง ราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าในตลาดสด มากกว่าจะเผชิญหน้ากับอสูรกายที่พร้อมจะบดขยี้พวกเขากลายเป็นปุ๋ย
"ใจเย็นน่าองค์หญิง การใช้กำลังกับสุภาพบุรุษตัวใหญ่ไซส์บิ๊กเบิ้มแบบนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเลยครับ... อีกอย่าง ขาของมันมีกลไกการเคลื่อนไหวที่ฝืดเคืองทางด้านซ้าย สังเกตดีๆ สิครับว่าทุกครั้งที่มันก้าว มันต้องใช้เวลาสามวินาทีในการปรับสมดุลแกนกลาง" คิรอสเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มมุมปากยังคงกวนประสาทเช่นเคย
เอเลนอร์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างอดไม่ได้ นางอยากจะทุบหัวเจ้าคนเจ้าเล่ห์นี่สักทีสองทีให้สาสมกับความกวนประสาท แต่สถานการณ์บังคับให้นางต้องเก็บเรี่ยวแรงไว้รับมือกับสถานการณ์ตรงหน้า โลกแฟนตาซีใบนี้ไม่ได้ใจดีกับผู้ที่ไร้พลัง และระบบสเตตัสที่บิดเบี้ยวของสถาบันมหาเวトก็ไม่ได้มอบเครื่องมืออะไรให้พวกเขานอกจาก "เศษขยะ" ตามคำนิยามของคนทั่วไป
เบื้องหน้าของพวกเขา เรดอายด์ โกเลม ส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอ คลื่นพลังงานความร้อนแผ่ซ่านออกมาจากแกนกลางสีแดงฉานที่กลางอก อุณหภูมิภายในห้องโถงหินเริ่มสูงขึ้นจนเหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผมของเอเลนอร์ นางกระชับดาบเวทมนตร์ในมือแน่นเตรียมพร้อมระเบิดพลังเฮือกสุดท้าย หากคิรอสยังไม่มีแผนการที่ดีกว่านี้ นางคงต้องเลือกทางเสี่ยงตายเข้าประจันหน้าตรงๆ
"เจ้ามีเวลาอีกแค่ห้าวินาที คิรอส ถ้าแผนของเจ้ามันพังไม่เป็นท่า ข้าจะลากเจ้าไปตายเป็นเพื่อนแน่" เอเลนอร์เตือนด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
"เชื่อมือคนหล่อเถอะครับ" คิรอสหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พร้อมกับคว้าสิ่งของชิ้นหนึ่งออกจากช่องเก็บของระบบ
มันคือ **"น้ำมันหล่อลื่นอเนกประสงค์เกรดต่ำ"** และ **"เศษผ้าขนหนูขึ้นรา"** ที่เขาเก็บมาจากกองขยะหลังโรงครัวของสถาบันในบทก่อนหน้านี้
ไอเทมขยะที่ไม่มีใครเหลียวแล แม้แต่พ่อค้าเร่ตามข้างทางยังเมินหน้าหนี
"เจ้า... จะเอาเจ้านี่ไปทำอะไร?" เอเลนอร์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ นางมองเศษผ้าและขวดน้ำมันในมือเขาอย่างเคลือบแคลงสงสัย
"ล่อลวงและพิชิตครับ" คิรอสยิ้มเจ้าเล่ห์ "จำไว้นะครับองค์หญิง ในโลกที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ ความแข็งแกร่งไม่ได้วัดกันที่ปริมาณมานา แต่วัดกันที่การใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนที่คนมองข้าม"
สิ้นคำพูด คิรอสก็ปาขวดน้ำมันหล่อลื่นพุ่งไปกระทบกับผนังหินอีกด้านหนึ่งของห้องโถง เสียงแก้วแตกกระจายดังสนั่น น้ำมันเหนียวหนืดไหลนองไปตามพื้นผิวหินขัดมันอย่างรวดเร็ว กลิ่นฉุนของสารเคมีผสมไขมันสัตว์คละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
เรดอายด์ โกเลม ที่มีประสาทสัมผัสทางเสียงและความร้อนเป็นหลัก หันขวับไปตามต้นเสียง ดวงตาสีแดงฉานเบิก2โพล่งด้วยความโกรธเกรี้ยว มันคำรามลั่นจนหินบนเพดานสั่นสะเทือน ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าไปยังจุดที่น้ำมันนองอยู่ด้วยความเร็วสูง
*ตู้ม!*
น้ำหนักตัวหลายตันประกอบกับแรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้เมื่อเท้าขนาดยักษ์เหยียบลงบนคราบน้ำมันหล่อลื่น มันจึงสูญเสียการทรงตัวในทันที ร่างมหึมาไถลไปตามพื้นหินลื่นราวกับเด็กเล่นสเก็ตน้ำแข็ง ก่อนจะพุ่งชนเข้ากับเสาหินรับน้ำหนักกลางห้องโถงเข้าอย่างจัง!
*โครーム!*
เสาหินถล่มลงมาทับร่างของเรดอายด์ โกเลมจนฝุ่นตลบอบอวล แรงกระแทกจากการพังทลายของโครงสร้างดันเจี้ยนทำให้แกนกลางสีแดงที่อกของมันเกิดรอยร้าวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โกเลมส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน แต่ด้วยความที่พื้นลื่นและแกนกลางเสียหาย มันจึงทำได้เพียงดิ้นรนอย่างไร้ทางสู้
เอเลนอร์ยืนอ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความทึ่ง ภาพที่เห็นตรงหน้าทลายสามสามัญสำนึกทั้งหมดที่นางเคยเรียนรู้มาในฐานะองค์หญิงรัชทายาท การเอาชนะบอสระดับสูงไม่ได้ต้องใช้เวทมนตร์บทใหญ่หรือดาบศักดิ์สิทธิ์อะไรเลย แต่มันเริ่มต้นจาก "ฟิสิกส์พื้นฐาน" และความกวนประสาทของชายหนุ่มข้างกายผู้นี้
"นี่เจ้า... วางแผนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ตอนที่เก็บขยะพวกนั้นมาแล้วงั้นเหรอ?" เอเลนอร์หันมามองคิรอสด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป
"แน่นอนครับ การเป็นพี่เลี้ยงจำเป็นต้องมองการณ์ไกลเสมอ" คิรอสขยี้จมูกตัวเองเบาๆ ด้วยความภาคภูมิใจ ก่อนจะชูดาบขึ้นฟ้า "เอาล่ะครับองค์หญิง ได้เวลาเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว แทงเข้าที่รอยร้าวตรงกลางอกของมันเต็มแรงเลยครับ!"
เอเลนอร์ไม่รอช้า นางรวบรวมมานาทั้งหมดไว้ที่ปลายดาบ พุ่งทะยานผ่านกลุ่มควันฝุ่นราวกับสายลม แล้วซัดคมดาบปักลึกลงไปที่แกนกลางของเรดอายด์ โกเลมอย่างแม่นยำ
แสงสว่างวาบสีทองพวยพุ่งขึ้นสู่เพดานดันเจี้ยน เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นรัวจนแทบฟังไม่ทัน
[ติ๊ง! ผู้เล่นคิรอสและปาร์ตี้ เอาชนะ "เรดอายด์ โกเลม" บอสประจำดันเจี้ยนชั้นที่ 1 สำเร็จ]
[ระบบทำการคำนวณค่าประสบการณ์และกลยุทธ์การต่อสู้...]
[วิเคราะห์วิธีจัดการ: ใช้กลยุทธ์ "ฟิสิกส์เชิงกลและไอเทมขยะ" (ระดับความสร้างสรรค์: SSS)]
[ปลดล็อกฉายา: "นักต้มตุ๋นแห่งสถาบันมหาเวท", ค่าสถานะความฉลาดเพิ่มขึ้นถาวร +50]
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบความผิดปกติของมานาในชั้นถัดไป กำลังโหลดข้อมูลเป้าหมายใหม่...]
เสียงแจ้งเตือนเงียบลงพร้อมกับบรรยากาศภายในห้องโถงที่กลับมาสงบอีกครั้ง ทว่าความเงียบนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อพื้นเบื้องล่างของพวกเขากลับสั่นสะเทือนรุนแรงยิ่งกว่าเดิม รอยแยกสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางห้อง พร้อมกับละอองไอหมอกสีม่วงเข้มที่ลอยอวลขึ้นมาพร้อมกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก
เอเลนอร์หน้าถอดสี นางสัมผัสได้ถึงพลังงานระดับที่ไม่อาจเทียบกับโกเลมตัวเมื่อครู่ได้แม้แต่น้อย "คิรอส... นั่นมันอะไรน่ะ?"
คิรอสที่เคยมีรอยยิ้มกวนประสาทอยู่บนใบหน้า กลับหุบยิ้มลงช้าๆ ดวงตาคมกريบจ้องมองลึกลงไปในรอยแยกสีดำนั้นด้วยความระแวดระวังเป็นครั้งแรก
เบื้องล่างรอยแยกนั้น เงาร่างของบางสิ่งกำลังขยับตัว... มันไม่ใช่สัตว์อสูร แต่เป็นดวงตาสีทองคู่มหึมาที่เปิดขึ้นพร้อมกับเสียงกระซิบก้องกังวานในหัวของพวกเขาทั้งสองคน
*“ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบที่แท้จริง... ผู้บุกรุก”*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" มา ณ ที่นี้นะครับ
ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา•ตอนที่ 9
แผนลวงตบมอนสเตอร์ด้วยสติปัญญา
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!