กลิ่นอายอับชื้นของหินโบราณที่ถูกปิดตายมานานนับพันปีคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝุ่นผงของกาลเวลา แสงสีฟ้าจางๆ จากผลึกมานาในมือของเอเลนอร์ส่องให้เห็นโครงสร้างสถาปัตยกรรมขนาดยักษ์เบื้องหน้า ที่นี่ไม่ใช่แค่ซากปรักหักพังธรรมดา แต่เป็นห้องโถงใต้ดินที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ชั้นหินหนาแน่นของเทือกเขาแห่งความตาย ซึ่งถูกปกป้องด้วยค่ายกลเวทมนตร์โบราณที่แม้แต่นักเวทระดับปรมาจารย์ในยุคปัจจุบันก็ยังไม่มีปัญญาแกะรอย
"คุณมั่นใจนะว่าแผนผังชิ้นนี้ไม่ได้พาพวกเราเดินวนกลับมาที่เดิมเป็นรอบที่สามแล้ว, คิรอส?"
เสียงหวานทุ้งติดจะเย็นชาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัดของอุโมงค์หิน นางปรายหางตามองชายหนุ่มผู้เป็นทั้งพี่เลี้ยงจำเป็นและคู่ปรับตัวฉกาจ เอเลนอร์ในชุดคลุมนักเวทสีนิลเปรอะเปื้อนฝุ่นดิน ขยับกระชับไม้เท้าในมือขวาแน่น ดวงเนตรสีครามคมกริบกวาดตามองผนังศิลาที่สลักลวดลายประหลาด ซึ่งสะท้อนเงาของความไม่ไว้วางใจอย่างชัดเจน
คิรอสยักไหล่เบาๆ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเหนือชั้นตามแบบฉบับของอดีตเกมเมอร์ผู้กุมความลับของระบบ มือเรียวยาวสอดเข้าในกระเป๋าเสื้อคลุม ขณะที่สายตาคู่คมกวาดมองพิกัดบนหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเฉพาะตน
"ถ้าผมพาเดินวน รอบนี้เราคงได้ตั้งวงจิบชาชมวิวโครงกระดูกออร์กกันไปนานแล้วล่ะครับ, คุณหนูเอเลนอร์" คิรอสตอบด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามเคย "อีกอย่าง... แผนผังที่ท่านกำลังกังขาอยู่นี้ คือผลลัพธ์จากการคำนวณความหนาแน่นของมานาใต้พิภพถึงสามร้อยเจ็ดสิบสี่รูปแบบเชียวนะครับ ถ้าไม่เชื่อใจสมองอันปราดเปรื่องของผม ท่านจะลองใช้พลังเวทพังกำแพงด้านนั้นดูเองก็ได้ เผื่อเราจะได้ถูกฝังกลบเป็นฟอสซิลคู่กันไปชั่วกัลปสาน"
เอเลนอร์กัดริมฝีปากบางเฉียบอย่างขัดใจ นางอยากจะเถียงกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบสักประโยค แต่ทว่า... สัญชาตญาณอันเฉียบคมของทายาทราชวงศ์กลับบอกว่าชายหนุ่มผู้นี้พูดความจริง แรงกดดันจากมานาบริสุทธิ์ที่แผ่ออกมาจากเบื้องหลังประตูศิลาบานมหึมาตรงหน้า กำลังบอกเป็นนัยว่าพวกเขากำลังยืนอยู่บนจุดศูนย์กลางของอารยธรรมเวทมนตร์ที่สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย
*ครืนนน—!*
เสียงกลไกโบราณบด 10 ขยับขับเคลื่อนอย่างเชื่องช้า ฝุ่นผงตกลงมาจากเพดานอุโมงค์ราวกับหิมะโปรยปราย เมื่อคิรอสดีดนิ้วส่งกระแสมานาเข้าสู่ร่องผนังศิลาตาม "ระบบนำทางอัจฉริยะ" ที่เพิ่งปลดล็อกเงื่อนไขพิเศษสำเร็จ ประตูหินหนากว่าสามเมตรค่อยๆ แยกตัวออกจากกัน เผยให้เห็นมิติภายในที่กว้างใหญ่ไพศาลราวกับมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์
ภาพที่ปรากฏเบื้องสายตาทำให้ทั้งคู่ถึงกับนิ่งงันไปชั่วขณะ
กลางห้องโถงกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยเสาศิลาแกะสลักรูปอสูรกายโบราณที่สูญพันธุ์ไปแล้ว เหนือแท่นบูชาตรงกลางลอยเคว้งคว้างด้วยคัมภีร์หนังแท้สีทองอร่าม แผ่รังสีพลังงานเวทมนตร์อันเก่าแก่และทรงอำนาจจนอากาศรอบข้างบิดเบี้ยวเป็นระลอกคลื่น
"นั่นมัน... คัมภีร์บันทึกเวทมนตร์บรรพกาล!" เอเลนอร์อุทานออกมาเบาๆ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ความเยือกเย็นและมาดมั่นขององค์หญิงรัชทายาทมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความกระหายใคร่รู้ของนักเวทผู้หลงใหลในศาสตร์แห่งมานา นางก้าวเท้าเดินเข้าไปหาแท่นบูชานั้นโดยไม่รู้ตัว
"ช้าก่อนครับ! อย่าเพิ่งรีบร้อนสิครับท่าน"
คิรอสพุ่งตัวคว้าแขนเรียวของเอเลนอร์ไว้ทันท่วงที แรงกระชากดึงร่างบางให้ถอยกลับมาอยู่ด้านหลังของเขาในเสี้ยววินาที
*เปรี้ยงงง!*
สายฟ้าสีม่วงเข้มเส้นเท่าลำต้นตาลพุ่งผ่าลงมาจากเพดานศิลา เฉียดปลายจมูกของเอเลนอร์ไปเพียงไม่ถึงคืบ รอยไหม้สีดำสนิทปรากฏขึ้นบนพื้นหินอ่อนทันที รัศมีการโจมตีแผ่ขยายเป็นวงกว้าง พร้อมกับเสียงคำรามก้องกังวานที่สะท้อนมาจากความมืดมิดรอบทิศทาง
"ระบบตรวจพบกลไกป้องกันอัตโนมัติระดับตำนาน — 'ผู้พิทักษ์บรรพกาล' กำลังตื่นจากการหลับใหล"
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นในหัวของคิรอส พร้อมกับหน้าจอสีแดงฉานที่กระพริบเตือนภัยระดับวิกฤต รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาจริงจังและเฉียบคมราวกับเหยี่ยว
เอเลนอร์หายใจหอบถี่ ใบหน้าขาวเนียนซีดเผือดด้วยความตกใจ นางเพิ่งตระหนักได้ว่าหากไม่มีมือคู่นี้คว้าไว้ ร่างของนางคงกลายเป็นจุลไปในพริบตาแล้ว ดวงตาคู่สวยเงาขึ้นด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนยามมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
"ระ... ระดับตำนานงั้นเหรอ?" เอเลนอร์เอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย พยายามรวบรวมสติและตั้งสมาธิเพื่อเรียกไม้เท้าเวทมนตร์กลับมาถือในมือ "เราจะเอายังไงดี คิรอส? พลังเวทของมันเหนือกว่าพวกเราหลายเท่าตัวนัก"
คิรอสไม่ตอบทันที เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ สมองอัจฉริยะประมวลผลแผนยุทธวิธีนับร้อยรูปแบบในเสี้ยววินาที สายตาคมกวาดมองจุดอ่อนของโครงสร้างเสาศิลาและจังหวะการเคลื่อนไหวของเงาดำขนาดมหึมาที่กำลังก่อตัวขึ้นจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า
"จำตอนที่เราฝึกซ้อมวิ่งหนีฝูงกริฟฟินทมิฬได้ไหมครับ?" คิรอสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นใจเกินร้อย
เอเลนอร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย "ทำไม? นายจะให้ฉันวิ่งหนีอีกแล้วรึไง?"
"เปล่าเลยครับ..." คิรอสหัวנסเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความท้าทาย "รอบนี้เราไม่ได้จะวิ่งหนี... แต่เราจะใช้คัมภีร์เล่มนั้นเป็นเหยื่อล่อ แล้วตลบหลังเจ้าตัวน่ารำคาญนี่ให้ราบคาบต่างหากล่ะครับ เตรียมตัวให้พร้อม องค์หญิงของผม"
ความมืดภายในห้องโถงเริ่มหมุนวนเป็นพายุหมุนร่างของอสูรกายแห่งความตายก้าวออกมาจากเงาสลัว เสียงคำรามสะท้านปฐพีทำให้แผ่นดินใต้เท้าสั่นสะเทือน
ทันใดนั้น หน้าจอสีทองอร่ามก็เด้งขึ้นตรงหน้าคิรอส พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนภารกิจลับที่ทำให้หัวใจเต้นระส่ำ
[ติ๊ง! ค้นพบห้องโถงโบราณและคัมภีร์เวทสูญหาย: เงื่อนไขพิเศษสำเร็จ]
[เปิดใช้งานระบบภารกิจเฉพาะกิจระดับ SSS: "มรดกแห่งจักรพรรดิเวทมนตร์"]
[คำเตือน: ความล้มเหลวหมายถึงความตาย และความสำเร็จจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์ของสถาบันมหาเวthไปตลอดกาล...]
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" มา ณ ที่นี้นะครับ
ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา•ตอนที่ 27
สมบัติลับในซากปรักหักพังโบราณ
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!