ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา•ตอนที่ 17

ตบหน้าพวกดูถูกด้วยการคอมโบสกิล

ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
เสียงหัวเราะเยาะหยันจากอัฒจันทร์ฝั่งตะวันตกดังระงมราวกับฝูงไฮยีน่ากำลังรุมทึ้งซากสัตว์ ประชาชนและเหล่าขุนนางชั้นสูงต่างพากันส่งเสียงวิจารณ์ด้วยความดูแคลน สายตานับหมื่นคู่จับจ้องไปยัง "ห้องพิเศษ" หรือที่พวกมันมักเรียกขานลับหลังว่า "ห้องขยะอัปลักษณ์" แห่งสถาบันมหาเวทลูเมน บนลานประลองเวทมนตร์หินแกรนิตสีดำสนิท ซึ่งสลักอักขระกันแรงกระแทกชั้นยอด สมาชิกจากห้องเรียนปกติกำลังยืนกอดอกด้วยความผยอง พวกเขาคือกลุ่มคุณหนูและคุณชายตระกูลดังผู้ครอบครองวงแหวนเวทระดับสามขึ้นไป ตรงกันข้ามกับเด็กหนุ่มสามคนที่ก้าวเดินขึ้นมาบนเวทีด้วยชุดคลุมสีเทาซีด—เครื่องแบบของชนชั้นต่ำสุดในสถาบัน "ดูสภาพพวกมันสิครับท่าน ขนาดยืนยังตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ แล้วคิดจะมาประลองกับอัจฉริยะอย่างพวกเราเนี่ยนะ" เสียงตะโกนเยาะเย้ยดังมาจากเรย์มอนด์ หัวหน้าห้องเวทมนตร์ขั้นสูง เขากวาดสายตามองเด็กหนุ่มทั้งสามด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ โดยเฉพาะเด็กหนุ่มผมดำที่เดินนำหน้าสุด ซึ่งกำลังเคี้ยวหมากฝรั่งสีชมพูพองลมอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน "เอาน่า เรย์มอนด์ อย่าไปรังแกสุนัขจรจัดพวกนั้นแรงนักเลย เดี๋ยวพวกมันจะร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับบ้านไปฟ้องอาจารย์ที่ปรึกษาซะก่อน" เสียงหัวרויตามมาเป็นระลอก บนอัฒจันทร์ฝั่งผู้บริหาร เอเลนอร์ องค์หญิงรัชทายาทผู้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ที่ปรึกษาจำเป็น ขมวดคิ้วมุ่นจนเกิดรอยย่นน้อยๆ ที่หว่างคิ้ว นัยน์เนตรสีนิลคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์เบื้องล่างด้วยความรู้สึกหลากหลาย แม้ภายนอกเธอจะรักษามาดนิ่งสนิทเพื่อไม่ให้เสียเกียรติราชวงศ์ แต่ปลายนิ้วเรียวที่จิกเข้าหากันแน่นบนพนักเก้าอี้ก็ฟ้องชัดว่าเธอกำลังกังวลใจเพียงใด *‘ไอ้เด็กบ้านั่น... ส่งพวกเด็กใหม่ที่เพิ่งฝึกพื้นฐานได้ไม่ถึงเดือนขึ้นไปเป็นกระสอบทรายให้พวกตระกูลใหญ่เหยียบเล่นรึไงกัน?’* เอเลนอร์คิดในใจอย่างหงุดหงิด เธอหันไปมองต้นเหตุของเรื่อง ซึ่งตอนนี้กำลังยืนพิงเสาหินกอดอกฮัมเพลงอย่างสบายใจอยู่ข้างสนาม ดวงตาคมกริบของคิรอសหันมาสบตากับเธอพอดี เขายักคิ้วให้หนึ่งที พร้อมกับส่งรอยยิ้มกวนประสาทที่ชวนให้เลือดขึ้นหน้ามาให้ รอยยิ้มนั้นสื่อความหมายชัดเจนว่า *‘รอดูโชว์เด็ดได้เลยครับองค์หญิง’* "ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่าย พร้อม!" เสียงประกาศก้องของกรรมการสนามดังขึ้นสะท้อนก้องโดมเวทมนตร์ เรย์มอนด์และลูกทีมอีกสองคนปลดปล่อยออร่าเวทมนตร์สีฟ้าครามออกมาทันที แรงกดดันระดับวงแหวนเวทขั้นสามแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว พวกเขาเตรียมร่ายเวทโจมตีวงกว้างเพื่อปิดฉากการประลองภายในพริบตาเดียวให้อับอายขายหน้าที่สุด แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีก่อนที่สัญญาณเริ่มการประลองจะดังขึ้น คิรอសที่ยืนอยู่ข้างสนามก็ดีดนิ้วเบาๆ *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของสมาชิกห้องพิเศษทั้งสามคน ทำให้แววตาที่เคยหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความมั่นใจทันที [ระบบพี่เลี้ยงจำเป็น: ตรวจพบเป้าหมายกำลังดูถูกเหยียดหยามลูกศิษย์ในความดูแล] [เงื่อนไขพิเศษเปิดใช้งาน: ดำเนินการ "ตบหน้าด้วยคอมโบสกิล" ภายใน 30 วินาที] [สุ่มรับรางวัลพิเศษ: สกิลซิงโครไนซ์ประสาทสัมผัส 300% และคัมภีร์เวทไร้ธาตุขั้นสูง] เด็กหนุ่มปีหนึ่งคนแรกที่ยืนตรงกลางนามว่า "ลุค" เด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ด้านความจำแต่ร่างกายอ่อนแอ หลับตาลงชั่วพริบตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาของเขากลับกลายเป็นสีทองอร่าม "เวทมนตร์ระดับสามงั้นเหรอครับ? น่าสนใจดีนี่..." ลุคพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง น้ำเสียงนั้นไม่ใช่ของเด็กหนุ่มขี้ขลาดอีกต่อไป แต่เป็นน้ำเสียงที่เฉียบคมและคำนวณทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้วราวกับหมากรุกสามร้อยตาของคิรอศ "เฮ้ย! แกพึมพำอะไรวะ ตายซะเถอะ! [หอกวายุทะลวงสวรรค์]!" เรย์มอนด์ตวัดมือสร้างหอกลมพายุขนาดใหญ่พุ่งตรงเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง ทว่า ลุคกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นเพียงข้างเดียว นิ้วเรียวดีดอากาศเบาๆ *เปรี้ยง!* เกิดวงแหวนเวทสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ร่องรอยการร่ายคาถา มันคือเวทมิติระดับสูง [หลุมดำสะท้อนกลับ] ที่คิรอสเพิ่งยัดเยียดให้พวกเขาท่องจำจนขึ้นใจเมื่อคืนนี้ หอกวายุที่พุ่งเข้าไปถูกดูดกลืนหายไปในพริบตา ก่อนจะถูกสะท้อนกลับด้วยความเร็วและอานุภาพที่รุนแรงกว่าเดิมถึงสามเท่า พุ่งสวนกลับไปหาเรย์มอนด์จนเจ้าตัวต้องกระโดดหลบแทบไม่ทัน เสื้อผ้าขาดวิ่นด้วยความทุลักทุเล "บ้าน่า! เป็นไปได้ยังไง! พวกมันใช้เวทไร้ร่ายได้ยังไงกัน!" เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นจากอัฒจันทร์ ผู้ชมหลายคนลุกขึ้นยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้ง แต่ความวุ่นวายยังไม่จบแค่นั้น สมาชิกคนที่สองของห้องพิเศษ "มาร์ค" พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงที่เสริมด้วยเวทสนับสนุนที่คิรอสออกแบบให้ เขากลายเป็นเงาสีดำที่เคลื่อนไหวไร้รูปแบบ หลบหลีกกระสุนไฟนับสิบลูกได้อย่างงดงามราวกับนักกายกรรมมืออาชีพ ก่อนจะประชิดตัวคู่ต่อสู้ฝั่งตรงข้ามแล้วใช้ฝ่ามือแตะเบาๆ ที่จุดชีพจรเวทมนตร์ "การไหลเวียนมานาของคุณติดขัดนะครับ... หลับไปก่อนเถอะครับ" *ปัง!* คลื่นมานาสะท้อนกลับทำให้คู่ต่อสู้ล้มพับลงหมดสติคาที่ทันทีโดยไม่ต้องใช้เวทโจมตีรุนแรงเลยแม้แต่น้อย สนามประลองทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงัน ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มตกก็ยังได้ยิน ผู้บริหารบนอัฒจันทร์ต่างอ้าปากค้าง เรย์มอนด์หน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลังเมื่อตระหนักได้ว่าพวกตนกำลังตกหลุมพรางของใครบางคน เอเลนอร์เบิกตากว้างเล็กน้อย เธอมองการเคลื่อนไหวและการประสานงานที่ไร้ที่ติบนเวทีนั้นด้วยความทึ่งอย่างปิดไม่มิด กลยุทธ์ที่ใช้ไม่ใช่พลังเวทที่รุนแรง แต่เป็นการใช้จุดอ่อนของคู่ต่อสู้มาเป็นอาวุธสะท้อนกลับอย่างเลือดเย็นและแม่นยำ... ลายมือแบบนี้ ไม่มีทางเป็นของคนอื่นไปได้นอกจาก... เธอหันขวับกลับไปมองที่ขอบสนาม ทว่า พื้นที่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า คิรอสหายตัวไปจากจุดที่ยืนอยู่เสียแล้ว ในวินาทีต่อมา ลมหายใจของเอเลนอร์ก็ต้องสะดุดกึก เมื่อสัมผัสได้ถึงไอความร้อนอุ่นๆ ที่แนบชิดอยู่ข้างใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากด้านหลัง โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัวแม้แต่น้อย "อาจารย์ที่ปรึกษาครับ... ดูเหมือนว่าเด็กๆ ของผมจะสอบผ่านบทเรียนแรกด้วยคะแนนเต็มเสียด้วยสิครับ" น้ำเสียงนุ่มทุมกระซิบกระซอนชิดริมใบหูของเธอ ขณะที่ปลายนิ้วอุ่นของใครบางคนกำลังเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่คางเรียว เพื่อบังคับให้เธอหันไปสบตากับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในระยะประชิด —ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" มา ณ ที่นี้นะครับ—
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%