เสียงหัวเราะเยาะหยันจากอัฒจันทร์ฝั่งตะวันตกดังระงมราวกับฝูงไฮยีน่ากำลังรุมทึ้งซากสัตว์ ประชาชนและเหล่าขุนนางชั้นสูงต่างพากันส่งเสียงวิจารณ์ด้วยความดูแคลน สายตานับหมื่นคู่จับจ้องไปยัง "ห้องพิเศษ" หรือที่พวกมันมักเรียกขานลับหลังว่า "ห้องขยะอัปลักษณ์" แห่งสถาบันมหาเวทลูเมน
บนลานประลองเวทมนตร์หินแกรนิตสีดำสนิท ซึ่งสลักอักขระกันแรงกระแทกชั้นยอด สมาชิกจากห้องเรียนปกติกำลังยืนกอดอกด้วยความผยอง พวกเขาคือกลุ่มคุณหนูและคุณชายตระกูลดังผู้ครอบครองวงแหวนเวทระดับสามขึ้นไป ตรงกันข้ามกับเด็กหนุ่มสามคนที่ก้าวเดินขึ้นมาบนเวทีด้วยชุดคลุมสีเทาซีด—เครื่องแบบของชนชั้นต่ำสุดในสถาบัน
"ดูสภาพพวกมันสิครับท่าน ขนาดยืนยังตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ แล้วคิดจะมาประลองกับอัจฉริยะอย่างพวกเราเนี่ยนะ"
เสียงตะโกนเยาะเย้ยดังมาจากเรย์มอนด์ หัวหน้าห้องเวทมนตร์ขั้นสูง เขากวาดสายตามองเด็กหนุ่มทั้งสามด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ โดยเฉพาะเด็กหนุ่มผมดำที่เดินนำหน้าสุด ซึ่งกำลังเคี้ยวหมากฝรั่งสีชมพูพองลมอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน
"เอาน่า เรย์มอนด์ อย่าไปรังแกสุนัขจรจัดพวกนั้นแรงนักเลย เดี๋ยวพวกมันจะร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับบ้านไปฟ้องอาจารย์ที่ปรึกษาซะก่อน" เสียงหัวרויตามมาเป็นระลอก
บนอัฒจันทร์ฝั่งผู้บริหาร เอเลนอร์ องค์หญิงรัชทายาทผู้ดำรงตำแหน่งอาจารย์ที่ปรึกษาจำเป็น ขมวดคิ้วมุ่นจนเกิดรอยย่นน้อยๆ ที่หว่างคิ้ว นัยน์เนตรสีนิลคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์เบื้องล่างด้วยความรู้สึกหลากหลาย แม้ภายนอกเธอจะรักษามาดนิ่งสนิทเพื่อไม่ให้เสียเกียรติราชวงศ์ แต่ปลายนิ้วเรียวที่จิกเข้าหากันแน่นบนพนักเก้าอี้ก็ฟ้องชัดว่าเธอกำลังกังวลใจเพียงใด
*‘ไอ้เด็กบ้านั่น... ส่งพวกเด็กใหม่ที่เพิ่งฝึกพื้นฐานได้ไม่ถึงเดือนขึ้นไปเป็นกระสอบทรายให้พวกตระกูลใหญ่เหยียบเล่นรึไงกัน?’* เอเลนอร์คิดในใจอย่างหงุดหงิด เธอหันไปมองต้นเหตุของเรื่อง ซึ่งตอนนี้กำลังยืนพิงเสาหินกอดอกฮัมเพลงอย่างสบายใจอยู่ข้างสนาม
ดวงตาคมกริบของคิรอសหันมาสบตากับเธอพอดี เขายักคิ้วให้หนึ่งที พร้อมกับส่งรอยยิ้มกวนประสาทที่ชวนให้เลือดขึ้นหน้ามาให้ รอยยิ้มนั้นสื่อความหมายชัดเจนว่า *‘รอดูโชว์เด็ดได้เลยครับองค์หญิง’*
"ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองฝ่าย พร้อม!" เสียงประกาศก้องของกรรมการสนามดังขึ้นสะท้อนก้องโดมเวทมนตร์
เรย์มอนด์และลูกทีมอีกสองคนปลดปล่อยออร่าเวทมนตร์สีฟ้าครามออกมาทันที แรงกดดันระดับวงแหวนเวทขั้นสามแผ่ซ่านจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว พวกเขาเตรียมร่ายเวทโจมตีวงกว้างเพื่อปิดฉากการประลองภายในพริบตาเดียวให้อับอายขายหน้าที่สุด
แต่ทว่า... ในเสี้ยววินาทีก่อนที่สัญญาณเริ่มการประลองจะดังขึ้น คิรอសที่ยืนอยู่ข้างสนามก็ดีดนิ้วเบาๆ
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของสมาชิกห้องพิเศษทั้งสามคน ทำให้แววตาที่เคยหวาดกลัวแปรเปลี่ยนเป็นประกายแห่งความมั่นใจทันที
[ระบบพี่เลี้ยงจำเป็น: ตรวจพบเป้าหมายกำลังดูถูกเหยียดหยามลูกศิษย์ในความดูแล]
[เงื่อนไขพิเศษเปิดใช้งาน: ดำเนินการ "ตบหน้าด้วยคอมโบสกิล" ภายใน 30 วินาที]
[สุ่มรับรางวัลพิเศษ: สกิลซิงโครไนซ์ประสาทสัมผัส 300% และคัมภีร์เวทไร้ธาตุขั้นสูง]
เด็กหนุ่มปีหนึ่งคนแรกที่ยืนตรงกลางนามว่า "ลุค" เด็กหนุ่มผู้มีพรสวรรค์ด้านความจำแต่ร่างกายอ่อนแอ หลับตาลงชั่วพริบตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นัยน์ตาของเขากลับกลายเป็นสีทองอร่าม
"เวทมนตร์ระดับสามงั้นเหรอครับ? น่าสนใจดีนี่..." ลุคพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง น้ำเสียงนั้นไม่ใช่ของเด็กหนุ่มขี้ขลาดอีกต่อไป แต่เป็นน้ำเสียงที่เฉียบคมและคำนวณทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้วราวกับหมากรุกสามร้อยตาของคิรอศ
"เฮ้ย! แกพึมพำอะไรวะ ตายซะเถอะ! [หอกวายุทะลวงสวรรค์]!" เรย์มอนด์ตวัดมือสร้างหอกลมพายุขนาดใหญ่พุ่งตรงเข้าใส่ด้วยความเร็วสูง
ทว่า ลุคกลับไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นเพียงข้างเดียว นิ้วเรียวดีดอากาศเบาๆ
*เปรี้ยง!*
เกิดวงแหวนเวทสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ร่องรอยการร่ายคาถา มันคือเวทมิติระดับสูง [หลุมดำสะท้อนกลับ] ที่คิรอสเพิ่งยัดเยียดให้พวกเขาท่องจำจนขึ้นใจเมื่อคืนนี้ หอกวายุที่พุ่งเข้าไปถูกดูดกลืนหายไปในพริบตา ก่อนจะถูกสะท้อนกลับด้วยความเร็วและอานุภาพที่รุนแรงกว่าเดิมถึงสามเท่า พุ่งสวนกลับไปหาเรย์มอนด์จนเจ้าตัวต้องกระโดดหลบแทบไม่ทัน เสื้อผ้าขาดวิ่นด้วยความทุลักทุเล
"บ้าน่า! เป็นไปได้ยังไง! พวกมันใช้เวทไร้ร่ายได้ยังไงกัน!" เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นจากอัฒจันทร์ ผู้ชมหลายคนลุกขึ้นยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้ง
แต่ความวุ่นวายยังไม่จบแค่นั้น สมาชิกคนที่สองของห้องพิเศษ "มาร์ค" พุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูงที่เสริมด้วยเวทสนับสนุนที่คิรอสออกแบบให้ เขากลายเป็นเงาสีดำที่เคลื่อนไหวไร้รูปแบบ หลบหลีกกระสุนไฟนับสิบลูกได้อย่างงดงามราวกับนักกายกรรมมืออาชีพ ก่อนจะประชิดตัวคู่ต่อสู้ฝั่งตรงข้ามแล้วใช้ฝ่ามือแตะเบาๆ ที่จุดชีพจรเวทมนตร์
"การไหลเวียนมานาของคุณติดขัดนะครับ... หลับไปก่อนเถอะครับ"
*ปัง!* คลื่นมานาสะท้อนกลับทำให้คู่ต่อสู้ล้มพับลงหมดสติคาที่ทันทีโดยไม่ต้องใช้เวทโจมตีรุนแรงเลยแม้แต่น้อย
สนามประลองทั้งสนามตกอยู่ในความเงียบงัน ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มตกก็ยังได้ยิน ผู้บริหารบนอัฒจันทร์ต่างอ้าปากค้าง เรย์มอนด์หน้าซีดเผือด เม็ดเหงื่อกาฬไหลท่วมแผ่นหลังเมื่อตระหนักได้ว่าพวกตนกำลังตกหลุมพรางของใครบางคน
เอเลนอร์เบิกตากว้างเล็กน้อย เธอมองการเคลื่อนไหวและการประสานงานที่ไร้ที่ติบนเวทีนั้นด้วยความทึ่งอย่างปิดไม่มิด กลยุทธ์ที่ใช้ไม่ใช่พลังเวทที่รุนแรง แต่เป็นการใช้จุดอ่อนของคู่ต่อสู้มาเป็นอาวุธสะท้อนกลับอย่างเลือดเย็นและแม่นยำ... ลายมือแบบนี้ ไม่มีทางเป็นของคนอื่นไปได้นอกจาก...
เธอหันขวับกลับไปมองที่ขอบสนาม ทว่า พื้นที่ตรงนั้นกลับว่างเปล่า
คิรอสหายตัวไปจากจุดที่ยืนอยู่เสียแล้ว
ในวินาทีต่อมา ลมหายใจของเอเลนอร์ก็ต้องสะดุดกึก เมื่อสัมผัสได้ถึงไอความร้อนอุ่นๆ ที่แนบชิดอยู่ข้างใบหู พร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาที่ดังขึ้นจากด้านหลัง โดยที่เธอไม่ทันตั้งตัวแม้แต่น้อย
"อาจารย์ที่ปรึกษาครับ... ดูเหมือนว่าเด็กๆ ของผมจะสอบผ่านบทเรียนแรกด้วยคะแนนเต็มเสียด้วยสิครับ" น้ำเสียงนุ่มทุมกระซิบกระซอนชิดริมใบหูของเธอ ขณะที่ปลายนิ้วอุ่นของใครบางคนกำลังเอื้อมมาแตะเบาๆ ที่คางเรียว เพื่อบังคับให้เธอหันไปสบตากับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ในระยะประชิด
—ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" มา ณ ที่นี้นะครับ—
ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา•ตอนที่ 17
ตบหน้าพวกดูถูกด้วยการคอมโบสกิล
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!