เสียงปรบมืออึงอลของเหล่าขุนนางชั้นสูงบนอัฒจันทร์ฝั่งทิศเหนือ ราวกับคลื่นกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่ถูกอัดฉีดลงสู่สนามประลองเวทมนตร์รูปวงกลมขนาดมหึหา พื้นสนามบุด้วยศิลาแกร่งทนทานต่อแรงระเบิดระดับสี่ แต่ในวินาทีนี้ รอยร้าวรานเป็นทางยาวจากรอบก่อนหน้ายังคงปรากฏให้เห็นเด่นชัด เป็นประจักษ์พยานถึงความรุนแรงของเวทมนตร์สายเลือดบริสุทธิ์ที่ถูกซัดใส่กันอย่างไร้ความปรานี
"ดูสีหน้าของท่านเคานต์เวลล์นั่นสิครับ... กำลังยิ้มเยาะจนกรามแทบจะหลุดอยู่แล้วมั้งนั่น"
เสียงกระซิบเจือความกวนประสาทดังขึ้นจากด้านหลังเสาหินอัฒจันทร์ฝั่งสามัญชน คิรอสยกมือขึ้นกอดอก ดวงตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นใสปิ๊งกวาดมองไปยังเบื้องล่างด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาขยับปกเสื้อคลุมตัวยาวของสถาบันมหาเวทเล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองหญิงสาวผู้ยืนอยู่เคียงข้าง
เอเลนอร์ไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที องค์หญิงรัชทายาทในชุดเครื่องแบบนักเวทเต็มยศสะบัดชายผ้าคลุมสีเงินยวดยวง ปลายคางเชิดขึ้นเล็กน้อยตามวิสัย แต่นัยน์เนตรสีไพลินกลับฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักหน่วง นางรู้ดีว่าการประลองระหว่างตระกูลขุนนางและสามัญชนในวันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของศักดิ์ศรีในสถาบัน แต่เป็นเกมการเมืองขนาดย่อมที่พวกสภาสูงจงใจจัดฉากขึ้นเพื่อตบหน้าฝ่ายปฏิรูป
"พวกเขาไม่ได้แค่อยากชนะพวกเราหครับ คิรอส..." เอเลนอร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่กระชับด้ามไม้เท้าเวทในมือแน่นจนข้อพระนิ้วขาวซีด "แต่พวกเขาต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่า ทฤษฎีเวทมนตร์สายเลือดและการสืบทอดพันธุกรรม คือความจริงแท้ที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง... สามัญชนไม่มีวันก้าวข้ามกำแพงนี้ไปได้"
"กำแพงเหรอครับ?" คิรอสหลุดหัวเราะในลำคอ มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เอเลนอร์เห็นแล้วอยากจะซัดด้วยเวทระเบิดสักบท "สำหรับคนอื่นมันอาจจะเป็นกำแพงเหล็กกล้า แต่สำหรับผม... มันก็แค่ประตูกระจกบานบางๆ ที่เอาอีไลโตรอนพุ่งชนทีเดียวก็แตกละเอียดแล้วล่ะครับ"
"อย่าประมาทเด็ดขาดนะ!" เอเลนอร์หันมาค้อนขวับ ดวงตากลมโตตวัดมองด้วยความไม่พอใจ "ฝ่ายตรงข้ามในรอบนี้คือ 'กอร์ดอน ฟอน เฮลิออส' บุตรชายคนโตของดยุกเฮลิออส ผู้ครอบครองศาสตร์เวทเพลิงโลกันตร์โบราณ เจ้าเด็กนั่นฝึกฝนการควบคุมมาตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ แถมยังมีศิลามานาบริสุทธิ์หนุนหลังอยู่ไม่จำกัด! นายคิดว่าระบบสุ่มสกิลเพี้ยนๆ ของนายจะรับมือกับพลังทำลายล้างระดับนั้นไหวหรือไง?"
[ติ๊ง! ตรวจพบความกังวลขั้นวิกฤตจากคู่หู (และว่าที่ภรรยา... แค่ก! ผู้ร่วมอุดมการณ์) ระบบขอเสนอภารกิจพิเศษ: "ตบเกรียนขุนนางให้หน้าหงายด้วยกระบวนท่าสุดอนาถ"
เงื่อนไข: เอาชนะกอร์ดอนภายใน 3 นาที โดยห้ามใช้เวทมนตร์โจมตีโดยตรง
รางวัล: สกิลติดตัวระดับ SSS "ปัดเป่าตรรกะวิบัติ" และแต้มสเตตัส 500 แต้ม
บทลงโทษหากล้มเหลว: ต้องใส่ชุดเมดสาวไปเดินรอบสถาบัน 3 วันติด]
หน้าต่างระบบโปร่งใสสีฟ้าปรากฏขึ้นตรงหน้าคิรอสอย่างเหมาะเจาะ ชายหนุ่มอ่านข้อความเงื่อนไขแล้วมุมปากกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยักคิ้วให้อเลนอร์หนึ่งที
"สามนาทีเหรอครับ... นานไปหน่อยสำหรับผมนะ" คิรอสพึมพำเบาๆ
ทันใดนั้น เสียงประกาศก้องกังวานจากประธานกรรมการผู้ตัดสินก็ดังขึ้นผ่านคริสตัลขยายเสียงสะท้อนก้องไปทั่วทั้งสนาม
"การประลองคู่เอกระหว่างตัวแทนตระกูลขุนนาง... ท่านกอร์ดอน ฟอน เฮลิออส! และตัวแทนจากฝั่งสามัญชน... คิรอส อาคิรา! ขอให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งสองท่านลงสู่สนามได้ ณ บัดนี้!"
เสียงเฮลั่นสนามดังกระหึ่มราวกับฟ้าผ่า ฝั่งขุนนางลุกขึ้นยืนปรบมือกันเกรียวกราว ขณะที่ฝั่งสามัญชนทำได้เพียงส่งเสียงเชียร์ด้วยความหวังอันริบหรี่ สายตานับพันคู่จับจ้องไปยังทาง
กอร์ดอน ฟอน เฮลิออส ก้าวเดินออกมาด้วยท่าทีองอาจและเย่อหยิ่ง เรือนผมสีทองสะท้อนกับแสงอาทิตย์ยามบ่าย ชุดเกราะเวทมนตร์ประดับอัญมณีสีแดงเพลิงส่งประกายระยิบระยับ เขาย่างสามขุมเข้ามาใน1สนามประลอง ปลดปล่อยอแรงกดดันของมานาธาตุไฟระดับสูงออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่นความร้อน
ตรงกันข้ามกับคิรอส ที่เดินเอามือซ้ายล้วงกระเป๋าเสื้อคลุม มือขวาถือสมุดบันทึกปกหนังเก่าๆ เดินเอ้อระเหยเข้ามาในสนามราวกับมาเดินเล่นสวนสาธารณะยามเย็น
"แกสินะ... สามัญชนไร้หัวนอนปลายเท้า ที่กล้าอาจหาญมาท้าทายอำนาจของตระกูลขุนนางโบราณ" กอร์ดอนหยุดยืนห่างออกไปสิบก้าว ดวงตาสีเพลิงหรี่ลงมองคิรอสด้วยความเหยียดหยาม "ข้าจะสอนให้รู้เองว่า ระหว่างสายเลือดที่ได้รับการคัดสรรจากทวยเทพ กับพวกเศษสวะที่ตะเกียกตะกายขึ้นมาจากโคลนตม มันมีเส้นแบ่งที่ไม่มีวันก้าวข้ามได้อยู่!"
กอร์ดอนไม่รอให้กรรมการให้สัญญาณ เปลวเพลิงสีแดงฉานระเบิดออกจากร่างทันที ความร้อนแผดเผาจนพื้นศิลาใต้เท้าเริ่มหลอมละลายเป็นลาวาเหลวหนืด เขาประสานมือสร้างหอกเพลิงขนาดมหึมาสามเล่มลอยเคว้งอยู่เหนือศีรษะ
"ตายซะ! 'หอกอัคคีทลายปฐพี'!"
ตูม! หอกเพลิงพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง เสียงระเบิดกัมปนาทสะท้อนก้องไปทั่วอัฒจันทร์ แรงลมจากการพุ่งชนทำให้เหล่าผู้ชมแถวหน้าต้องยกแขนขึ้นปัดป้องกันเศษฝุ่นควัน
เอเลนอร์บนอัฒจันทร์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อ นางลุกพรวดขึ้นโดยไม่รู้ตัว หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "คิรอส! หลบสế!"
ทว่า คิรอสกลับยืนนิ่งสนิท ไม่ได้ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย เขายกสมุดบันทึกขึ้นมาเปิดหน้าหนึ่งอย่างใจเย็น ราวกับกำลังตรวจดูสูตรอาหารในครัวเรือน
ในเสี้ยววินาทีก่อนที่หอกเพลิงเล่มแรกจะพุ่งทะลุร่าง คิรอสก็ดีดนิ้วดังเป๊าะ!
[ติ๊ง! ผู้เล่นใช้แต้มสะสมเปิดใช้งานสกิลสุ่มพิเศษ: "กฎฟิสิกส์กวนบาทา" (ระดับตำนาน)]
พรึบ!
อากาศเบื้องหน้าคิรอสบิดเบี้ยวกลายเป็นหลุมดำขนาดจิ๋ว หอกอัคคีที่ควรจะเผาร่างเขาให้เป็นจุล กลับถูกดูดกลืนเข้าไปในหลุมดำนั้นอย่างง่ายดาย ก่อนที่มันจะถูกพ่นย้อนกลับไปทิศทางเดิมด้วยความเร็วที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!
"บ้านน่า...!" กอร์ดอนเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่ทันตั้งตัวเมื่อหอกเพลิงของตนเองพุ่งย้อนกลับมาหาเจ้าของอย่างรวดเร็ว
ตูมมมม!
แรงระเบิดสนั่นหวั่นไหว ควันไฟตลบอบอวลไปทั่วสนามประลอง ร่างของกอร์ดอนกระเด็นถอยหลังไปไกลหลายเมตร เกราะเวทมนตร์ราคาแพงแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เปลวไฟลุกท่วมเสื้อผ้าจนเจ้าตัวต้องรีบกลิ้งตัวไปกับพื้นเพื่อดับไฟอย่างทุกลักทุเล ความมาดมั่นและสง่างามเมื่อครู่อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสภาพดูไม่จืดเนื้อตัวมอมแมมราวกกับสุนัขตกน้ำ
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมสนามประลองชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฮือฮาด้วยความตกตะลึงจะดังขึ้นจากอัฒจันทร์ทุกด้าน
เอเลนอร์อ้าปากค้างเล็กน้อย ดวงตาสีไพลินเบิกกว้างด้วยความทึ่ง นางมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยังคงยืนยันคำเดิมด้วยท่าทีสบายๆ แล้วเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว
คิรอสค่อยๆ ปิดสมุดบันทึกในมือ เสียงฝีเท้าก้าวเข้าไปหากอร์ดอนที่กำลังนอนหอบหายใจโรยรินอยู่บนพื้นสนาม เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือน
"จำไว้นะครับคุณกอร์ดอน... โลกนี้ไม่ได้วัดกันที่สายเลือดหรอกครับ แต่วัดกันที่ว่า ใครมีสมอง... และใครมีระบบที่ดีกว่ากันต่างหากล่ะครับ"
กอร์ดอนกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ดวงตาแดงก่ำจ้องมองคิรอสอย่างอาฆาตมาดร้าย ก่อนที่เขาจะหมดสติไปคาที่
กรรมการบนอัฒจันทร์หลักกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รีบชูคทาประกาศผลด้วยเสียงสั่นเครือ "ผ... ผู้ชนะการประลอง... คิรอส อาคิรา จากฝั่งสามัญชน!"
เสียงเฮลั่นจากฝั่งสามัญชนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินไหว พวกเขาโผเข้ากอดกันด้วยความยินดีที่ปลด Sแอกความกดดันมาเนิ่นนาน
คิรอสยืดตัวตรง หันหลังกลับเพื่อเดินออกจากสนามประลอง ทว่า ในจังหวะนั้นเอง...
[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบหลักระดับ SSS!]
[ตรวจพบการแทรกแซงมานาปริศนาจากหอคอยต้องห้าม... เป้าหมายพุ่งตรงมายังสนามประลอง!]
[คำเตือน: สิ่งมีชีวิตที่ไม่ถูกบันทึกในสารบบกำลังตื่นขึ้น...]
พื้นสนามศิลาเบื้องหน้าคิรอสพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแยกสีดำสนิทขยายวงกว้างขึ้นพร้อมกับไอหมอกสีเลือดที่พวยพุ่งทะลักออกมา แรงกดดันอันมหาศาลกดทับร่างของทุกคนในสถาบันจนหายใจไม่ออก
เงาสูงตระหง่านร่างหนึ่งค่อยๆ ก้าวเดินออกมาจากรอยแยกมิติ ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องมองมาที่คิรอสโดยตรง พร้อมกับเสียงกระซิบที่ดังขึ้นในหัวของเขาคนเดียว
*“ในที่สุด... ก็หาเจอตัวเสียที เจ้าเด็กน้อยผู้ถือครองกุญแจ...”*
—ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" มา ณ ที่นี้นะครับ—
ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา•ตอนที่ 16
เปิดฉากมหกรรมประลองเวท
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!