กลิ่นอายอับชื้นของห้องใต้ดินสถาบันมหาเวทในยามวิกาลไม่ได้ทำให้คิรอสรู้สึกหงุดหงิดเท่ากับเสียงฝีเท้าที่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ประตูเหล็กดัดทีละน้อยอย่างระมัดระวัง
เขายืนไขว่ห้างอยู่หน้าแผนผังเวทมนตร์เรืองแสงสีฟ้าครามที่สะท้อนวับกับนัยน์ตาคมกริบ ในมือถือแก้วน้ำชาสมุนไพรที่ยังคงมีไอระเหยลอยกรุ่น ตรงกันข้ามกับเอเลนอร์ที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนลังไม้เก่าๆ เจ้าตัวป้องปากหาวหวอดด้วยความเบื่อหน่าย แต่ดวงเนตรคู่สวยกลับกวาดตามองรอบห้องอย่างรู้หน้าที่ ปลายเรียวลิ้นดันกระพุ้งแก้มเล็กน้อยยามที่เธอกระซิบเสียงลอดไรฟัน
"เจ้ามั่นใจนักหรือว่าเจ้าหนูเงาหัวขาดตนนั้นจะเลือกใช้ทางเข้าโซนวิจัยรกร้างนี้ แทนที่จะเป็นระเบียงหอพักฝั่งตะวันตก?"
"ต่อให้มันเป็นเงาหรือภูตพรายที่ไร้ตัวตน มือสังหารระดับสูงย่อมเลือกเส้นทางที่มีร่องรอยพลังเวทเจือจางน้อยที่สุดเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ" คิรอสตอบด้วยน้ำพเสียงราบเรียบ รอยยิ้มมุมปากหยักขึ้นเล็กน้อยอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า "และบังเอิญว่าทางเดินนี้... ข้าเพิ่งโรย ‘ผงละอองดารา’ ที่ผสมเกสรดอกราตรีสีชาดเอาไว้ ต่อให้มันล่องหนได้ รอยเท้าบนพื้นมิติที่ถูกบิดเบือนย่อมทิ้งละอองเรืองแสงให้เห็นเป็นทางยาวราวกับป้ายบอกทางบนทางหลวง"
เอเลนอร์แค่น "หึ" ในลำคอ สายตาคมกริบมองชายหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ระคนชื่นชม "บางครั้งข้าก็สงสัยนะว่าสมองของเจ้าทำด้วยอะไร ถึงได้คำนวณความน่าจะเป็นของมนุษย์ได้แม่นยำยิ่งกว่าลูกแก้วพยากรณ์ของหอคอยกลางเสียอีก"
"คำชมนี้ข้าจะรับไว้ด้วยความเต็มใจนะฃรับองค์หญิง แต่เก็บแรงไว้เตรียมต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญดีกว่า ดูเหมือนว่าเขาจะมาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้เสียด้วยซ้ำ"
สิ้นคำพูดของคิรอส บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนผันฉับพลัน อุณหภูมิในห้องใต้ดินลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวออกจากริมฝีปาก แสงไฟจากคบเพลิงเวทมนตร์กะพริบไหวรุนแรงราวกับกำลังหวาดกลัวต่อสิ่งแปลกปลอมที่เพิ่งก้าวล้ำเข้ามา
*แกร๊ก...*
เสียงโลหะเสียดสีกันเบาหวิวดังขึ้นบริเวณบานพับหน้าต่างเหล็กดัดที่ควรจะถูกล็อกไว้ด้วยเวทมนตร์ระดับสี่ ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนกับความมืดปรากฏขึ้นอย่างเงียบเชเชียบราวกับภูตผี ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ไร้ซึ่งการกระเพื่อมของอากาศ มือสวมถุงมือหนังสีดำสนิทชักกริชเคลือบพิษสีม่วงเข้มออกจากฝักอย่างนิ่มนวล เป้าหมายของมันพุ่งตรงไปยังเก้าอี้ไม้ที่ตั้งอยู่กลางห้อง ซึ่งมีเงาร่างของคิรอสนั่งหันหลังให้อยู่
มือสังหารเงาไม่รอช้า มันพุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วแสง ใบมีดอาบยาพิษจ้วงแทงเข้าที่กลางหลังของเป้าหมายอย่างแม่นยำไร้ความปรานี!
*ฉับ!*
ทว่า... ไร้ซึ่งเสียงเนื้อฉีกขาด มีเพียงเสียงสะท้อนก้องกังวานของพลังเวทที่แตกกระจาย ร่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้กลับสลายกลายเป็นกลุ่มควันสีขาวจางๆ ในพริบตา!
"ภาพลวงตา?!" มือสังหารเงาอุทานออกมาด้วยความตกใจเป็นครั้งแรก น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก มันหมุนตัวกลับเตรียมพุ่งทะยานหลบหนี แต่ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว
พื้นศิลาเบื้องล่างสว่างวาบขึ้นด้วยอักขระเวทสีทองอร่าม ตาข่ายแสงนับร้อยเส้นพุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินราวกับกรงเล็บอสูร พันธนาการข้อเท้าและลำตัวของมือสังหารไว้แน่นหนาจนขยับเขยื้อนไม่ได้ แม้แต่พลังความมืดที่มันสะสมไว้ก็ถูกกดทับด้วยสนามพลังกดดันมหาศาลจนแทบสำลักเลือด
"คิดจะมาก็มา คิดจะไปก็ง่ายดายเกินไปหน่อยกระมังครับ ท่านมือสังหาร"
เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นจากมุมมืดของห้อง คิรอสเดินถือแก้วชาอุ่นๆ ออกมาด้วยท่าทีผ่อนคลายราวกับกำลังเดินชมสวนดอกไม้หลังบ้าน ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองผู้บุกรุกที่ดิ้นรนอยู่ในตาข่ายเวทด้วยความสนใจ
มือสังหารพยายามกัดฟันกรอด มือข้างที่ถือมีดพยายามเอื้อมไปที่ฟันกรามเพื่อบดยาพิษฆ่าตัวตายตามกฎขององค์กรเงา แต่มือไวเท่าความคิด เอเลนอร์ที่พุ่งตัวเข้ามาประชิดตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่ทราบ ฟาดสันมือลงที่ข้อมือของมันอย่างแม่นยำจนกริชหลุดร่วงตกลงบนพื้น พร้อมกับใช้เวทน้ำแข็งผนึกกรามของมันไว้ทันทีจนอ้าปากไม่ได้
"คิดจะฆ่าตัวตายต่อหน้าข้า ฝันไปเถอะ" เอเลนอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงเนตรจ้องเขม็งไปยังดวงตาที่เบิกกว้างด้วยความตกใจใต้ผ้าคลุมหน้า
คิรอสย่อตัวลงนั่งยองๆ ให้ระดับสายตาอยู่เสมอarpกับมือสังหารที่ถูกตรึงอยู่กับพื้น เขายื่นมือออกไปกระชากฮู้ดสีดำออก เผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นลากยาวจากหางตาขวาลงมาถึงกราม ปรากฏว่าไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นหนึ่งในองครักษ์เงาชั้น 3 ของตระกูลขุนนางฝ่ายตรงข้ามที่กำลังหมายหัวเอเลนอร์อยู่
"โอ๊ะ... หน้าตาคุ้นๆ นะครับเนี่ย หรือว่านี่คือบริการจัดส่งสินค้าถึงที่ของสภาสูงกันแน่?" คิรอสเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้มกวนประสาท พลางเคาะนิ้วลงกับเข่าเบาๆ "ไหนลองบอกเหตุผลที่น่าฟังมาสักข้อสิครับ ว่าทำไมข้าถึงควรปล่อยให้เจ้าเดินออกจากห้องนี้ทั้งเป็น แทนที่จะใช้เจ้าเป็นปุ๋ยบำรุงต้นไม้เวทมนตร์หลังสถาบัน"
มือสังหารแค่นหัวเราะในลำคอแม้จะถูกแช่แข็งกราม ดวงตาคมกริบจ้องมองคิรอสด้วยความอาฆาตมาดร้าย มันส่งเสียงอู้อี้ในลำคอราวกับจะเยาะเย้ยบางสิ่งบางอย่าง
ทว่า ในวินาทีนั้นเอง แผนผังเวทมนตร์เรืองแสงที่คิรอสติดตั้งไว้รอบห้องกลับเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานกะทันหัน! เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงดังขึ้นระรัวจนแก้วหูแทบแตก พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับมีกอง
ทัพอสูรนับพันกำลังพุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้พิภพ
[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบรหัสเวทมนตร์ระดับหายากถูกปลุกใช้งานจากภายนอก!]
[คำเตือน: เป้าหมายที่ท่านจับกุมไม่ใช่ผู้บุกรุกตัวจริง แต่เป็น "สื่อกลางเวทมนตร์ภาพสะท้อน"!]
[อัตราความเสี่ยง: 99.9% - พื้นที่รอบสถาบันถูกปิดล้อมด้วยม่านพลังมิติระดับตำนาน!]
รอยยิ้มบนใบหน้าของคิรอสเลือนหายไปในเสี้ยววินาที เขากระโดดถอยหลังคว้าตัวเอเลนอร์เข้าสู่อ้อมแขนแล้วพุ่งหลบฉากออกห่างจากร่างของมือสังหารทันที
ร่างของมือสังหารที่ถูกพันธนาการอยู่ค่อยๆ บิดเบี้ยวและละลายกลายเป็นของเหลวสีดำสนิท ก่อนจะระเบิดออกเป็นกลุ่มควันทมิฬที่ปกคลุมทั่วทั้งห้องใต้ดิน และจากกลุ่มคนั้นเอง เสียงหัวเราะเยือกเย็นก้องกังหันก็ดังสะท้อนมาจากทุกทิศทุกทาง ราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรก
*“ฉลาดมาก... อาจารย์คิรอส แต่การเดินหมากตลบหลังครั้งนี้ ผู้ที่ติดกับดัก... ไม่ใช่ข้า แต่คือพวกเจ้าต่างหาก”*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" มา ณ ที่นี้นะครับ
ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา•ตอนที่ 21
วางแผนตลบหลังศัตรู
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!