"ท่านอธิการบดีกำลังคิดจะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหน หากสถาบันมหาเวทอันทรงเกียรติแห่งนี้ ต้องปล่อยให้เด็กข้างถนนกลุ่มนั้นคว้าถ้วยรางวัลชนะเลิศไปครองจริงๆ?"
เสียงกระซิบที่เจือด้วยกระแสลมปราณกดดันดังลอดผ่านม่านกำมะหยี่สีแดงเข้มของห้องรับรองพิเศษ VIP มันไม่ใช่เสียงตะโกน แต่กลับเปี่ยมด้วยอำนาจการครอบงำที่จงใจให้คนในรัศมีสามเมตรได้ยินอย่างชัดเจน
คิรอสเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ขณะก้าวเท้าพ้นจากเวทีประลองกลางแจ้งท่ามกลางเสียงโห่ร้องกึกก้องราวกับฟ้าถล่ม ฝุ่นควันจากการระเบิดของเวทมนตร์ธาตุดินและไฟยังคงลอยคลุ้งอยู่ในบรรยากาศ กลิ่นอายของมานาที่ใช้งานอย่างเกินขีดจำกัดยังคงหลงเหลือเป็นประจุไฟฟ้าช็อตผิวหนังยิบๆ แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขาเสียยิ่งกว่าผลการแข่งขันเมื่อครู่ คือสายตาคู่คมกริบที่มองลงมาจากระเบียงชั้นสอง
เจ้าของเสียงนั้นคือ 'ลอร์ดมาร์ควิสวาเลนتين' ผู้นำตระกูลขุนนางเก่าแก่ผู้กุมอำนาจเศรษฐกิจครึ่งหนึ่งของเมืองหลวง ชายวัยกลางคนในชุดสูทผ้าไหมปักดิ้นทองสวมทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์ราคาแพง ใบหน้าของเขาราบเรียบไร้อารมณ์ แต่ดวงตาสีเทาเข้มกลับจ้องมองมาที่คิรอสและสมาชิกในทีมด้วยรังสีอำมหิตที่ปิดไม่มิด
"ชัยชนะรอบแรก... มันก็แค่วิธีการเอาตัวรอดของพวกสวะที่ไร้รากเหง้า" วาเลนตินกล่าวต่อโดยไม่แม้แต่จะชายตามองอธิการบดีที่ยืนอยู่ข้างกาย "เวทมนตร์อัญเชิญสัตว์เวทขยะๆ กับกลยุทธ์ต้มตุ๋นที่ใช้เศษซากศิลาเวทถ่วงเวลา... น่าสมเพชสิ้นดี"
เอเลนอร์ที่เดินเคียงข้างกันมา ชะงักฝีเท้าลงเล็กน้อย ใบหน้างามล่มเมืองขององค์หญิงรัชทายาทเยือกเย็นลงถนัดตา สันจมูกรั้นเชิดขึ้นเล็กน้อย นัยน์เนตรสีนิลฉายแววดูแคลนอย่างไม่คิดปิดบังเช่นกัน มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ดูเหมือนว่า สุนัขตัวใหญ่ในกรงทองจะเริ่มเห่าหอนเสียงดังเมื่อเห็นเหยื่อในกรงขยับตัวได้สินะครับ" คิรอสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นเล็กน้อยในแบบที่กวนประสาทและเป็นเอกลักษณ์ เขายืนเอา2มือซุกกระเป๋าเสื้อคลุม มองตรงไปยังระเบียงชั้นสองโดยไม่หลบสายตาแม้แต่น้อย
"คิรอส..." เอเลนอร์กระซิบเตือน เสียงของนางต่ำลงเล็กน้อยเพื่อดึงสติสหายร่วมทีม "นั่นคือวาเลนติน... บิดาของลูคัส และเป็นผู้สนับสนุนหลักงบประมาณประจำปีของสถาบัน หากเจ้าไปยั่วโมโหเขาต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้ คณะกรรมการตัดสินในรอบรองชนะเลิศอาจจะ..."
"อาจจะทำไมหรือครับ?" คิรอสสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเจือความขบขัน "ต่อให้กรรมการจะเปลี่ยนสนามประลองให้กลายเป็นนรกขุมที่สิบ หรือเพิ่มจำนวนศัตรูเป็นร้อยเท่า ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม... เพราะคนพวกนั้นไม่มีทางมองเห็นหมากที่ผมวางไว้ล่วงหน้าสิบตาเดินหรอกครับ"
คำพูดของคิรอศไม่ได้เบาเลยแม้แต่น้อย มันดังพอที่จะทำให้เหล่าขุนนางชั้นสูงที่นั่งอยู่บริเวณใกล้เคียงหันมามองเป็นตาเดียว บรรยากาศรอบลานประลองที่เคยเต็มไปด้วยเสียงไชโยโห่ร้องค่อยๆ เงียบลง ความตึงเครียดสายหนึ่งพาดผ่านระหว่างกลุ่มนักเรียนทุนผู้ยากไร้กับกลุ่มตระกูลขุนนางผู้ทรงอิทธิพล
[ติ๊ง! ตรวจพบเจตంటคุกคามระดับสูงจากบุคคลสำคัญในอาณาจักร]
[เงื่อนไขภาระกิจลับเปิดใช้งาน: "การประกาศศักดาของสามัญชน"]
[เป้าหมาย: ตบหน้าความเชื่อมั่นของตระกูลขุนนางใหญ่ ด้วยการชนะการประลองรอบต่อไปด้วยคะแนนเอกฉันท์ภายในเวลาไม่เกิน 3 นาที]
[รางวัล: แต้มระบบ 5,000 แต้ม, สิทธิ์สุ่มสกิลระดับตำนาน 1 ครั้ง, และฉายา "ผู้เหยียบย่ำศักดิ์ศรีขุนนาง"]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: ค่าสถานะเสน่ห์ลดลง 50% เป็นเวลา 7 วัน (เนื่องจากสภาพจิตใจห่อเหี่ยว)]
หน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้ากะพริบวาบขึ้นตรงหน้าคิรอส พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในหัว มุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มกว้างขึ้นไปอีก *'ระบบนี่ช่างรู้ใจ เสิร์ฟภาระกิจตบหน้าคนรวยมาให้ทำแก้เซ็งเสียจริง'* เขาลอบคิดในใจ
"แก..." ลูคัส วาเลนติน ที่เพิ่งเดินตามบิดาออกมาที่ระเบียง พุ่งตัวมาเกาะขอบระเบียงพร้อมตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอับอาย เนื่องจากในรอบแรกเมื่อครู่ เขาเพิ่งพ่ายแพ้ให้กับแผนการต้มตุ๋น(ที่คิรอสเป็นคนคิด)จนต้องถูกหามลงจากสนามประลอง "ไอ้สามัญชนชั้นต่ำ แกกล้าดียังไงมา..."
"ลูคัส! ถอยไป" เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของลอร์ดมาร์ควิสวาเลนตินเอ่ยห้ามบุตรชายเพียงสั้นๆ แต่นั่นกลับทรงพลังยิ่งกว่าการตะโกน มาร์ควิสปรายตามองคิรอสด้วยสายตาที่เปรียบเสมือนมองมดปลวกใต้ฝ่าเท้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่สะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ
"เจ้ามีความสามารถในการเอาตัวรอดที่ไม่เลวเลยทีเดียว เจ้าหนู... แต่ในโลกนี้ มีเกมบางเกมที่ต่อให้เจ้าจะคำนวณเก่งแค่ไหน กระดานก็ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วันที่มันถูกสร้างขึ้นแล้ว หวังว่าเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่จนถึงรอบชิงชนะเลิศนะ... เพราะข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ซึ้งว่า ความแตกต่างระหว่างชนชั้น มันไม่ใช่สิ่งที่ 'ระบบ' เพ้อเจ้อของเจ้าจะชดเชยได้"
สิ้นคำกล่าวของมาร์ควิส แรงกดดันจากมาตรวัดพลังระดับมหาเวทขั้นสูงก็แผ่ซุบซ่านลงมาจากระเบียง บีบอัดอากาศรอบตัวคิรอสจนหนาแน่น นักเรียนรอบข้างต่างพากันหายใจติดขัดและทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว
ทว่า... คิรอสกลับยืนหยัดอย่างมั่นคง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขายังคงประดับอยู่ แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะผุดพรายขึ้นตามไรผม เขาสะบัดมือขวาเบาๆ เพื่อเรียกหน้าต่างสถานะของระบบขึ้นมาบังคับต้านทานแรงกดดันนั้นไว้ครึ่งหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับมาร์ควิสตรงๆ
"ขอบพระคุณสำหรับคำเตือนนะครับ ท่านมาร์ควิส..." คิรอสโค้งตัวลงเล็กน้อยอย่างสุภาพในแบบที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้มากกว่าให้เกียรติ "แต่กระดานที่ท่านว่า... ผมนี่แหละครับ จะเป็นคนรื้อมันมาทำเป็นฟืนต้มชาให้องค์หญิงดื่มเอง"
"สามหาว!" เสียงคำรามจากเหล่าขุนนางดังระงมขึ้นพร้อมกัน
เอเลนอร์ที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ เผลอหลุดยิ้มออกมาบางเบา รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งซึ่งทำเอาเหล่าคุณชายตระกูลดังที่แอบมองอยู่ถึงกับใจกระตุก นางเหลือบมองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ยืนหยัดท้าทายอำนาจมืดอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะก้าวขึ้นมาขนาบข้าง พร้อมกับปลดปล่อยออร่าเวทมนตร์ตระกูลราชวงศ์ออกมารastสะท้อนแรงกดดันของมาร์ควิสให้สลายหายไปในพริบตา
"หากท่านลอร์ดมีเวลาว่างมาสั่งสอนเด็กใหม่..." เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกขององค์หญิงเอเลนอร์ดังขึ้นกังวาน ท่ามกลางความเงียบงันของฝูงชน "สู้เอาเวลาไปเตรียมตัวหาข้อแก้ตัว เมื่อทีมของพวกเราเขี่ยลูกชายของท่านตกรอบไปแบบถาวรในสัปดาห์หน้า จะดีกว่าไหมคะ?"
คำว่า 'คะ' ที่หลุดออกจากปากองค์หญิงรัชทายาทในบริบทของการเยาะเย้ยถากถาง ทำเอาผู้คนรอบข้างถึงกับกลืนน้ำลายไม่ลงคอ
ลอร์ดมาร์ควิสวาเลนตินแค่นเสียง "หึ" ออกมาจากลำคอ ใบหน้าของเขาขึ้นสีด้วยความโกรธจัด แต่ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านี้ เสียงระฆังประกาศสิ้นสุดการแข่งขันรอบแรกก็ดังขึ้นอย่างเป็นทางการ ขัดจังหวะสงครามประสาทครั้งนี้ลง
คิรอสหมุนตัวกลับพร้อมกับโบกมือลาลวกๆ ให้กับกลุ่มขุนนางบนระเบียง เขาเดินนำหน้าทีมของตนเองมุ่งหน้ากลับสู่หอพักนักเรียนทุน ท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องสรรเสริญจากกลุ่มสามัญชนที่เริ่มดังหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ชัยชนะในรอบแรกไม่ได้เป็นเพียงแค่คะแนน แต่มันคือการจุดประกายไฟแห่งความหวังในหมู่คนชายขอบ
ท้องฟ้าเหนือสถาบันมหาเวทค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มอมแดงยามเย็น แสงอาทิตย์ลับขอบฟ้าทอดยาวเงาของพวกเขาทั้งสองให้ทาบทับไปบนทางเดินหินอ่อน
[ติ๊ง! อัปเดตสถานะภาระกิจ: ผ่านเข้ารอบลึกสำเร็จ]
[แต้มระบบปัจจุบัน: 12,450 แต้ม]
[คำเตือนจากระบบ: ตรวจพบการเคลื่อนไหวผิดปกติของพลังงานมาตรวัดระดับสูงใต้ดิน บริเวณหอพักร้างโซน C ระหว่างที่ท่านกำลังเดินกลับ...]
คิรอสหยุดเดินกะทันหัน จนเอเลนอร์ที่เดินตามหลังมาเกือบชนเข้าที่แผ่นหลังของเขา หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย
"มีอะไรอีกรึ?" นางเอ่ยถาม
คิรอสไม่ได้ตอบทันที เขากวาดสายตามองไปทางตึกร้างโซน C ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่กำลังคืบคลานเข้ามา บรรยากาศรอบบริเวณนั้นเงียบสงบผิดปกติ ไม่มีแม้แต่เสียงแมลงสักตัวเดียว ทว่าสิ่งที่ไม่ควรจะอยู่ที่นั่น กลับกำลังส่งเสียงสะท้อน 'ติ๊ก... ติ๊ก...' เบาๆ คล้ายกับนาฬิกาจับเวลาถอยหลัง
และก่อนที่สติของเขาจะทันได้วิเคราะห์กลยุทธ์ใดๆ แสงสีแดงฉานก็พุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดิน ส่องสว่างวาบจนกลบแสงจันทร์ยามค่ำคืน พร้อมกับร่างเงาดำมหึมาที่ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติกลางอากาศ บรรยากาศรอบตัวถูกแช่แข็งด้วยจิตสังหารอันบริสุทธิ์ที่แม้แต่ลอร์ดมาร์ควิสวาเลนตินก็ยังเทียบไม่ติด
ดวงตาสีแดงฉานคู่ใหญ่กะพริบขึ้นในความมืด พร้อมกับเสียงคำรามต่ำๆ ที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งสถาบันมหาเวท
...มันไม่ใช่สัตว์เวทสำหรับทดสอบนักเรียน แต่มันคือ "อดีตบอสลับ" ที่ถูกผนึกไว้เมื่อร้อยปีก่อน และเวลานี้... มันกำลังจ้องมองมาที่คิรอสเป็นเป้าหมายแรก!
---
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" มา ณ ที่นี้นะครับ
ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา•ตอนที่ 19
ชัยชนะรอบแรกและเสียงปรบมือที่ดังสนั่น
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!