ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา•ตอนที่ 14

การเตรียมตัวสำหรับมหกรรมประลองเวทประจำปี

ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
"ถ้าพวกเธอคิดว่าการวิ่งหนีอสูรเงาพันตาเมื่อวานคือความวิบัติแล้วล่ะก็... วันนี้พวกเธอจะได้รู้จักกับนรกที่แท้จริงครับ" เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของลานฝึกซ้อมใต้ดิน คิรอส ในชุดคลุมสีดำสนิทขลิบทองยืนไขว้หลังอยู่บนระเบียงหินสูงชัน สายตาคมกริบกวาดมองกลุ่มเด็กหนุ่มสาวห้าคนเบื้องล่างที่กำลังหอบหายใจโยนตัวพิงกำแพงด้วยสภาพสะินทตัวมอมแมม กลิ่นอายของเวทมนตร์ธาตุไฟและสายฟ้ายังคงหลงเหลืออยู่ในบรรยากาศ บ่งบอกถึงการปะทะกันอย่างดุเดือดก่อนหน้านี้ไม่นาน เอเลนอร์ องค์หญิงรัชทายาทผู้ครองตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนร่วม กอดอกพิงเสาหินอยู่ไม่ไกล ใบหน้าเรียบเฉยราตุรูปสลักน้ำแข็งทว่ามุมปากกลับยกขึ้นเล็กน้อยอย่างเย้ยหยันเมื่อเห็นสภาพของ "ห้องพิเศษ" ที่ขึ้นชื่อว่าหัวกะทิแต่กลับโดนคิรอสยำเละไม่เป็นท่าในเวลาเพียงแค่ชั่วโมงเดียว "ท่านคิรอส... นี่มันเกินไปหน่อยไหมครับ?" เรย์มอนด์ ทายาทตระกูลอัศวินผู้มีสายเลือดมังกรไหลเวียน กัดฟันกรอด มือข้างที่ถือดาบใหญ่สั่นเทาด้วยความเหนื่อยล้าและอารมณ์ที่คุกรุ่น "พวกเราคือตัวแทนของชั้นปีที่หนึ่งนะ ไม่ใช่ทาสรับใช้ที่จะมาถูกไล่ล่าเหมือนสัตว์ป่า!" คิรอสถอนหายใจเบาๆ เขาก้าวเท้าเดินลงมาจากบันไดหินทีละขั้น ช้าๆ ทว่ามั่นคง เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นหินก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลัง "ตัวแทนชั้นปีที่หนึ่งงั้นหรือครับ? น่าขันสิ้นดี..." คิรอสหยุดยืนตรงหน้าเรย์มอนด์ ดวงตาสสีนิลจ้องมองทะลุผ่านความโกรธเกรี้ยวเข้าไปถึงความหวาดกลัวที่ซ่อนอยู่ภายใน "มหกรรมประลองเวทประจำปีอีกสามสัปดาห์ข้างหน้า คู่แข่งของพวกเธอไม่ใช่เด็กๆ ในโรงเรียนนี้หครับ แต่คือสถาบันเวทมนตร์จักรวรรดิ... ที่นั่นพวกเขาไม่ได้ใช้ไม้กายสิทธิ์เพื่อร่ายรำสวยงาม แต่พวกเขาใช้มันเพื่อฆ่า" บรรยากาศในลานฝึกพลันดิ่งลงสู่ความเยือกเย็นทันที ไม่มีใครกล้าสบตาเขา แม้แต่ลิเลียน สาวน้อยอัจฉริยะผู้เชี่ยวชาญเวทมนตร์โบราณ ก็ยังต้องก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตัวเองเมื่อนึกถึงความจริงข้อนั้น เอเลนอร์ก้าวเข้ามาสมทบ ร่างระหงเคลื่อนไหวสง่างามราวกับพญาหงส์ ดวงเนตรสีไพลินกวาดมองลูกศิษย์ตัวแสบก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เฉียบคม "คิรอสพูดถูก หากพวกเธอยังมีความคิดตื้นเขินว่าพรสวรรค์ที่มีอยู่จะช่วยให้รอดตายได้ เตรียมตัวไปเก็บกระเป๋าออกจากสถาบันนี้ตั้งแต่วันนี้เสียดีกว่า เพราะบนสังเวียนจริง ความตายไม่เคยปรานีใครเพราะคำว่า 'อัจฉริยะ'" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง เป็นความเงียบที่หนักอึ้งและเต็มไปด้วยแรงกดดัน คิรอสลอบมองปฏิกิริยาของแต่ละคนผ่านหางตา ระบบในหัวของเขาส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ พร้อมกับหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นเฉพาะตัวเขา [แจ้งเตือนระบบ: ระดับความสามัคคีของทีมห้องพิเศษ (นรกแตก) อยู่ที่ 34%] [คำแนะนำจากระบบ: หากยังไม่สามารถกระตุ้นจิตวิญญาณการต่อสู้แบบทีมได้ภายในวันนี้ โอกาสแพ้ในรอบแรกคือ 99.9%] ชายหนุ่มมุมปากกระตุกยิ้ม เขายกมือขึ้นตบแปะสองครั้งเพื่อทำลายความเงียบ "เอาล่ะ พักความสิ้นหวังไว้แค่นั้นก่อนครับ วันนี้เราไม่ได้มาฝึกเพื่อฆ่าเวลา แต่เราจะมาปรับแต่ง 'กลยุทธ์' ของแต่ละคนใหม่ทั้งหมด... เริ่มจากเธอ ลิเลียน เวทมนตร์บทโบราณของเธอมันทรงพลังก็จริง แต่ร่ายช้าเกินไปสามวินาที บนสนามจริง เธอจะตายก่อนที่บทเวทจะขึ้นโครงสร้างเสียอีก" ลิเลียนสะดุ้งเงยหน้าขึ้น "แต่ถ้าไม่มีเวลาร่าย เวทมันก็จะ..." "ใครบอกให้เธอร่ายแบบเดิมล่ะครับ?" คิรอสยิ้มมุมปาก ควักแผ่นยันต์เวتสีทองอร่ามออกจากกระเป๋าเสื้อคลุมโยนไปตรงหน้าเธอ "ลองผสานโครงสร้างเวทของเธอเข้ากับวงเวทกระตุ้นความเร็วระดับต่ำดูสิครับ... ลดทอนคำร่ายลงครึ่งหนึ่ง แลกกับการใช้มานาเพิ่มขึ้นสิบเปอร์เซ็นต์ แลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าใช่ไหมล่ะ?" ลิเลียนรับแผ่นยันต์มาด้วยมือที่สั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างเมื่อตระหนักถึงความเป็นไปได้ทางทฤษฎีที่เธอไม่เคยคิดมาก่อน ในขณะเดียวกัน เอเลนอร์ก็เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเรย์มอนด์และสมาชิกที่เหลือ เธอสะบัดมือเบาๆ เรียกแผนที่จำลองสามมิติของสนามประลองจริงขึ้นมากลางอากาศ "ส่วนพวกเธอ... หน้าที่ของแนวหน้าไม่ใช่การพุ่งเข้าไปรับการโจมตีทั้งหมด แต่วิเคราะห์จุดอ่อนของแนวรับฝ่ายตรงข้ามแล้วสร้างช่องว่างให้แนวหลังต่างหาก คิรอสร่างแผนการกระจายกำลังแบบ 'ก้ามปูพิฆาต' ขึ้นมา พวกเธอจดจำตำแหน่งและรูปแบบการเคลื่อนไหวให้ขึ้นใจ เราจะซลองแผนนี้กันอีกรอบ... จนกว่าร่างกายจะจำได้ดีกว่าสมอง" ตลอดช่วงบ่ายจนถึงยามเย็น ลานฝึกใต้ดินกลายเป็นห้องทดลองแห่งหยาดเหงื่อ เสียงคำรามด้วยความเหนื่อยล้า เสียงระเบิดเบาๆ ของเวทมนตร์ที่ผิดพลาด และเสียงตักเตือนอันเฉียบขาดของคิรอสประสานกันอย่างต่อเนื่อง ไม่มีใครบ่น ไม่มีใครยอมแพ้ สายตาของเด็กๆ เปลี่ยนจากความไม่พอใจในตอนแรก กลายเป็นความมุ่งมั่นและเชื่อมั่นในตัวโค้ชหนุ่มผู้กวนประสาทคนนี้ทีละน้อย เมื่อแสงอาทิตย์ยามเย็นลับขอบฟ้า สาดส่องแสงสีส้มอมแดงผ่านช่องหน้าต่างแคบๆ ของลานฝึก ทุกคนต่างทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจรดกันบนพื้นด้วยความหมดแรง คิรอสยืนกอดอกมองผลงานของตัวเองอย่างพึงพอใจ เอเลนอร์เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขาโดยไม่พูดอะไร แม้จะไม่แสดงออก แต่แววตาของเธอก็ยอมรับในความสามารถของชายหนุ่มข้างกายอย่างสนิทใจ "ทำได้ไม่เลวเลยนี่ครับ สำหรับคุณหนูผู้สูงศักดิ์ที่วันๆ เอาแต่สั่งคนอื่น" คิรอสกระซิบเย้าแหย่เบาๆ เอเลนอร์ค้อนขวับ "หุบปากไปเลยคิรอส ถ้านายยังไม่อยากโดนเวทน้ำแข็งแช่แข็งเป็นรูปปั้น" ทว่า ก่อนที่คิรอสจะได้เอ่ยปากหยอกล้ออะไรกลับไป บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนวูบ อุณหภูมิในลานฝึกดิ่งฮวบลดลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว ประตูหินบานยักษ์ที่ปิดตายด้านหน้าค่อยๆ สั่นสะเทือน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายเวทมนตร์อันดำมืดที่กดทับจนทุกคนหายใจไม่ออก เรย์มอนด์และคนอื่นๆ ผุดลุกขึ้นตั้งท่าเตรียมต่อสู้ด้วยความตื่นตระหนก เงามืดที่ทอดยาวผ่านประตูเผยให้เห็นร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้ฮู้ด ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นกวาดมองคิรอสและเอเลนอร์ด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ช่างเป็นการฝึกซ้อมที่น่าสนุกเสียจริง... โค้ชจำเป็น" เสียงแหบพร่าราดรดลงมาดั่งน้ำแข็ง "น่าเสียดายที่การประลองปีนี้... พวกมันไม่มีวันได้ไปถึงสนามจริงหรอก" คิรอสขมวดคิ้วแน่น ดวงตาหรี่ลงเป็นเส้นตรง มือขวาขยับไปแตะที่ด้ามมีดสั้นข้างเอวโดยสัญชาตญาณ ขณะที่ระบบในหัวของเขาส่งเสียงเตือนรัวเร็วจนน่ากลัว [แจ้งเตือนด่วนระดับ SSS: ตรวจพบตัวตนอันตรายระดับภัยพิบัติ— "ผู้ใช้วิญญาณทมิฬ" ปรากฏตัว!] [ภารกิจฉุกเฉินบังคับ: รอดชีวิตจากการลอบสังหารภายใน 10 นาที หรือสมาชิกทีมห้องพิเศษจะถูกกวาดล้างทั้งหมด!] —ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" มา ณ ที่นี้นะครับ—
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%