เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นหวั่นไหวจนเศษฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างกลางห้องเรียนเวทมนตร์ชั้นสูงอันโอ่อ่าถึงกับกระเจิง
สายตานับร้อยคู่ในห้องโถงกว้างหันขวับมามองจุดศูนย์กลางของความวุ่นวายทันที โดยเฉพาะสายตาของบรรดาบุตรหลานขุนนางชั้นสูงที่จ้องมองมาด้วยความตกตะลึงระคนเวทนา พวกเขารู้ดีว่าผู้ที่กำลังบันดาลโทสะจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คือองค์หญิงรัชทายาท "เอเลนอร์" ผู้เพียบพร้อมและไม่เคยเสียกิริยาต่อหน้าสาธารณชนมาก่อนในชีวิต
ทว่า ในเวลานี้ ใบหน้าอันงดงามราวนางพญาของเธอกลับแดงก่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงเนตรสีนิลคู่นั้นจ้องมองบุรุษหนุ่มเบื้องหน้าเขม็ง ราวกับต้องการจะแผดเผาให้ร่างของเขาเป็นจุลด้วยเพลิงโทสะ
“คิรอส... เจ้าว่ากระไรนะ?” น้ำเสียงของเอเลนอร์ลอดไรฟันออกมาทีละคำ มันเย็นยะเยือกและสั่นเทาด้วยแรงอารมณ์จนผู้คนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
คิรอส หรืออดีตเกมเมอร์สายวางแผนสามร้อยแผนผู้ถูกดึงเข้ามาสู่ต่างโลกแห่งนี้ กลับยืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ใบหน้าหล่อเหลาประดับด้วยรอยยิ้มยียวนที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่โลกใบนี้เคยมีมา ในสายตาของคนอื่น เขาอาจจะกำลังหาเรื่องใส่ตัวจนถึงฆาต แต่ในห้วงความคิดของคิรอสเวลานี้ กลับมีหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าเรืองแสงลอยเคว้งคว้างอยู่ตรงหน้า
[ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบพี่เลี้ยงจำเป็น: ภารกิจเร่งด่วน “ทำให้องค์หญิงหัวเสียระดับสูงสุด” เริ่มต้นขึ้นแล้ว!]
[เงื่อนไขภารกิจ: เอ่ยคำพูดหรือกระทำการใด ๆ ที่ทำให้องค์หญิงเอเลนอร์สูญเสียการควบคุมอารมณ์ต่อหน้าบุคคลสำคัญในห้องเรียนไม่น้อยกว่าสามสิบคน เป็นเวลาอย่างน้อยสามนาที]
[บทลงโทษหากล้มเหลว: ลดระดับพลังเวททั้งหมดลงครึ่งหนึ่งเป็นเวลาเจ็ดวัน และถูกสาปให้พูดความจริงทุกประการติดต่อกันสามวัน]
[รางวัลหากสำเร็จ: แต้มสกิลสุ่มระดับตำนาน x1, สกิลติดตัว “วาทศิลป์หน้าตาย” ระดับ MAX]
คิรอสลอบถอนหายใจยาวในใจ บทลงโทษบ้าบอนั่นมันช่างโหดร้ายเสียจนเขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจะต้องยอมสวมบทบาทเป็นตัวน่ารำคาญประจำสถาบันมหาเวทแห่งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“หม่อมฉันก็แค่วิจารณ์ตามเนื้อผ้าพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงเอเลนอร์” คิรอสจงใจเน้นเสียงคำว่า 'องค์หญิง' ให้ก้องกังพานไปทั่วห้องเรียนอันเงียบสงบ เขายืดตัวตรงแล้วก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะของเธออีกสามก้าว “บทวิเคราะห์เวทมนตร์ธาตุไฟของพระองค์เมื่อครู่ เต็มไปด้วยช่องโหว่ระดับอนุบาล หากนำไปใช้ในสนามรบจริง ข้าเกรงว่าศัตรูคงไม่ต้องลงมือฆ่า พระองค์คงจะเผาตัวเองตายด้วยความสะเพร่าไปเสียก่อน”
*พรวด!*
เสียงใครบางคนสำลักน้ำลายดังลั่นห้อง ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด ทุกคนต่างอ้าปากค้าง ขุนนางหนุ่มตระกูลดังหลายคนถึงกับกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแทนองค์หญิง กล้าดียังไงถึงมาวิจารณ์ทักษะเวทมนตร์อันไร้ที่ติขององค์หญิงรัชทายาทผู้ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปีเช่นนี้!
เอเลนอร์สูดลมหายใจเข้าลึกจนหน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างแรง มือเรียวบางที่กำคทอเวทมนตร์ประจำตัวสั่นระริก แรงดันมานาเข้มข้นถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของเธอโดยไม่รู้ตัวจนเกิดเป็นกระแสลมหมุนวนพัดพากระดาษบนโต๊ะปลิวว่อน
“คิรอส... เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน?” เอเลนอร์เค้นเสียงถาม นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา ราวกับจะเฉือนเนื้อเถือหนัง “สามครั้งในรอบสัปดาห์ที่เจ้าทำลายสมาธิของข้า สามครั้งที่เจ้าทำตัวเป็นสามัญชนไร้มารยาทในสถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้ คิดว่ามีผู้อำนวยการหนุนหลังอยู่แล้วข้าจะทำอะไรเจ้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ?”
คิรอสแย้มยิ้มกว้างขึ้นไปอีก เขารู้ดีว่ายิ่งเธอโกรธมากเท่าไหร่ เวลาในภารกิจก็จะยิ่งเดินเร็วขึ้นเท่านั้น และเขาก็ต้องการยั่วโมโหเธอให้ถึงขีดสุดตามที่ระบบต้องการ
“โธ่ องค์หญิงผู้สูงศักดิ์ หม่อมฉันหาได้มีแบ็กอัพใหญ่โตที่ไหนไม่” คิรอសแสร้งทำเสียงถอนหายใจราวกับเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสา “หม่อมฉันก็แค่... หวังดี กลัวว่าท่านจะติดภาพลักษณ์จอมปลอมที่คนอื่นยกยอจนลืมมองความจริงว่า ทักษะของท่านมันยังห่างไกลคำว่าสมบูรณ์แบบอยู่อีกมากโข เอาเป็นว่า... ถ้าท่านไม่พอใจฝีปากของหม่อมฉัน ลองใช้เวทมนตร์มาสั่งสอนข้าดูสักตั้งไหมล่ะพ่ะย่ะค่ะ? หรือว่า... กลัวว่าจะแพ้สามัญชนอย่างข้ากันแน่?”
คำพูดประโยคสุดท้ายเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึ่ง
“สามหอง!”
เอเลนอร์ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากมาตรวัดพลังระดับสูงพรั่งพรูออกมาจนหน้าต่างกระจกสั่นสะเทือน เปลวเพลิงสีฟ้าครามลุกโชนขึ้นที่ปลายนิ้วของเธอ รัศมีสีทองจาง ๆ ปรากฏขึ้นรอบร่าง บ่งบอกว่าเธอกำลังจะใช้เวทมนตร์ระดับสูงเพื่อสั่งสอนไอ้คนปากเสียเบื้องหน้าให้หลาบจำ
ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่มุมปากของคิรอสกลับปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เอเลนอร์ไม่มีวันได้ทันสังเกตเห็น
[ติ๊ง! ภารกิจเร่งด่วนสำเร็จ สมบูรณ์แบบ 100%!]
[ระบบกำลังทำการโอนถ่ายรางวัลเข้าสู่คลังเก็บของ...]
“หึ...” คิรอสหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างสุภาพ ผิดกับท่าทางกวนประสาทเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง “อารมณ์ร้อนเกินไปแบบนี้แหละพ่ะย่ะค่ะ ที่เขาเรียกว่า ‘อาการของคนรักความสมบูรณ์แบบจนเป็นบ้า’ หวังว่าพระองค์จะทรงพระเกษมสำราญกับการบ้านที่ข้าฝากไว้เมื่อครู่นะพ่ะย่ะค่ะ”
พูดจบ คิรอสก็หันหลังแล้วเดินสาวเท้าออกจากห้องเรียนไปอย่างไม่ใส่ใจท่ามกลางสายตานับร้อยที่มองตามด้วยความอึ้งแกแกมเหลือเชื่อ ทิ้งให้เอเลนอร์ยืนกำหมัดแน่นอยู่หน้าโต๊ะด้วยความแค้นเคืองที่สุม Mอกจนแทบระเบิด
แต่ในขณะที่คิรอสกำลังเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีไปตามระเบียงทางเดินหินอ่อน เพื่อรอรับรางวัลจากระบบ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงประกาศก้องจากทหารยามหน้าประตูกลับดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
“ประกาศจากกองอำนวยการกลาง! ปิดประตูสถาบันเวทมนตร์ทุกด้านใน 10 นาทีนี้! ตรวจพบการบุกรุกของ ‘สิ่งมีชีวิตปริศนา’ ระดับภัยพิบัติจากเขตแดนต้องห้ามทางทิศเหนือ!”
คิรอสชะงักฝีเท้า รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา เขากวาดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างบานใหญ่ ท้องนภาสีครามยามบ่ายเมื่อครู่ บัดนี้กลับถูกย้อมด้วยกลุ่มควันสีดำสนิทแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วอาณาจักร และที่ใจกลางกลุ่มควันนั้น... ดวงตาสสีแดงฉานคู่มหึมาขนาดเท่าภูเขา เล่มหนึ่งกำลังลืมตาตื่นขึ้น พร้อมกับเสียงคำรามสะท้านภพที่สั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ
[ติ๊ง! คำเตือนจากระบบ: ภารกิจพิเศษฉุกเฉินเปิดใช้งาน — “เผชิญหน้าหายนะระดับภัยพิบัติ: ผู้พิทักษ์แห่งความมืดที่ถูกลืม”]
[หมายเหตุจากระบบ: เจ้าหน้าที่ คิรอส โปรดหันกลับไปมองด้านหลัง... เพราะดูเหมือนว่า ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ คนนั้น จะไม่ได้มาแค่คนเดียว และเป้าหมายของมัน... คือองค์หญิงที่คุณเพิ่งทำให้หัวเสียไปเมื่อครู่นี้ครับ]
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" นะครับ
ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา•ตอนที่ 4
ภารกิจแรก: ทำให้องค์หญิงหัวเสีย
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!