กลิ่นฉุนของผงแมนดราโกราชนิดคั่วไฟอ่อนลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องเรียนเวทมนตร์เบื้องต้น อาคารศิลาทึบแสงของสถาบันมหาเวทแอสทารอสขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวด แต่วันนี้บรรยากาศกลับดูอึมครึมกว่าปกติหลายเท่าตัว เมื่อไอความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างระหงของเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีเงินยาวสลวย ดวงตาสีฟ้าครามคู่นั้นกวาดมองผู้ช่วยสอนจำเป็นที่ยืนถือตำราหนาเตอะอยู่หน้าห้องด้วยแววตารังเกียจอย่างไม่คิดจะปิดบัง
"ผู้ช่วยสอนพิเศษคนใหม่… ที่แท้ก็เป็นแค่สามัญชนไร้แก่นพลังเวทที่บังเอิญโชคดีเก็บเศษเสี้ยวพลังงานของสถาบันได้สินะครับ เอ้ย… สินะคะ?"
เอเลนอร์จงใจเปลี่ยนสรรพนามในช่วงท้ายด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน รอยยิ้มมุมปากขององค์หญิงรัชทายาทแห่งอาณาจักรเพลิงนิลกาฬปรากฏขึ้นอย่างเหนือกว่า เธอจงใจทิ้งน้ำหนักเสียงให้ดังก้องไปทั่วห้อง เพื่อให้เหล่านักเรียนชนชั้นสูงที่นั่งล้อมรอบหัวเราะคิกคักตามความตั้งใจ
คิรอสถอนหายใจออกมาเบาๆ เขายังจำเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อห้านาทีก่อนได้ขึ้นใจ หน้าต่างสีฟ้าโปร่งใสของระบบยังคงเรืองแสงจางๆ อยู่ที่หางตา
[แจ้งเตือนด่วนจากระบบ: ตรวจพบตัวละครระดับบอสลับ "ศาสตราจารย์เวลล์" ปรากฏตัว!]
[ภารกิจฉุกเฉินระดับ SSS: "เอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือมัจจุราชแห่งสถาบัน" เริ่มต้นขึ้นแล้ว!]
[เวลาที่เหลือในการหนีเอาตัวรอด: 00:00 นาที — บรรลุเงื่อนไขหลบหนีสำเร็จด้วยการแกล้งทำเป็นกวาดพื้น!]
โชคดีที่เมื่อครู่ เขาตัดสินใจก้มลงกวาดผงสมุนไพรที่หกเรี่ยราดบนพื้นได้อย่างทันท่วงที ทำให้ศาสตราจารย์เวลล์ ชายชราผู้มีดวงตาสีเทาหม่นและขึ้นชื่อเรื่องการไล่นักเรียนออกอย่างไร้ความปรานี เดินผ่านเขาไปอย่างไร้ร่องรอย แต่ทว่า… ปัญหาตรงหน้ากลับเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ที่กำลังจุดชนวนโดยคุณหนูจอมพยศผู้นี้ต่างหาก
"คุณหนูเอเลนอร์ครับ การทักทายผู้มีพระคุณที่ช่วยตรวจการบ้านให้เมื่อวานด้วยประโยคดูถูกเช่นนี้ ดูจะไม่ค่อยสมกับฐานะสายเลือดกษัตริย์สักเท่าไหร่กระมังครับ" คิรอสตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มสุภาพแบบฉบับนักเจรจาถูกประดับไว้บนใบหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นใสกลับฉายแววคำนวณรวดเร็วราวกับเครื่องจักร
"สามัญชนอย่างเจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งสอนฉัน!" เอเลนอร์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น ไอความร้อนระอุพวยพุ่งออกจากปลายนิ้วเรียวยาวจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว เปลวเพลิงสีฟ้าครามขนาดเท่ากำปั้นลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือฝ่ามือของเธอ นี่คือเวทมนตร์ระดับกลาง "อัคคีทมิฬ" ที่เด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันยากจะควบคุมได้ แต่นางกลับใช้มันขู่ขวัญผู้ช่วยสอนได้อย่างคล่องแคล่ว
เสียงฮือฮาดังขึ้นรอบห้อง เหล่าคุณชายคุณหนูต่างถอยร่นกรูดด้วยความหวาดกลัว เวทมนตร์ขององค์หญิงเอเลนอร์ขึ้นชื่อเรื่องความไร้ความปราณี หากโดนเข้าไปแม้แต่นิดเดียว ผิวหนังอาจไหม้เกรียมจนรักษาไม่หาย
แต่คิรอสกลับไม่แม้แต่จะก้าวถอยหลัง เขากลับยกมือขึ้นดันแว่นเล็กน้อย สมองส่วนหน้าประมวลผลแผนภาพกลยุทธ์สามร้อยรูปแบบในหัวอย่างรวดเร็ว
[ติ๊ง! ตรวจพบความตั้งใจคุกคามจากเป้าหมายระดับสูง ระบบสุ่มสกิลพิเศษทำงาน!]
[ท่านได้รับสกิลติดตัว: "ศิลปะการเจรจาต่อรองฉบับเซลล์แมนมือทอง (ระดับ E)" - เปลี่ยนวิกฤตคำดูถูกให้กลายเป็นโอกาสขายสินค้า!]
คิรอสเกือบสำลักน้ำลายตัวเองเมื่ออ่านคำอธิบายสกิล ระบบช่างสรรหาจังหวะเวลาในการเล่นตลกได้ยอดเยี่ยมเสียจริง
"ดูเหมือนว่าท่านหญิงกำลังอารมณ์ไม่ดีเพราะควบคุมวงจรมานาในบทเรียนนี้ไม่ได้สินะครับ" คิรอสเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นและนุ่มนวลราวกับพี่ชายใจดี ท่าทีที่ไร้ความหวาดกลัวนั้นทำให้เอเลนอร์ชะงักไปชั่วขณะ เปลวเพลิงสีฟ้าในมือหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
"เจ้า… เจ้าว่าอะไรนะ?"
"ผมไม่ได้หมายความว่าท่านโง่หรอกครับ เพียงแต่ว่า… วิธีการโคจรมานาของตำราเล่มนี้มันล้าสมัยไปสักหน่อยสำหรับคนที่มีพรสวรรค์สูงส่งอย่างท่าน" คิรอសเดินเข้าไปใกล้โต๊ะของเอเลนอร์ทีละก้าวอย่างใจเย็น ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งห้อง "ถ้าท่านยอมลดมานาลงสิบเปอร์เซ็นต์แล้วดึงพลังจากธาตุลมรอบตัวมาช่วยประคอง แทนที่จะใช้แต่ความร้อนรุนแรง… เปลวเพลิงนั้นจะไม่แผดเผามือของท่านเองจริงไหมครับ?"
เอเลนอร์เบิกตากว้าง เธอลองทำตามคำแนะนำของชายหนุ่มโดยสัญชาตญาณ มานาสีฟ้าครามที่เคยปั่นป่วนกลับสงบลงทันทีราวกับถูกมนต์สะกด เปลวเพลิงเปลี่ยนรูปเป็นดอกบัวเพลิงที่งดงามและไร้ซึ่งไอความร้อนที่เป็นอันตราย
ความเงียบกริบปกคลุมไปทั่วห้องเรียน ไม่มีใครคาดคิดว่าผู้ช่วยสอนที่ไร้พลังเวทคนนี้จะสามารถชี้แนะข้อบกพร่องขององค์หญิงผู้หยิ่งผยองได้ภายในประโยคเดียว
"นะ… นี่เจ้า… ไปรู้เคล็ดลับนี้มาจากไหน?" เอเลนอร์กัดริมฝีปากแน่น ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความประหม่าปนความอับอายที่ถูกสามัญชนมองทะลุปรุโปร่ง
"ความลับทางการค้าน่ะครับท่านหญิง" คิรอสยิ้มกริ่ม ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สองคน "ถ้าสนใจบทเรียนเสริมรอบพิเศษหลังเลิกเรียน ค่าบริการไม่แพงหรอกครับ แค่รอยยิ้มยอมรับความพ่ายแพ้ของท่านก็พอ"
"สามัญชนบ้าคลั่ง! ใครจะไปยอมเจ้ากัน!" เอเลนอร์โวยวายหน้าแดงแจ๋ สะบัดหน้าหนีด้วยความเขินอายจนเส้นผมสีเงินสะบัดโดนหน้าคิรอสเบาๆ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเย็นชาพลันดังขึ้นที่หน้าประตูห้องเรียน
*ตึง… ตึง… ตึง…*
ความกดอากาศภายในห้องลดฮวบลงจนทุกคนรู้สึกหายใจไม่ออก เงาร่างสูงใหญ่ทอดทับลงมาจากกรอบประตู แสงไฟในห้องกะพริบไหวราวกับหวาดกลัวสิ่งที่จะมาเยือน
[แจ้งเตือนด่วนจากระบบระดับวิกฤตสูงสุด!]
[ตรวจพบการมาเยือนของบุคคลต้องห้าม: "มหาปราชญ์แห่งหอคอยทมิฬ" ก้าวเข้าสู่เขตพื้นที่รับผิดชอบ!]
[ภารกิจลับเปิดเผย: จงปกป้องความลับของระบบจากผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีป มิฉะนั้นท่านจะถูกลบตัวตนออกจากสารบบ!]
คิรอสหุบยิ้มทันที ดวงตาหลังกรอบแว่นหรี่แคบลงเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่ก้าวเข้ามาในห้องเรียน
—นั่นไม่ใช่ศาสตราจารย์เวลล์ แต่เป็นตัวตนที่อันตรายยิ่งกว่า… คนที่เขารู้จักดีจากฐานข้อมูลเกมในชาติก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" นะครับ
ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา•ตอนที่ 3
การปะทะกันครั้งแรกกับคุณหนูจอมอวดดี
ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!