ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา•ตอนที่ 29

เดินทางกลับสถาบันพร้อมของรางวัลล้ำค่า

ผลงานโดย ลอร์ดออฟดาร์กเนส
"ถ้าเจ้ายังคำนวณวงแหวนเวทผิดพลาดอีกแม้แต่นصفตารางเซนติเมตร ข้าจะจับเจ้าไปคัดลอกตำรากฏหมายเวทมนตร์ฉบับสมบูรณ์สามรอบโดยไม่ให้ใช้มานาช่วย" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เย็นเยียบของเอเลนอร์ดังขึ้น ท่ามกลางเสียงกระหึ่มทุ้มต่ำของล้อรถม้าหุ้มเกราะเวทมนตร์ที่กำลังแล่นทะยานผ่านผืนป่าหม่อมพฤกษา ม่านหน้าต่างสีเข้มถูกเปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นทัศนียภาพภายนอกที่กำลังเคลื่อนตัวถอยหลังอย่างรวดเร็ว คิรอส ซึ่งกำลังเอกเขนกอยู่บนเบาะนวมบุขนสัตว์ชั้นดี เอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองหน้าต่างระบบใสที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ หน้าจอเหล่านั้นกำลังรัวข้อความแจ้งเตือนสีทองคำระยิบระยับจนแทบจะบังใบหน้าของเขาอยู่รอมร่อ [ติ๊ง! ชื่อเสียงของ 'ห้องเรียนพิเศษ' ในสถาบันมหาเวทลูเมน ขจรขจายสู่ระดับ 'ที่เลื่องลือในอาณาจักร' สำเร็จ!] [แต้มแต้มความประหลาดใจ (Surprise Points) พุ่งทะยานแตะ 500,000 แต้มภายในเวลาสามวัน!] [ปลดล็อกฉายาใหม่: "ผู้สร้างปาฏิหาริย์แห่งความอลเวง" ผลลัพธ์: เพิ่มประสิทธิภาพการสอน 20% และเพิ่มโอกาสสุ่มสกิลสายป่วน 15%] "โธ่ ท่านองค์หญิงผู้เคร่งครัด อย่าเพิ่งใจร้อนคาดโทษลูกศิษย์คนโปรดของท่านสครับ" คิรอสยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีรัตติกาลพราวระยับด้วยประกายแห่งความเจ้าเล่ห์ "การจะหล่อหลอมอัจฉริยะขึ้นมาสักคน มันต้องมีช่วงเวลาที่โครงสร้างเวทพังครืนลงมาเป็นธรรมดา เพื่อให้พวกเขาเรียนรู้รสชาติของความล้มเหลว... อีกอย่าง การบ้านที่ท่านสั่งเมื่อวาน ผมแอบแก้สมการให้เด็กๆ ไปหมดแล้วล่ะครับ" เอเลนอร์หรี่ตาลง รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างเพรียวบางจนอุณหภูมิภายในรถม้าลดฮวบ "เจ้า... กล้าดียังไงไปก้าวก่ายบทเรียนของข้า คิรอส? เด็กพวกนั้นต้องเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยหยาดเหงื่อของตัวเอง ไม่ใช่พึ่งพาเล่ห์เหลี่ยมพิสดารพันลึกของเจ้า!" "เล่ห์เหลี่ยมที่ว่านี่แหละครับ ที่ทำให้พวกเราหอบหีบสมบัติมูลค่าสามแสนเหรียญทอง และศิลาเวทโบราณระดับบรรพกาลกลับมาด้วย" คิรอสหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี เขายื่นมือไปเคาะหีบไม้ลงลวดลายรูนเวทที่ตั้งอยู่มุมรถม้าเบาๆ เสียงทึบหนักหน่วงสะท้อนถึงความมั่งคั่งที่บรรจุอยู่ภายใน การเดินทางกลับสู่สถาบันมหาเวทลูเมนในครั้งนี้ 3 วันเต็มๆ หลังจากการกวาดล้างดันเจี้ยนลับแห่งหุบเขาอสูรพฤกษา ทำให้สถานะของ "ห้องเรียนพิเศษ" เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง จากกลุ่มเด็กมีปัญหาที่ถูกตราหน้าว่าเป็นขยะเปียกของสถาบัน บัดนี้ ชื่อของคิรอสและลูกศิษย์ทั้งห้าคนได้กลายเป็นหัวข้อสนทนาอันดับหนึ่งในหมู่ขุนนาง พ่อค้า และสมาคมเวทมนตร์ทั่วทั้งอาณาจักร รถม้าหุ้มเกราะชะลอความเร็วลงเมื่อเบื้องหน้าปรากฏซุ้มประตูหินอ่อนมหึมาของสถาบันมหาเวทลูเมน ไอหมอกบางเบายามสายปกคลุมยอดหอคอยสูงระฟ้า ทว่าบรรยากาศรอบสถาบันในวันนี้กลับแตกต่างจากทุกวันอย่างสิ้นเชิง ฝูงชนจำนวนมาก—ทั้งอาจารย์อาวุโส ตัวแทนจากตระกูลขุนนางใหญ่ และเหล่านักข่าวจากหนังสือพิมพ์เวทมนตร์—ต่างยืนออกันแน่นขนัดหน้าประตูทางเข้า สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่รถม้าคันหรูที่พวกเขานั่งมาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความอิจฉา ความหวาดระแวง และความอยากรู้อยากเห็น "ดูเหมือนว่าเราจะกลายเป็นบุคคลสำคัญระดับชาติไปเสียแล้วสครับ" คิรอสพึมพำเบาๆ ขณะมองลอดผ้าม่านออกไป เอเลนอร์สูดลมหายใจเข้าลึก and ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เย็นชา และสง่างามสมฐานะองค์หญิงรัชทายาท "ตั้งสติให้ดี คิรอส... ข่าวลือเรื่องความสามารถในการรักษาอาการธาตุไฟเข้าแทรกของเจ้า และทักษะการต่อสู้ที่อยู่นอกเหนือตำราเวทของเด็กพวกนั้น แพร่สะพัดไปถึงหูของสภาสูงแล้ว ตอนนี้พวกมันกำลังจ้องมองหาจุดอ่อนเพื่อเล่นงานเราอยู่" "ให้พวกมันจ้องไปเถอะครับ" คิรอสแย้มรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "เพราะยิ่งพวกมันจับตามองเรามากเท่าไหร่... โครงข่ายธุรกิจและแผนการที่ผมวางไว้ ก็ยิ่งเติบโตเร็วขึ้นเท่านั้น" ประตูรถม้าถูกเปิดออกโดยทหารยามหน้าประตู เสียงฮือฮาจากฝูงชนด้านนอกดังกระหึ่มขึ้นทันทีราวกับคลื่นทะเล คิรอสเป็นก้าวลงจากรถม้าก่อน ตามด้วยเอเลนอร์ที่ก้าวตามลงมาด้วยท่าทีสง่างามไร้ที่ติ แสงแดดยามสายส่องกระทบเรือนผมสีเงินสลวยของนางและเสื้อคลุมสีเข้มของเขา สร้างภาพลักษณ์ของคู่หูที่ทรงอำนาจและน่าเกรงขาม ทว่า ก่อนที่คิรอสจะได้ก้าวเดินไปสมทบกับเหล่านักเรียนที่นั่งรถม้าตามหลังมา เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาคุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้งในหัว ทว่าคราวนี้ น้ำเสียงของระบบไม่ได้ราบเรียบเหมือนเคย หากแต่เต็มไปด้วยกระแสความตื่นเต้นและสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉาน [ติ๊ง! ตรวจพบคลื่นพลังงานปริศนาพยายามเจาะเข้าสู่ฐานข้อมูลส่วนตัวของโฮสต์!] [คำเตือน! แหล่งที่มาของพลังงานอยู่นอกเหนือขอบเขตทวีปหลัก... กำลังทำการสกัดกั้น!] [เป้าหมาย: สำนักวิจัยเวทมนตร์โบราณใต้ดิน (เขตต้องห้ามระดับ S ของสถาบัน) กำลังตอบสนองต่อตราประทับในหีบสมบัติที่คุณนำมา!] คิรอสชะงักฝีเท้าลงทันที รอยยิ้มระรื่นบนใบหน้าเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาสีรัตติกาลหรี่ลงมองลึกเข้าไปในอาณาเขตของสถาบัน ทิศทางของคลื่นพลังงานนั้นพุ่งตรงมาจากหอคอยศิลาโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ลึกที่สุดของสถาบัน—หอคอยที่อธิการบดีประกาศว่าเป็นเขตปลอดคนมานานกว่าร้อยปี "มีอะไรหรือ?" เอเลนอร์กระซิบถามด้วยน้ำเสียงกังวล เมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติทางสีหน้าของชายหนุ่ม "เปล่าครับ..." คิรอสตอบเสียงเบา นัยน์ตาลุ่มลึกจับจ้องไปยังเงาดำทะมึนของหอคอยโบราณที่ทาบทับลงมาบนลานกว้าง "แค่รู้สึกว่า... ของขวัญที่เราหยิบติดมือกลับมาด้วย มันอาจจะไม่ได้เป็นแค่สมบัติธรรมดาอย่างที่คิด" ในวินาทีนั้นเอง เสียงระฆังโบราณประจำสถาบันก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นสามครั้งโดยไม่มีใครไปแตะต้องมัน ท้องฟ้าเหนือสถาบันมหาเวทลูเมนที่เคยแจ่มใส กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีเทาทะมึนอย่างรวดเร็วราวกับถูกความมืดกลืนกิน และจากยอดหอคอยต้องห้ามนั้นเอง ลำแสงสีแดงฉานสายหนึ่งก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกม่านเมฆออกเป็นสองซีก พร้อมกับเสียงคำรามก้องที่สะเทือนไปถึงวิญญาณของทุกคนในที่นั้น *ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ลอร์ดออฟดาร์กเนส" มา ณ ที่นี้นะครับ*
สารจากนักเขียน (ลอร์ดออฟดาร์กเนส)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบพี่เลี้ยงจำเป็นกับสถาบันมหาเวทป่วนกวนบาทา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%