โลหิตสีดำคล้ำหยดลงกระทบพื้นหินศิลาเย็นเยียบ ทีละหยด... ทีละหยด... ดั่งนาฬิกาทรายแห่งความตายที่กำลังนับถอยหลังลมหายใจสุดท้ายของหลวนเฟย
ร่างของมือสังหารผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ทรุดฮวบลงพิงกับผนังถ้ำลึก ไหล่ซ้ายปรากฏรอยแผลฉกรรจ์ที่ถูกพิษโลหิตทมิฬกัดเซาะจนเนื้อหนังส่งกลิ่นไหม้จางๆ ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปถึงกระดูกดำ ทว่าแววตาของเขากลับมิได้ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงความเยียบเย็นและการขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน มือขวายังคงกุมด้ามกระบี่คู่กายไว้มั่น ราวกับสัญชาตญาณนักฆ่าบอกว่า ต่อให้วิญญาณจะหลุดออกจากร่าง คมกระบี่นี้ก็ยังต้องตื่นตัวอยู่เสมอ
"เจ้าเป็นคนเช่นนี้ร่ำไป... ปากบอกว่าไม่ง้อผู้ใด ไฉนจึงยังดึงดันเอาชีวิตมาทิ้งไว้กลางป่าเขาเช่นนี้เล่า"
เสียงหวานใสราวกับกระดิ่งเงินที่กังวานท่ามกลางความเงียบงันดังขึ้น พร้อมกับประกายแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่สาดส่องทะลุความมืดมิดเข้ามา
ไป่หลินเซียนก้าวเข้ามาในถ้ำด้วยฝีเท้าที่เบาราวกับหิมะโปรยปราย อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงลมปราณรอบกาย กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์โชยปะทะกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง นางหยุดยืนเบื้องหน้าบุรุษผู้บาดเจ็บ นัยน์ตาคู่คู่นั้นเยียบเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี แต่ลึกซึ้งดั่งห้วงสมุทรไร้ก้นบึ้ง ยามที่กวาดสายตามองบาดแผลฉกรรจ์บนร่างของหลวนเฟย หัวใจของเซียนสาวกลับกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกเจ็บปวดแปลกประหลาดแล่นผ่านขั้วหัวใจ นางเกลียดความอ่อนแอ และเกลียดความรู้สึกห่วงหาอาทรนี้ยิ่งนัก แต่นางก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า... ภาพของหลวนเฟยที่กำลังจะดับดิ้นในคืนนี้ ทำให้โลกทั้งใบของนางราวกับขาดสมดุล
หลวนเฟยปรือตามองสตรีเบื้องหน้า รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างฝืนทน น้ำเสียงแหบพร่าแต่ยังคงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีอันสูงส่งเอ่ยขึ้น
"ไป่... หลินเซียน... ความตายเป็นเรื่องของข้า เหตุใด... เจ้าจึงต้องเอาตัวเข้ามาพัวพันกับวิถีแห่งเลือดของข้าด้วย... หญิงสาวผู้สูงส่งเช่นเจ้า... ไม่ควรมาแปดเปื้อนกับศพเดินดินเช่นนี้"
"หุบปากของเจ้าเสีย หลวนเฟย!"
ไป่หลินเซียนตวาดเสียงกร้าวเป็นครั้งแรกในรอบร้อยปี ดวงหน้าอันงดงามราวภาพวาดฉายแววโกรธเคืองระคนกังวล นางทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าเขาอย่างไร้ซึ่งความถือตัว ปราณเหมันต์บริสุทธิ์ถูกแผ่ซ่านออกจากปลายนิ้วเรียวงามทั้งสิบกดลงบนจุดชีพจรสำคัญทั่วร่างของหลวนเฟยเพื่อสกัดกั้นพิษร้ายไม่ให้ลุกลามเข้าสู่หัวใจ
"ข้าจะตายหรือจะอยู่ มิใช่ธุระปะปนอันใดของเซียนสาวเช่นเจ้า" หลวนเฟยยังคงดึงดัน ขบฟันอดกลั้นความเจ็บปวดจากการที่ปราณเหมันต์ปะทะกับพิษทมิฬในร่างจนเหงื่อกาฬไหลโทรมกาย
"เจ้าคิดว่าข้าอยากยุ่งนักหรือ!" ไป่หลินเซียนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่นั้นไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาที่คลอหน่วยแต่ไม่ยอมร่วงหล่น "ข้าเพียงแต่... ไม่อาจทนมองคนที่ข้า... คนที่โง่เขลาเช่นเจ้า ดับสูญไปต่อหน้าต่อตาเท่านั้น!"
บรรยากาศภายในถ้ำเงียบสงบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจรวยรินของหลวนเฟยและเสียงโคจรลมปราณที่เริ่มสั่นไหวของไป่หลินเซียน นางตัดสินใจแล้ว... วิถีเซียนที่นางบำเพ็ญเพียรมานับร้อยปี ยอมละทิ้งกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ ขัดขืนลิขิตฟ้าดิน ก็เพื่อยื้อลมหายใจของบุรุษผู้ดื้อรั้นคนนี้ไว้
ปลายนิ้วเรียวงามประกบเข้าหากัน ท่องคาถาอักขระโบราณที่สยองขวัญและทรงพลัง แสงสีขาวนวลสว่างวาบขึ้นปกคลุมร่างของทั้งสองดั่งรังไหมแห่งชีวิต ไป่หลินเซียนกำลังถ่ายทอดพลังปราณเซียนบริสุทธิ์ของตนเองเข้าสู่ร่างของหลวนเฟย เพื่อขับไล่พิษโลหิตทมิฬออกทางบาดแผล ทว่านั่นหมายความว่า นางต้องแบกรับพิษร้ายครึ่งหนึ่งไว้ในร่างของตนเองแทน!
"หลินเซียน... เจ้าบ้าไปแล้วหรือ! หากเจ้าทำเช่นนี้... ตบะร้อยปีของเจ้าจะ..." หลวนเฟยเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อรับรู้ถึงการเสียสละอันยิ่งใหญ่ของนาง
"อย่าพูดมาก... หากเจ้าตาย... ข้าจะบำเพ็ญเพียรไปเพื่อผู้ใดเล่า..." เสียงกระซิบแผ่วเบาของนางสั่นเครือ เลือดสีดำกระียกออกจากปากของไป่หลินเซียนเมื่อพิษร้ายเริ่มกัดกินเส้นลมปราณของนางเองเช่นกัน
ทว่า ในวินาทีที่พลังปราณเซียนและปราณกระบี่ไร้ลักษณ์หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ท้องนภาด้านนอกถ้ำกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทอย่างไร้ดาวจันทร์ เมฆทมิฬม้วนตัวคำรามลั่นด้วยเสียงอสุนีบาตที่น่าสะพรึงกลัว แรงกดดันมหาศาลจากสวรรค์พุ่งตรงลงมายังถ้ำแห่งนี้ราวกับต้องการลงทัณฑ์ผู้ฝืนลิขิตชะตา
เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะลุผ่านม่านพลังเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ปลายกระบี่สีเลือดจ่อตรงมาที่ลำคอของไป่หลินเซียนที่กำลังอ่อนแรงจากการถ่ายทอดพลัง!
"หึๆๆ ยอดเซียนผู้สูงส่ง กับ มือสังหารไร้พ่าย สุดท้ายก็ต้องมาตายพร้อมกันที่นี่สินะ..." เสียงหัวเราะเยือกเย็นของบุคคลปริศนาดังขึ้นพร้อมกับประกายคมกระบี่ที่เตรียมจะปลิดชีพทั้งสองในคราเดียว
หลวนเฟยตวัดสายตาขึ้นมองด้วยจิตสังหารที่ระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด กระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่ง...
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในยุทธภพอันมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารวิญญาณกลางจันทร์ดับ•ตอนที่ 2
นางเซียนผู้เย็นชาในชุดขาว
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารวิญญาณกลางจันทร์ดับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
