กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในโพรงจมูก ไม่ได้ทำให้สติของหลวนเฟยพร่าเลือนลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบแห่งความเป็นความตายให้ตื่นเต็มตา
คมกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือสั่นระริก ปราณกระบี่สีนิลกาฬที่เคยแผ่พุ่งดั่งพญามังกรยามนี้กลับหม่นแสงลง เนื่องจากพิษร้ายจาก "หุบเขากลืนวิญญาณ" กำลังกัดกินเส้นชีพจรและลมปราณในกายอย่างบ้าคลั่ง เลือดสีดำคล้ำไหลรินจากมุมปากหยดลงสู่พื้นดินแห้งผาก กลิ่นอายความตายแผ่ซ่านอยู่รอบกายจนหมู่แมกไม้ในรัศมีร้อยลี้ต่างเหี่ยวเฉาลงในพริบตา
"แผนการครั้งนี้... รอบคอบรัดกุมถึงเพียงนั้น เหตุใดจึงยังมีช่องโหว่ให้สำนักพยัคฆ์เมฆารู้ตัวได้?"
ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในห้วงคำนึงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่หลวนเฟยจะสะบัดศีรษะไล่ความลังเลทิ้งไป ในยุทธภพนี้ ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวหมายถึงความตาย ความอ่อนแอแม้แต่เพียงเศษเสี้ยวเดียวก็เพียงพอที่จะส่งศพไร้ญาติลงสู่หลุมฝังศพ
เบื้องหลังของเขาคือเสียงฝีเท้าและเสียงคำรามก้องของยอดฝีมือฝ่ายธรรมะนับสิบชีวิตที่ไล่ล่าตบะพลังของเขามาอย่างไม่ลดละ แสงกระบี่และอาวุธลับนับร้อยพุ่งแหวกอากาศยามค่ำคืนเข้ามาประชิดตัว ทว่าบุรุษผู้ทะนงตนในวิถีกระบี่กลับไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง
ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอประกายเยียบเย็น เขารู้ดีว่าหากฝืนปะทะในสภาพที่ลมปราณตีกลับเช่นนี้ มีแต่ต้องดับสูญสิ้นสลายไปพร้อมกับเกียรติยศของมือสังหารอันดับหนึ่ง
มีเพียงทางเดียว...
หลวนเฟยกัดฟันกรอดจนกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งยิ่งกว่าเดิม เขาใช้วิชาตัวเบาขั้นสูงสุด "ย่างก้าวเงาดารา" พุ่งทะยานฝ่าความมืดมิด เบื้องหน้าคือ "เขตห้ามรอดพันธนาการ" หรือที่ชาวยุทธภพขนานนามกันว่า "ป่าทมิฬโลกันตร์" เขตแดนต้องห้ามที่แม้แต่เซียนผู้บรรลุวิถีขั้นสูงยังต้องหลั่งเลือดเมื่อย่างกรายเข้าไป
*ตูม!*
ร่างของหลวนเฟยพุ่งทะลุผ่านม่านพลังงานโบราณที่สั่นระริก แรงสะท้อนจากการฝ่าด่านเขตแดนกระแทกเข้าใส่แผ่นอกของเขาอย่างจัง จนกระดูกซี่โครงหักรบไปหลายซี่ กระอักโลหิตคำโตพ่นออกมาเป็นสาย ทว่าเขากลับไม่มีเวลาแม้แต่จะหยุดพักหายใจ เสียงไล่ล่าด้านหลังหยุดชะงักลงที่ขอบเขตแดน เสียงหนึ่งตะโกนก้องด้วยความหวาดกลัว
"มันหนีเข้าไปในป่าทมิฬโลกันตร์แล้ว! ปล่อยมันไปเถอะ... ไม่มีใครเคยรอดชีวิตกลับออกมาจากที่นั่น แม้แต่ปรมาจารย์แห่งสำนักเรายังต้องทิ้งแขนไว้ที่นั่นเมื่อสิบปีก่อน!"
เสียงฝีเท้าเหล่านั้นค่อยๆ ถอยร่างหนีหายไปในความมืด ความเงียบงันเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ มีเพียงเสียงหอบหายใจรวยรินของหลวนเฟยที่ดังสะท้อนก้อง
ความหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูกไม่ได้มาจากลมราตรี หากแต่มาจากพิษร้ายที่กำลังแผ่ขยายลามเลียไปทั่วหัวใจ ปราณคุ้มกันกายสลายสิ้น หลวนเฟยทรุดกายลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นดิน เยื่อไผ่สีดำรอบตัวส่งเสียงหวีดหวิวราวกับภูตผีกำลังหัวเยาะเย้ยความพ่ายแพ้ของเขา
สัจธรรมแห่งฟ้าดินช่างโหดร้าย ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะกำหนดชะตากรรมได้ ทว่าในยามนี้ เขากลับเป็นเพียงบุรุษผู้ใกล้ความตายคนหนึ่ง
ในขณะที่สติกำลังจะดับวูบลงและความมืดมิดเข้าครอบงำ กลิ่นหอมจางๆ ประหลาดลอยมาเตะจมูก กลิ่นหอมที่คล้ายกับดอกเหมยท่ามกลางหิมะโปรดปราย เย็นเยียบแต่ทว่าสง่างามและบริสุทธิ์ยิ่ง
แสงสว่างสีขาวนวลทอประกายเจิดจ้าขึ้นท่ามกลางความมืดมิด ท้องนภาที่เคยไร้ดาวพลันปรากฏละอองแสงระยิบระยับดั่งดาราโปรยปราย ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ไร้ราคีลอยลงมาจากฟากฟ้าอย่างไร้สุ้มเสียง ราวกับเทพเซียนผู้สูงส่งที่ไม่เคยแปดเปื้อนธุลีโลกีย์
ไป่หลินเซียน...
นางกวาดสายตาเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งมองดูบุรุษผู้ทรนงที่นอนหายใจรวยรินอยู่เบื้องล่าง แววตาคู่สวยไหววูบไปชั่วขณะก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งสงบดั่งบึงน้ำลึก นางย่อกายลง ใช้ปลายนิ้วเรียวงามดั่งหยกแตะลงที่ชีพจรบนข้อมือของเขา
"บังอาจนัก... กล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนี้เชียวหรือ หลวนเฟย เจ้าคิดว่าชีวิตของเจ้าเป็นของเล่นหรืออย่างไร?" เสียงหวานใสดังก้องกังวาน ทว่าเย็นชาเสียจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจ แต่แววตาที่ทอดมองเขากลับเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง
หลวนเฟยฝืนปรือตาขึ้น มองใบหน้างดงามไร้ที่ติของนาง มุมปากหยักยิ้มฝืนๆ เยาะหยันทั้งตนเองและโชคชะตา
"เจ้า... มาทำไม... ที่นี่อันตรายเกินไป..." เสียงของเขาแหบพร่าและขาดห้วง
ไป่หลินเซียนไม่ตอบคำ นางสะบัดแขนเสื้อวูบหนึ่ง ละอองปราณเซียนบริสุทธิ์ระเบิดออกสะกดกั้นพิษร้ายในกายเขาไว้ชั่วคราว ทว่าในวินาทีนั้นเอง ที่พื้นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง รากไม้สีดำนับพันเส้นพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินราวกับอสรพิษคลั่ง มุ่งตรงเข้าจู่โจมร่างของทั้งสองด้วยจิตสังหารอันรุนแรงเกินทานทน!
ดวงตางามของไป่หลินเซียนหรี่ลงเล็กน้อย นางดึงร่างของหลวนเฟยเข้าสู่อ้อมกอดอย่างเด็ดเดี่ยว กระบี่เซียนประจำกายเปล่งแสงเจิดจ้าเตรียมรับมือกับภัยมืดที่กำลังคืบคลาน ทว่า... เงาร่างมหึมาที่ซ่อนอยู่ใต้ดินลึกกลับไม่ได้มีเพียงแค่รากไม้ธรรมดา เสียงคำรามก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงจิตวิญญาณดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบางสิ่งที่พวกเขานึกไม่ถึง...
---
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าสายหมอกและคมกระบี่ในบทแรกนี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารวิญญาณกลางจันทร์ดับ•ตอนที่ 1
คมกระบี่ท่ามกลางกลิ่นเลือด
ผลงานโดย เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงากระบี่ใต้จันทร์เพ็ญ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์สยบเซียน สังหารวิญญาณกลางจันทร์ดับ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
