รอยอาลัยใต้เงาเสน่หา•ตอนที่ 2

หกเดือนที่หายไป

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
เสียงปรบมือเกรียวกราวในแกลเลอรีศิลปะใจกลางมหานครดังก้องสะท้อนในโสตประสาท รินรดายืนอยู่เบื้องแสงสปอตไลท์ในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีงาช้าง ขับเน้นรูปร่างระหงที่สง่างามและเปี่ยมด้วยพลังอำนาจแห่งความสำเร็จ รอยยิ้มบนเรียวปากเคลือบลิดสติกสีแดงก่ำนั้นไม่ได้บ่งบอกถึงความสุขสันต์ หากแต่ซ่อนความเยียบเย็นของสตรีผู้ผ่านพ้นไฟนรกมาแล้วครั้งหนึ่ง หกเดือนเต็ม... หกเดือนที่เธอสลัดคราบภรรยาผู้แสนจืดจางและน่าสมเพชในอดีตทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย กลายเป็น 'รินรดา' ดีไซเนอร์มือทองระดับอินเตอร์ที่สื่อทุกสำนักต่างรุมแย่งชิงตัว ทว่า ในมุมมืดของห้องจัดแสดงภาพวาด... สายตาคู่หนึ่งกลับจดจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน ธีร์ธัชยื่นมือถือแก้ววิสกี้ออนอะร็อกส์แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ใบหน้าคมสันที่เคยเรียบเฉยและชาชินกับการถือตัวสูงส่ง บัดนี้กลับฉายแววความอิดโรยและร่องรอยความกระวนกระวายใจที่เขาไม่เคยอนุญาตให้มันเกิดขึ้นตลอดชีวิตการเป็นนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล หกเดือนที่ไร้เงาของรินรดา... บ้านหลังใหญ่โตกลับกลายเป็นห้องขังที่เหน็บหนาว เตียงนอนกว้างขวางไร้ซึ่งกลิ่นกายหอมกรุ่นที่เขาเคยคิดว่ามันน่ารำคาญใจ ในยามนี้ กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอกลับหลอนหลอนอยู่ในทุกย่างก้าว จนชายหนุ่มแทบคลั่ง สายตาดุดันคมกริบกวาดมองชุดเดรสเปิดแผ่นหลังเนียนละเอียดของอดีตภรรยา ภาพที่เธอหัวเราะร่าเริงอย่างเป็นกันเองกับนักลงทุนชาวต่างชาติ ทำให้เส้นเลือดข้างขมับของธีร์ธัชเต้นตุบด้วยความหึงหวงอันดิบเถื่อน ผู้หญิงคนนั้น... ผู้หญิงที่เคยร้องไห้แทบขาดใจแทบเท้าเขา ในวันนี้กลับเฉิดฉายและทรงพลังจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงเศษฝุ่นธุลี "คุณธีร์ครับ ทางประธานบริหารแกลเลอรีต้องการให้คุณไปร่วมดื่มแสดงความยินดีกับคุณรินรดาในฐานะ..." "ไม่ต้อง" ธีร์ธัชตัดบทเสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกกดทับ "ผมจะไปหาเธอเอง" ร่างสูงใหญ่ก้าวฝ่าฝูงชนเข้าไปในห้องรับรองส่วนหลังเวที ทันทีที่ผลักบานประตูไม้สักหนักอึ้งปิดลง ล็อกกลอนแน่นหนา รินรดาที่กำลังจัดข้อมือเสื้อสูทหน้ากระจกเงาถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย เธอสะท้อนมองภาพชายหนุ่มในกระจกด้วยแววตานิ่งสนิท ไร้ความตื่นตระหนก ไร้ความโหยหา มีเพียงความเย้ยหยันระคนสมเพชที่ฉายชัดอยู่ก้นบึ้งของนัยน์ตากลมโตคู่นั้น "ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับคนไม่มีบัตรเชิญค่ะ... คุณธีร์ธัช" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบๆ โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ธีร์ธัชสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นกายบุรุษผสมแอลกอฮอล์จางๆ โอบล้อมแผ่นหลังบางไว้ในพริบตา มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเรียวของเธอ ออกแรงดึงเบาๆ แต่เด็ดขาดจนรินรดาต้องหันกลับมาประชิดแผงอกกว้างของเขา "หกเดือน..." น้ำเสียงแหบพร่าของเขาพึมพำชิดริมหูเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงที่ไร้การปกปิด "เธอหายหัวไปไหนรินรดา รู้ไหมว่าฉันพลิกแผ่นดินหาเธอจนแทบเป็นบ้า" รินรดาหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่บาดลึกและเยียบเย็นจนธีร์ธัชชะงัก เธอบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมอย่างไม่แยแส ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับอดีสามีเต็มตา ระยะห่างระหว่างกันในห้องแคบๆ นี้เต็มไปด้วยแรงปะทะทางอารมณ์ที่คุกรุ่นราวกับถ่านไฟเก่าที่พร้อมจะลุกโชน "พลิกแผ่นดินหาฉันอย่างนั้นหรือคะ?" รินรดายกมุมปากขึ้นยิ้มหยัน ดวงตาสวยคมจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มที่เต็มไปด้วยความร้าวราน "แปลกจตอนที่เรายังอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน คุณไม่เคยชายตามองฉันด้วยซ้ำ... หรือว่าความเงียบเหงาในคฤหาสน์หลังโต มันทำให้สัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของของคุณกำเริบขึ้นมากันแน่คะ?" คำพูดเชือดเฉือนนั้นพุ่งตรงปักกลางใจของธีร์ธัชอย่างแม่นยำ ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดหกเดือนปะทุขึ้นจนจุกแน่นที่ลำคอ เขาอยากเอ่ยคำขอโทษ อยากรั้งร่างนุ่มนิ่มนี้ไว้ในอ้อมแขน แต่ทิฐิที่ค้ำคอมาทั้งชีวิตทำให้คำพูดเหล่านั้นติดอยู่แค่ริมฝีปาก "ฉันเป็นสามีเธอ..." เขาเค้นเสียงต่ำ มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะแก้มนวล แต่รินรดาเบี่ยงหน้าหลบอย่างรวดเร็ว ราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขาเสียเต็มประดา "อดีตสามีต่างหากค่ะ อย่าลืมใบหย่าที่เราเซ็นกันไปแล้วสิคะ... หรือว่าความจำของคุณเริ่มเสื่อมถอยไปตามอายุขัยกันแน่" ดวงตาสีเข้มของธีร์ธัชวาวโรจน์ด้วยความโกรธระคนเจ็บปวด ความอดทนที่สะสมมานานขาดผึ่งลงในวินาทีนั้น มือหนาคว้าเอวบางเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นร่างแนบสนิทชิดกันอย่างไร้ช่องว่าง ริมฝีปากหยักลึกก้มลงประกบจูบเรียวปากอิ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ตั้งตัว จูบนั้นไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นความดุดัน รุนแรง และโหยหา ราวกับคนใกล้ตายที่กำลังไขว่คว้าหาออกซิเจน ธีร์ธัชบดขยี้ริมฝีปากเธอด้วยความเร่าร้อน เรียวลิ้นร้อนล้ำล่วงล้ำเข้าตักตวงความหวานที่เขาโหยหามานานแสนนาน รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอกำหมัดแน่นทุบลงบนแผงอกกว้างเพื่อประท้วง แต่แรงแค่นั้นกลับยิ่งเหมือนการปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบในตัวชายหนุ่มให้ลุกโชนขึ้นไปอีก มือหนาเลื่อนขึ้นโอบท้ายทอยตรึงเธอไว้ไม่ให้หนี ปรับองศารับจูบให้ลึกล้ำและวาบหวามยิ่งขึ้น ความคุ้นเคยในรสสัมผัสและกลิ่นกายทำเอารินรดาหัวใจเต้นผิดจังหวะ เปลวไฟแห่งความปรารถนาที่เธอพยายามฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังกลับถูกปลุกให้ตื่นขึ้นอย่างง่ายดายด้วยสัมผัสอันทรงพลังของเขา ร่างบางเริ่มอ่อนระทวยลงในอ้อมแขน ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันในความเงียบงัน ธีร์ธัชรับรู้ได้ถึงการยอมจำนนชั่วขณะนั้น หัวใจที่ด้านชามานานกลับเต้นรัวระรัวอย่างบ้าคลั่ง มือข้างหนึ่งเลื่อนต่ำลงลูบไล้แผ่นหลังเนียนผ่านเนื้อผ้าบางเบา ปลุกเร้าอารมณ์สวาทของผู้ใหญ่ที่โหยหากันและกันจนแทบคลั่ง รสจูบเปลี่ยนจากความดุดันเป็นความลึกซึ้ง เร่าร้อน และเปี่ยมเสน่ห์ดึงดูดที่ยากจะต้านทาน ทว่า... ทันทีที่มือหนาเริ่มลูบไล้ต่ำลงมาถึงสะโพกกลมกลึง สติอันแข็งแกร่งของรินรดาก็กลับคืนมา เธอกัดริมฝีปากเขาจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ธีร์ธัชผงะถอยหลังด้วยความเจ็บปวดเล็กน้อย นัยน์ตาคมกรามขบเข้าหากันแน่นขณะมองอดีภรรยาที่หอบหายใจจนอกกระเพื่อม รินรดายกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากตัวเองลวกๆ แววตาสั่นไหวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาไร้เยื่อใยอีกครั้ง เธอยิ้มเหยียดให้เขา "หมดเวลาสนุกแล้วค่ะ... คุณธีร์ธัช" เธอกระซิบเสียงเยียบเย็น "อย่าคิดว่าร่างกายของฉันจะราคาถูกพอให้คุณมาตักตวงตามใจชอบเหมือนในอดีต เชิญคุณกลับไปเสียเถอะค่ะ เพราะฉันไม่มีวันกลับไปโง่ให้คุณเหยียบย่ำหัวใจเป็นครั้งที่สองแน่" พูดจบรินรดาหันหลังให้ทันที ปล่อยให้ธีร์ธัชยืนนิ่งงันอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ชายหนุ่มกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้นผสมความร้าวราน แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวตามร่างบางที่กำลังจะเปิดประตูออกไป เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ประตูกลอนถูกผลักเปิดออกโดยผู้จัดการส่วนตัวของรินรดา พร้อมกับร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยประมาณสี่ขวบคนหนึ่งวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาเธอ "คุณแม่ขา! น้องพاتร์หิวขนมแล้วครับ ทำไมคุณแม่คุยกับคุณลุงคนนี้นานจัง..." เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยดวงตากลมโตใสแป๋วที่ถอดแบบมาจากนัยน์ตาของธีร์ธัชราวกับแกะ ประโยคใสซื่อนั้นทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับโลกหยุดหมุน ธีร์ธัชหันขวับไปมองเด็กชายตัวน้อย ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม เมื่อก้มมองใบหน้านั้นชัดๆ หัวใจของเขาก็หล่นวูบลงไปถึงตาตุ่ม ...เด็กคนนี้... หน้าตาเหมือนเขายังกะแกะพิมพ์! และอายุของแก... มันคือหกเดือนพอดิบพอดีกับช่วงเวลาที่เธอหายตัวไป! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาลัยใต้เงาเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%