กลิ่นอายของแชมเปญชั้นเลิศผสมผสานกับความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศรอบตัวของรินรดาผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ชุดราตรีผ้าไหมซาตินสีนิลกาฬขับผิวเนียนละเอียดให้โดดเด่นสะกดทุกสายตา เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและเรียวไหลมน ทว่าสิ่งที่ทรงพลังยิ่งกว่าความงดงามภายนอก คือแววตานิ่งสงบที่ซ่อนคลื่นพายุอารมณ์ไว้เบื้องลึก
หญิงสาวก้าวทอดน่องอย่างมั่นคงบนรองเท้าส้นสูงคริสตัลระยิบระยับ มือเรียวข้างหนึ่งถือแก้วทรงสูงบรรจุของเหลวสีอำพันไว้หลวม ๆ ราวกับต้องการใช้มันเป็นเกราะกำบังความเปราะบางที่เคยถูกเหยียบยละในอดีต เธอไม่ใช่รินรดาคนเดิม คนที่เคยเฝ้ารอคอยความอบอุ่นจากสามีอย่างไร้จุดหมาย คนที่เคยร้องไห้จนแทบขาดใจในค่ำคืนอันหนาเหน็บภายใต้คฤหาสน์หลังใหญ่หลังนั้น
"ไม่นึกเลยนะคะ ว่าคนอย่างคุณรินรดาจะกล้าก้าวเข้ามาในสังคมที่เคย... เขี่ยคุณทิ้งอย่างไม่ใยดี"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเงาสูงใหญ่ทาบทับลงมา รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และน้ำหอมผู้ชายราคาแพงแบรนด์โปรดของเขา... ธีร์ธัช
รินรดายกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยotan จรดเรียวปากจิ้มลิ้มลงบนขอบแก้วแชมเปญก่อนจะค่อยๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้า อดีตสามีผู้เพียบพร้อม ทว่าหัวใจเย็นชาดั่งก้อนน้ำแข็ง ธีร์ธัชในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษดูสง่างามและทรงอำนาจไม่เปลี่ยน ใบหน้าคมคายไร้ริ้วรอยนั้นยังคงความหยิ่งทะนง ทว่าดวงตาสีเข้มคมกริบคู่นั้นกลับจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน
"โลกใบนี้กว้างใหญ่เกินกว่าจะจำกัดตัวเองให้อยู่แต่ในมุมมืดนะคะ คุณธีร์ธัช" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าบาดลึก "และที่สำคัญ... ฉันไม่ได้ถูกเขี่ยทิ้งค่ะ แต่เป็นฉันเองต่างหากที่เป็นฝ่ายสลัดภาระน่าสมเพชนั้นออกไป"
กรามคมของธีร์ธัชขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ความทรงจำในวันที่เธอเป็นฝ่ายยื่นใบหย่าและเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว ยังคงแผดเผาความรู้สึกของเขาให้ร้อนรุ่มราวกับตกอยู่ในขุมนรกมาจนถึงทุกวันนี้
"ปากเก่งขึ้นนี่ริน... ตั้งแต่ไม่มีฉันคอยกักขังคุณไว้ในกรงทอง ชีวิตคงระคนไปด้วยความสนุกสนานสินะ ถึงได้กล้าแต่งตัวเปิดเผยเนื้อตัวล่อตาล่อใจผู้ชายทั้งงานแบบนี้" สายตาคมกวาดมองไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดราตรีเนื้อแนบเนื้อด้วยความรู้สึกหวงแหนที่ถูกบิดเบือนด้วยความโกรธ
"จะแต่งตัวอย่างไร หรือจะไปกับใคร... มันก็ไม่ใช่กงการอะไรของคุณอีกแล้วค่ะ เราหย่ากันขาดแล้ว คุณธีร์ธัชกรุณาใช้ความจำอันเลื่องลือของคุณทบทวนสถานะของเราตอนนี้ด้วยนะคะ" รินรดาเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้หัวใจในอกจะเต้นระรัวด้วยความเจ็บแปลบที่ถูกเขาลบหลู่
ธีร์ธัชก้าวประชิดเข้ามาทีละน้อย จนกลิ่นกายคุ้นเคยโอบล้อมรอบตัวเธอ บังคับให้รินรดาต้องถอยหลังจนแผ่นหลังบอบบางแนบชิดกับเสาหินอ่อนเย็นเยียบ มือหนายื่นออกไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้มั่น แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่หนักหน่วงพอที่จะตรึงเธอให้อยู่กับที่
"คิดเหรอว่าใบหย่าแผ่นเดียวจะลบอดีตระหว่างเราได้..." เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนรินรดาต้องสะท้าน "คุณเป็นของผม... รินรดา ร่างกายนี้ จิตวิญญาณนี้ เคยเป็นของผม และต่อให้คุณจะพยายามหนีไปสุดขอบโลกแค่ไหน ความจริงข้อนี้ก็ไม่มีวันเปลี่ยน"
รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขันแต่เต็มไปด้วยความหยันหยาด เธอเงยหน้าสบตาเขาตรงๆ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายจนธีร์ธัชชะงัก
"น่าสมเพชจังนะคะ..." เธอกระซิบตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น "ผู้ชายที่เพียบพร้อมอย่างคุณ ธีร์ธัช ผู้ทรงอิทธิพลที่คนกราบไหว้ทั้งประเทศ แต่กลับต้องมาตามตื๊ออดีตภรรยาที่ตัวเองเคยเหยียบย่ำอย่างไร้ค่า... ตื่นเถอะค่ะ ความรู้สึกที่มีให้คุณ มันตายสนิทไปตั้งแต่วันที่คุณเลือกผู้หญิงคนนั้นแล้ว"
คำพูดนั้นราวกับคมมีดที่กรีดลงกลางใจ ธีร์ธัชหน้าชาดล ใบหน้าคมคายตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความหึงหวงและความโกรธเกรี้ยวตีรวนขึ้นจนควบคุมไม่อยู่ มือหนาเปลี่ยนจากการกุมข้อมือมาเป็นรวบเอวคิ้วคอดเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว พาเธอหลบเลี่ยงจากสายตาผู้คนในงานเข้าสู่มุมอับของระเบียงทางเดินด้านนอกที่เงียบสงบและมืดสลัว
"ปล่อยนะคะ!" รินรดาอุทานอย่างตกใจเมื่อถูกดึงเข้ามาในพื้นที่ส่วน
"อย่าดื้อกับผม ริน..." ธีร์ธัชกดแผ่นหลังเธอติดกับผนังระเบียง ร่างสูงใหญ่ทาบทับกักขังเธอไว้ในอ้อมแขนอย่างเอาแต่ใจ ดวงตาคมเข้มในความมืดสลัวจ้องมองเรียวปากนุ่มที่เผยอขึ้นด้วยความตกใจ "คุณอยากให้ผมทบทวนความทรงจำใช่ไหม งั้นเรามาทบทวนกันให้รู้เรื่องไปเลยดีกว่า ว่าร่างกายที่คุณบอกว่ามันไร้ค่านักหนาเนี่ย มันเคยสั่นสะท้านใต้ร่างผมมากแค่ไหน!"
ไม่รอให้เธอได้ทันปฏิเสธ ธีร์ธัชก็ก้มลงประกบเรียวปากลงมาทันที สัมผัสรุนแรง ดุดัน และเต็มไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมานานนับปี รินรดาลอบสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจ เธอยกมือขึ้นพยายามผลักไสแผงอกกว้าง แต่อีกฝ่ายกลับยิ่งได้ใจ มือหนาข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของเธอขึ้นเหนือศีรษะด้วยมือเดียว ส่วนอีกข้างบีบประคองคางอิ่มให้อ้าปากรับสัมผัสวาบหวามที่เขาโถมเข้าใส่
รสจูบทั้งดุดันและเอาแต่ใจ ลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดกันทำให้สติของรินรดากระเจิดกระเจิง แม้เธอจะพยายามต่อต้านด้วยการเม้มริมฝีปากแน่น แต่ธีร์ธัชกลับใช้ความเก๋าเกมกว่าขบเม้มริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ จนหญิงสาวเผลอครางแผ่วด้วยความเจ็บปวดและวาบหวามในคราวเดียวกัน และนั่นคือโอกาสที่เขาแทกลิ้นร้อนเข้าไปตักตวงความหวานล้ำภายในอย่างเอาแต่ใจ
สัมผัสที่คุ้นเคยปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนและความรู้สึกที่เธอพยายามฝังกลบไว้ให้ตื่นขึ้น ร่างกายที่เคยสยบยอมต่อเขาโดยง่ายเริ่มอ่อนระทวย กลิ่นอายความเป็นชายและรสชาติแชมเปญเจือจางในโพรงปากทำให้สมองของรินรดาขาวโพลน ชั่วขณะหนึ่งเธอดำดิ่งไปกับความหอมหวานและเร่าร้อนที่เขาปรอทแตกใส่ ทว่าความเจ็บปวดในอดีตก็กรีดเตือนสติขึ้นมาในเสี้ยววินาทีสุดท้าย
หญิงสาวรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ กัดลงไปบนริมฝีปากของเขาอย่างแรงจนได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง
ธีร์ธัชผละออกเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวด ดวงตาคมกริบมองเธอด้วยความระอุและไม่พอใจ ทว่ารินรดาไม่ปล่อยให้เขาได้ตั้งตัว เธอใช้จังหวะนั้นเงื้อมือขึ้นฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างเต็มแรง!
*เพี๊ยะ!*
เสียงตบดังสะท้อนก้องความเงียบของระเบียง ใบหน้าของธีร์ธัชหันไปตามแรงปะทะ รอยแดงปรากฏเด่นชัดบนแก้วสาก รินรดาหอบหายใจตัวโยน ดวงตาคู่สวยคลอหน่วงไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ ทว่าเธอกลับเชิดหน้าขึ้นสูง พยายามกลืนก้อนสะอื้นกลับลงคอ
"จำใส่สมองของคุณไว้ด้วยนะคะ ธีร์ธัช..." เสียงหวานสั่นเครือเล็กน้อยแต่เด็ดเดี่ยว "ฉันไม่ใช่ของเล่นที่คุณจะนึกอยากหยิบมาทำลายเมื่อไหร่ก็ได้ และที่สำคัญ... อย่าบังอาจมาแตะต้องตัวฉันด้วยมือสกปรกคู่นี้อีก!"
พูดจบ รินรดาก็กระชากแขนตัวเองให้หลุดจากการพันธนาการ หันหลังก้าวเดินหนีออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับมามองอดีตสามีที่ยืนนิ่งค้างอยู่กับความเจ็บแปลบที่ข้างแก้วและกลางใจ
ธีร์ธัชยกมือขึ้นแตะรอยฝ่ามือบนใบหน้า ชายหนุ่มแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ รสชาติเลือดฝาดในปากทำให้เขารู้สึกถึงความดิบเถื่อนและความท้าทายที่พุ่งพล่าน รินรดานับวันยิ่งพยศและน่าหลงใหลจนเขาแทบคลั่ง ยิ่งเธอผลไสเขามากเท่าไหร่ ความกระหายที่จะดึงเธอกลับมาอยู่ในอาณัติก็ยิ่งทวีคูณขึ้นเท่านั้น
ทว่า ขณะที่เขากำลังจะก้าวเดินตามร่างระหงที่ลับตาไป สายตากลับเหลือบไปเห็นกระเป๋าคลัชท์ใบเล็กสีนิลกาฬตกอยู่บนพื้นหญ้าข้างกระถางต้นไม้ใหญ่ คาดว่าคงหลุดร่วงตอนที่เขาดึงเธอมุมอับเมื่อครู่
ธีร์ธัชก้มลงหยิบมันขึ้นมาตั้งใจจะนำไปคืนเจ้าของ ทว่าซิปกระเป๋าที่ปิดไม่สนิทกลับเผยให้เห็นมุมของกระดาษแผ่นหนึ่งที่พับไว้ ด้านในมีข้อความและตราประทับจากโรงพยาบาลชื่อดัง
ด้วยความสงสัยระคนสังหรณ์ใจบางอย่าง มือหนาจึงถือวิสาสะหยิบกระดาษแผ่นนั้นออกมากางออกอ่าน ทันทีที่กวาดสายตาผ่านตัวอักษรและภาพถ่ายอัลตราซาวด์ขนาดเล็กที่แนบมาด้วย ลมหายใจของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลก็พลันสะดุดกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระบองเพชรในความมืดมิด
*ใบรับรองการตั้งครรภ์... อายุครรภ์ 12 สัปดาห์*
ชื่อมารดา: นางสาวรินรดา
ธีร์ธัชยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาบให้เป็นหิน สมองอื้ออึงจนแทบไม่รับรู้เสียงรอบข้าง ตัวเลขสัปดาห์ในใบแพทย์วิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาในหัว เป็นช่วงเวลาเดียวกับ... ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่พวกเขาจะหย่าขาดจากกัน และเป็นช่วงเวลาที่เขาเคยเอ่ยปากไล่เธอออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับ "เข็มฉายานิศ" นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
รอยอาลัยใต้เงาเสน่หา•ตอนที่ 3
การเผชิญหน้าในงานกาล่า
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยอาลัยใต้เงาเสน่หา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
