เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70•ตอนที่ 16

น้ำพริกสะเทือนเมือง

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
“หนึ่งแสนหยวน? คุณไม่ได้พูดเล่นใช่ไหมครับสหาย?” เสียงทุ้มต่ำของลู่จ้านกั๋วดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงเล็กๆ ภายในบ้านพักนายทหาร ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาบังร่างของภรรยาไว้ครึ่งหนึ่งโดยสัญชาตญาณ สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวจ้องมองบุรุษสวมสูทสهกสากที่ยืนถือกระเป๋าเอกสารหนังแท้อยู่หน้าประตู ดวงตาทหารผ่านศึกคู่นั้นกวาดสำรวจความน่าเชื่อถือของผู้มาเยือนอย่างรวดเร็ว หลินหว่านหว่านยกมือขึ้นแตะท่อนแขนแกร่งของสามีเบาๆ เป็นเชิงบอกให้เขาสงบสติอารมณ์ นางปรายตามองเช็คเงินสดและสัญญาซื้อขายในมือของผู้ช่วยจากพ่อค้าใหญ่แห่งเกาะฮ่องกง มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างรู้เท่าทัน “เงินมัดจำก้อนโตขนาดนี้ เกรงว่าตระกูลหลี่ทางฮ่องกงคงไม่ได้ต้องการแค่น้ำพริกกระปุกสองกระปุกกระมังครับ?” หว่านหว่านเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง นางก้าวออกมาจากด้านหลังสามี ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้าท่ามกลางแสงตะเกียง ตัวแทนจากฮ่องกงโค้งศีรษะลงเล็กน้อยด้วยความเคารพ “เรียนคุณหลิน นายใหญ่ของเราชิม ‘น้ำพริกเผากุ้งแห้งสูตรพิเศษ’ และ ‘น้ำพริกกุ้งเสียบสามรส’ ที่คุณส่งไปประมูลกิมมิคในตลาดการค้าเสรีเมื่อสามวันก่อนแล้วครับท่านติดใจจนถึงกับออกปากว่า นี่คือรสชาติระดับมิชลินที่หาไม่ได้ในภัตตาคารหรูแห่งไหนบนแผ่นดินใหญ่ นายใหญ่จึงต้องการสิทธิ์ขาดในการผูกขาดสินค้าน้ำพริกล็อตใหญ่ เพื่อส่งออกไปยังภัตตาคารในเครือทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ครับ” สิ้นเสียงนั้น ลู่จ้านกั๋วถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เขารู้ดีว่าภรรยาของตนมีฝีมือในการทำอาหารเป็นเลิศ แต่ไม่เคยคาดคิดเลยว่าน้ำพริกตำมือที่นางทำแก้เลี่ยนในครัวเรือน จะสร้างมูลค่ามหาศาลจนกลายเป็นสินค้าส่งออกระดับนานาชาติในยุค 70 เช่นนี้ “เรื่องสัญญาผูกขาด... ฉันยินดีรับพิจารณาครับ” หว่านหว่านกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาด “แต่วัตถุดิบกุ้งแห้งเกรดพริกไทยดำและพริกฮาลาเปาออร์แกนิกในมิติ... เอ๊ย ในไร่ของเรามีจำนวนจำกัด หากต้องการผูกขาดทกล็อตตลอดกาล ทางเราต้องขอปรับเพิ่มสัดส่วนผลกำไร และทางคุณต้องจัดหาเรือขนส่งส่วนตัวมารับสินค้าถึงชายหาดเกาะเราทุกสัปดาห์ ห้ามให้สินค้าขาดตอนเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นสัญญาเป็นอันโมฆะ” ผู้ช่วยชาวฮ่องกงเหงื่อตกซิก แม้หญิงสาวตรงหน้าจะดูอ่อนวัยและแต่งกายด้วยเสื้อผ้าเรียบง่าย แต่รัศมีและความเฉียบคมในการเจรจาธุรกิจกลับเฉียบขาดยิ่งกว่าพ่อค้าหน้าเลือดในเซี่ยงไฮ้เสียอีก สุดท้ายเขาก็กัดฟันพยักหน้ารับเงื่อนไข “ตกลงครับ! ทางเรายอมรับทุกข้อเสนอของคุณหลิน!” เมื่อรถยนต์คันหรูแล่นลับหายไปจากแนวสนริมชายหาด ลู่จ้านกั๋วจึงค่อยๆ ถอนหายใจยาวนาน เขาหันมามองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระคนทึ่งและประกายความรักที่เอ่อล้นจนปิดไม่มิด มือหนาหยาบกร้านเอื้อมไปโอบไหล่บางเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม “หว่านหว่าน... น้องทำให้พี่ตกใจอีกแล้วนะ” เสียงทุ้มของนายทหารหนุ่มเจือความสั่นพร่าเล็กน้อย “เงินหนึ่งแสนหยวน... นี่มันซื้อบ้านหลังใหญ่ในเมืองหลวงได้ทั้งหลังเลยนะ” หว่านหว่านหัวเราะเบาๆ ในลำคอ นางเอียงศีรษะซบลงกับอกแกร่งที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแดดและเหงื่อจากการฝึกฝน “ตกใจอะไรกันครับผู้กองลู่? นี่เพิ่งเป็นแค่ก้าวแรกเท่านั้น ยุคนี้คือยุคทองของการทำมาหากิน ถ้านายท่านผู้กองอยากให้ฉันเป็นเศตนีนั่งกินนอนกินบนกองเงินกองทองล่ะก็... คืนนี้ต้องช่วยฉันตำพริกอีกสักสองร้อยกิโลกรัมแล้วล่ะครับ!” คำพูดหยอกเย้าของภรรยาทำเอาลู่จ้านกั๋วหน้าแดงซ่านไปถึงใบหู ชายหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อกระสุนปืนในสนามรบ กลับต้องยอมสยบให้กับรอยยิ้มพราวระยับของภรรยาตัวน้อย “มะ... ไม่ต้องถึงมือน้องห้ามหรอกครับ! เรื่องตำพริก ตำกระเทียม โขลกเครื่องแกง ให้เป็นหน้าที่ของพี่เอง! ขอแค่, แค่คืนนี้... น้องยอมให้พี่กอดนอนดีๆ ก็พอ” ทว่าความหวานชื่นของสามีภรรยาคู่นี้กลับต้องสะดุดลง เมื่อจู่ๆ เสียงทุบประตูดังโครมครามพร้อมกับเสียงแหลมปรี๊ดที่คุ้นเคยก็แผดเผาบรรยากาศยามค่ำคืนให้ร้อนเป็นไฟ “เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังตัวดี หลินหว่านหว่าน! แกหลบหน้าฉันไม่ได้หรอกนะ!” เสียงของแม่เฒ่าเฉิน แม่สามีผู้เห็นแก่ตัวดังแผดลั่นมาจากหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงทุบประตูที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนบานไม้สั่นสะเทือน หลอดไฟนีออนในห้องครัวกะพริบไหววูบวาบ ลู่จ้านกั๋วขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงลงทันที ความหงุดหงิดฉายชัดในดวงตา “แม่มาทำอะไรดึกดื่นป่านนี้อีก? แถมยังโวยวายเสียงดังลั่นหมู่บ้านทหารแบบนี้ไรมารยาทสิ้นดี” หว่านหว่านตบมือเบาๆ ไล่เศษแป้งออกจากมือ รอยยิ้มเยдяเยือกผุดขึ้นที่มุมปาก นางปรายตามองไปทางประตูบ้าน “ไม่ต้องเดาหريكหรอกครับผู้กอง... ข่าวเรื่องที่เราขายน้ำพริกล็อตใหญ่ได้เงินแสนหยวน คงบินไปถึงหูตระกูลลู่ฝั่งโน้นเร็วยิ่งกว่าติดจรวดแล้วล่ะสิป่านนี้” “น้องอยู่ที่นี่ เดี๋ยวพี่ออกไปจัดการเอง” ลู่จ้านกั๋วขยับตัวจะเดินไปเปิดประตู แต่หว่านหว่านกลับคว้าชายเสื้อทหารของเขาไว้เสียก่อน “เดี๋ยวก่อนครับสามี... เรื่องนี้ปล่อยให้ฉันต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญเองดีกว่า คุณยืนดูอยู่เงียบๆ เป็นแบ็คอัพให้ภรรยาก็พอ” ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนาน นางชอบเหลือเกินเวลาที่มีคนโง่เดินมาให้ตบหน้าถึงที่ กรอด! หลินหว่านหว่านหมุนลูกบิดประตูแล้วกระชากเปิดออกกว้าง เผยให้เห็นร่างของแม่เฒ่าเฉินที่ยืนเท้าสะเอวหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโลภ ด้านข้างมีลู่จ้านเฉียง น้องชายสามีผู้เกียจคร้านยืนถือกระสอบป่านรอนอนรอส่วนแบ่งอยู่ไม่ห่าง “นังสารเลว! แกกล้าดียังไงถึงกินอยู่บนกองเงินกองทองแต่ไม่ยอมส่งเงินกลับไปให้ตระกูลลู่ผู้ให้กำเนิดสามีแก! แกมันอกตัญญู! ร้ายกาจ! ส่งเงินมาเดี๋ยวนี้ ครึ่งหนึ่งของเงินแสนหยวนนั้นต้องเป็นของฉัน!” แม่เฒ่าเฉินแผดเสียงแหลมหวีด ชี้หน้านางเอกด้วยความโกรธเกรี้ยวจนน้ำลายแตกฝอย หว่านหว่านไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังดูตัวตลกแสดงละครสัตว์ริมถนน “โอ้โห... เสียงดังฟังชัดดีแท้แม่สามี” หว่านหว่านเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบ ยักคิ้วหลิ่วตาอย่างท้าทาย “ทวงเงินก้อนโตหน้าตาเฉยแบบนี้ ไม่ทราบว่าเมื่อตอนที่ฉันกับจ้านกั๋วเกือบอดตายในบ้านหลังนี้เพราะไม่มีข้าวกรอกหม้อ พวกท่านเคยส่งข้าวมาให้สักเมล็ดไหมครับ? หรือว่าตอนที่จ้านกั๋วบาดเจ็บกลับมาจากชายแดน พวกท่านเคยส่งเงินมาช่วยค่ารักษาพยาบาลสักหยวนไหม?” “นั่นมันเรื่องอดีต! แกเป็นสะใภ้ตระกูลลู่ เงินที่หามาได้ก็คือสมบัติของตระกูลลู่!” แม่เฒ่าเฉินเถียงหน้าดำหน้าแดง “สมบัติของตระกูลลู่เหรอครับ?” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังของลู่จ้านกั๋วดังแทรกขึ้น พร้อมกับก้าวขายาวๆ ออกมาหยุดยืนเคียงข้างภรรยา ร่างสูงใหญ่บังแสงไฟจนเกิดเงาทาบทับร่างของมารดาและน้องชายจนมิด ความกดดันระดับนายทหารสนามรบแผ่ซ่านจนแม่เฒ่าเฉินสะดุ้งโหยง ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว “แม่ครับ...” ลู่จ้านกั๋วมองมารดาด้วยแววตาเย็นชาไร้เยื่อใย “ตอนที่ผมประกาศตัดขาดจากกองมรดกตระกูลลู่ เพื่อแต่งงานกับหว่านหว่านเมื่อสองปีก่อน ผู้บัญชาการกองร้อยลงนามเป็นพยานไว้ชัดเจนแล้วนะครับว่า ผมกับทางบ้านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก หากวันนี้แม่ยังกล้ามาอาละวาดรังแกภรรยาผมอีกแม้แต่คำเดียว... อย่าหาว่าผมไม่เตือนเรื่องการใช้อำนาจทหารจัดการข้อหาบุกรุกเขตทหารยามวิกาลนะครับ!” แม่เฒ่าเฉินหน้าซีดเผือด นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออกเมื่อเห็นสายตาจริงจังไร้ความปรานีของบุตรชายคนโต ลู่จ้านเฉียงที่ยืนอยู่ข้างหลังรีบดึงแขนแม่ให้ถอยหนี “ฝากไว้ก่อนเถอะนังสารเลว! แกกับไอ้ลูกเนรคุณ!” แม่เฒ่าเฉินกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีเดินหายไปในความมืดพร้อมลูกชาย หว่านหว่านมองตามหลังสองแม่ลูกตัวแสบด้วยรอยยิ้มเยาะ นางหันกลับมาสบตากับสามี ก่อนจะหัวเราะคิกคักออกมาเบาๆ “ผู้กองลู่... วันนี้คุณจัดการได้เท่ไม่เบานะครับเนี่ย ให้รางวัลเป็นอะไรดีล่ะ?” ลู่จ้านกั๋วหันขวับมามองภรรยา ดวงตาคมกريบเป็นประกายวาววับด้วยความหิวกระหายบางอย่างที่ไม่ใช่อาหาร เขาก้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของนางด้วยเสียงแหบพร่า “รางวัลอะไรก็ได้ครับ... แต่ตอนนี้ พี่ได้กลิ่นหอมแปลกๆ ลอยมาจากในครัว... หรือว่าน้ำพริกล็อตพิเศษสูตรใหม่ที่คุณทำทิ้งไว้ จะเกิดปฏิกิริยาอะไรในมิติเข้าแล้ว?” หว่านหว่านชะงักกึก นางสูดกลิ่นฟุดฟิดเข้าจมูกทันที กลิ่นหอมเย้ายวนปนเผ็ดร้อนทะลักออกมาจากช่องว่างมิติลับในห้องครัวอย่างรุนแรง ชนิดที่ต่อให้ปิดตายประตูมิติก็ไม่อาจกั้นไว้ได้ ทันใดนั้นเอง... เสียงเคาะประตูกระจกหน้าต่างห้องครัวก็ดังขึ้น "ก๊อกๆๆ" ตามด้วยเสียงทุ้มต่ำลึกลับที่ดังลอดเข้ามาจากความมืดภายนอกหน้าต่าง... *“ขออภัยที่มารบกวนยามวิกาลอีกครั้งครับคุณหลิน... แต่ทหารยามหน้าค่ายรายงานว่า มีรถบรรทุกปริศนาสิบคันกำลังมุ่งหน้ามาที่บ้านของคุณ... พร้อมกับท่านผู้บัญชาการสูงสุดที่ขอมา ‘ชิมน้ำพริก’ สูตรลับด้วยตัวเองถึงที่นี่คืนนี้ครับ!”* --- (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมาครับ!)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%