เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70•ตอนที่ 15

เปิดกิจการแปรรูปอาหาร

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
ตราประทับรูปดาวห้าแฉกกำกับด้วยรหัสสังกัด ‘เกาะเจียงหนาน-07’ บนลังไม้สนเปียกชื้น ไม่ใช่แค่หลักฐานชิ้นโบแดง แต่มันคือมีดสั้นอาบยาพิษที่พยายามควักหัวใจความจงรักภักดีของลู่จ้านกั๋วออกมาขยี้ต่อหน้าผู้บังคับบัญชา เอกสารลับในแฟ้มกระดาษสีน้ำตาลถูกตบลงบนโต๊ะไม้สักเสียงดังสนั่นหวั่นไหว นายทหารยศพันโทสวมแว่นกรอบทองขยับตัวเข้าหาแสงตะเกียง ใบหน้าเคร่งขรึมจนแทบหยดเป็นน้ำแข็ง สายตาคมกริบมองลอดเลนส์แว่นมายังนายทหารหนุ่มรุ่นน้องที่ยืนตรงแหน่วราวกำแพงเหล็ก “จ้านกั๋ว... นายอธิบายเรื่องนี้ว่ายังไง” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยถาม บรรยากาศภายในห้องทำงานกองร้อยอึดอัดเสียจนออกซิเจนแทบเจือจาง ลู่จ้านกั๋วยังคงรักษาความสงบนิ่ง ดวงตาคมดุจเหยี่ยวเหม่มองตราประทับนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่นมั่นคง “ผมกล้าเอาเกียรติของทหารและชีวิตของภรรยาเป็นเดิมพันครับ ผู้พัน... ตราประทับนี้ถูกขโมยออกจากห้องเก็บพัสดุเมื่อสามวันก่อน และคนที่กุมกุญแจสำรองมีเพียงคนเดียวในกองร้อยเรา” พันโทหนวดงามหรี่ตาลง “ใคร?” “จ่าสิบเอกเฉิน... ลูกพี่ลูกน้องของแม่ผมเองครับ” ลู่จ้านกั๋วเอ่ยชื่อนี้ออกมาโดยไม่มีอาการลังเลแม้แต่น้อย ความสัมพันธ์ทางสายเลือดไม่เคยมีค่ามากกว่าความถูกต้องและความปลอดภัยของภรรยาตัวน้อยที่บ้าน ในขณะเดียวกัน ห่างจากค่ายทหารออกไปราوسกสิบกิโลเมตร ภายในครัวดินเหนียวหลังบ้านพักอันอบอุ่น หลินหว่านหว่านกำลังงละเลงความสุขลงบนเขียงไม้เนื้อหนา กลิ่นหอมฉุนของพริกแห้งคั่ว กระเทียมกลีบใหญ่ และรากผักชีโขลกละเอียดจนเนียนเป็นเนื้อเดียวกันลอยฟุ้งอบอวลทั่วห้อง หญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายสีครามพับแขนเสื้อขึ้นเหนือข้อศอกเผยผิวเนียนละเอียด เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าสวยคมแต่นั่นไม่ได้ทำให้ความกระตือรือร้นของเธอลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว วันนี้เธอก้าวข้ามผ่านการขายแค่ผักสดในตลาดมืดแล้ว เพราะหลังจากกวาดกำไรก้อนโตมาหลายครา มิติพิเศษในห้วงสำนึกของเธอกำลังปลดล็อกฟังก์ชัน ‘โรงงานแปรรูปขนาดย่อส่วน’ ซึ่งเอื้ออำนวยให้เธอนำเนื้อหมูสามชั้นเกรดพรีเมียมจากมิติมาหมักเครื่องเทศสูตรลับเฉพาะตัวได้อย่างรวดเร็ว “หอมอะไรขนาดนี้เนี่ย หว่านหว่าน... จมูกฉันจะเพี้ยนอยู่แล้วนะ” เสียงทุ้มปนแหบเล็กน้อยของพี่สะใภ้บ้านข้างเคียงที่แอบย่องเข้ามาทางประตูหลังดังขึ้น ป้าชุนจูสูดกลิ่นเข้าปอดลึกๆ จนแก้มป่อง ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นแผ่นหมูสามชั้นชิ้นโตเรียงรายอยู่บนตะแกรงไม้ไผ่ รอเวลาถูกนำไปตากแดดอ่อนๆ ยามสาย “พี่ชุนจูมาพอดีเลยค่ะ ช่วยฉันดูหน่อยว่าน้ำพริกนรกกากหมูหม้อนี้ รสชาติพอจะสู้พวกพ่อค้าคนกลางจากตัวเมืองได้ไหม” หลินหว่านหว่านส่งทัพพีไม้ที่มีน้ำพริกสีแดงเข้มข้นส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายให้ผู้มาเยือนได้ชิม ป้าชุนจูรับทัพพีมาอย่างไม่เกรงใจ เมื่อปลายลิ้นสัมผัสกับรสชาติเผ็ดร้อน เค็มหวานกลมกล่อม และความกรุบกรอบของกากหมูเจียวใหม่ๆ หญิงสูงวัยถึงกับอุทานออกมาเสียงหลง “โอIสสส! อร่อยเหาะ! แบบนี้ไม่ต้องเอาไปขายในตลาดมืดหรอก หዋานหว่านเอ๋ย แค่เอาไปวางหน้าสหกรณ์หมู่บ้าน คนก็แย่งกันซื้อจนหัวร้างข้างแตกแล้ว!” หว่านหว่านหัวسเราะเบาๆ ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับ “ขายหน้าสหกรณ์ไม่ได้หรอกค่ะพี่ เดี๋ยวพวกตระกูลเฉินจะมาตามรังควานเอาความรำคาญใส่ตัวเปล่าๆ สู้เอาไปส่งให้ ‘ลูกค้าประจำ’ ที่ตลาดมืดในเมืองตอนดึกๆ ดีกว่า ได้ราคาดีแถมปลอดภัยไร้กังวล” คำว่า ‘ตลาดมืด’ ในยุค 70 ไม่ใช่สถานที่ที่ใครจะเดินเข้าออกได้ตามอำเภอใจ แต่มันคือสนามรบย่อยๆ ของคนมีฝีมือและเส้นสาย หว่านหว่านรู้ดีว่าการขยับขยายกิจการจากผักสดมาเป็นสินค้าแปรรูปอย่าง ‘หมูแดดเดียว’ และ ‘น้ำพริกสูตรเด็ด’ จะต้องสร้างความอิจฉาริษยาให้แก่บรรดาญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้ออย่างแม่เฒ่าเฉินและพวกพ้องแน่นอน แต่นั่นแหละคือสิ่งที่เธอต้องการ... การเหยียบย่ำความโลภของคนพวกนั้นด้วยความสำเร็จอันหอมหวาน คือรสชาติอาหารที่อร่อยที่สุดในชีวิต ทว่า ในขณะที่หว่านหว่านกำลังบรรจุหมูแดดเดียวลงในใบตองห่อใหญ่อย่างประณีต เสียงเคาะประตูดังปึงปังด้วยความเกรี้ยวกราดก็แว่วมาจากรั้วหน้าบ้าน “หลินหว่านหว่าน! นังสะใภ้อัปมงคล! แกกล้าดียังไงถึงแอบซุกซ่อนของเถื่อนไว้ในบ้าน ผัวแกกำลังจะถูกยศปลดและจับเข้าคุกฐานเป็นไส้ศึกอยู่แล้ว แกยังมานั่งทำตัวระรื่นทำอาหารส่งกลิ่นเหม็นอยู่ได้ ออกมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เสียงแหลมปรี๊ดของแม่เฒ่าเฉินแผดลั่นราวกับนกแสกบาดหู ตามด้วยเสียงผลักประตูดังโครมใหญ่จนบานไม้แทบหลุดจากวงกบ ป้าชุนจูหน้าถอดสีทันที รีบคว้าแขนหว่านหว่าน “ตายแล้ว! แม่แก่บ้านนั้นพาใครมาด้วยก็ไม่รู้ท่าทางน่ากลัวมาก หว่านหว่าน รีบหนีทางหลังบ้านเร็วเข้า!” แต่หลินหว่านหว่านกลับนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด เธอวางห่อใบตองลงบนโต๊ะช้าๆ ยกมือขึ้นปัดเศษแป้งบนเสื้อผ้าออกอย่างใจเย็น ก่อนจะหันไปสบตากับผู้มาเยือนที่ยืนเท้าสะเอวหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ที่ธรณีประตู มุมปากของหญิงสาวหยิกลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาคู่สวยฉายแวววาววับราวกับนางพญาเสือดาวที่พร้อมขย้ำเหยื่อผู้โชคร้าย “แม่สามีคะ... เสียงดังโวยวายแต่เช้าแบบนี้ ระวังเส้นเลือดในสมองจะแตกตายก่อนจะได้เห็นสามีฉันติดคุกนะคะ” หว่านหว่านก้าวเท้าออกมาข้างหน้า น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งขั้วโลก “อีกอย่าง... เรื่องที่ผัวฉันจะติดคุกหรือไม่อย่างนั้น ฉันยังไม่รู้หรอกค่ะ แต่ที่แน่ๆ คนที่ขโมยตราประทับกองร้อยไปยัดเยียดความผิด... กำลังจะชดใช้ด้วยอนาคตทั้งชีวิตของมันเองต่างหาก!” แม่เฒ่าเฉินสะดุ้งเฮือก สีหน้าเปลี่ยนสีจากแดงเป็นเขียวคล้ำเมื่อได้ยินประโยคนี้ แต่ก่อนที่นางจะได้อ้าปากด่าทอโต้ตอบ มีเสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่กำลังย่างสามขุมเข้ามาล้อมรอบตัวบ้านพักอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่ของลู่จ้านกั๋วปรากฏขึ้นที่หน้าประตูในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศ ไหล่กว้างเหยียดตรง ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาดุจพญาเหยี่ยวจ้องมองตรงมาที่แม่เฒ่าเฉินและชายฉกรรจ์ในชุดนอกเครื่องแบบที่ยืนอยู่ข้างกาย ในมือของลู่จ้านกั๋วไม่ได้ถืออาวุธ แต่ถือเอกสารแผ่นหนึ่งที่เพิ่งเซ็นอนุมัติสดๆ ร้อนๆ จากผู้บัญชาการทหารสูงสุดประจำภูมิภาค “จับตัวจ่าสิบเอกเฉินและผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมด ข้อหาสมคบคิดกับโจรโพกผ้าแดงลักลอบค้าของเถื่อนและทำลายชื่อเสียงกองทัพ!” ลู่จ้านกั๋วเอสั่งเสียงก้องกังวานทรงอำนาจจนทุกคนในบริเวณนั้นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ แม่เฒ่าเฉินเข่าทรุดฮวบลงกับพื้นทันที นางอ้าปากค้างพยายามจะร้องเรียกชื่อลูกชายแต่ไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมาสักแอะ หลินหว่านหว่านยืนมองภาพตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ เธอก้าวเข้าไปใกล้สามีร่างยักษ์ที่หันกลับมามองเธอด้วยสายตารักใคร่หลงใหลจนแทบละลาย ลู่จ้านกั๋วยื่นมือหนามาโอบเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลحกจะเป็นอันตรายแม้แต่มดตัวเดียว “เหนื่อยไหมครับคนดี...” กระซิบเสียงทุ้มต่ำชิดริมหูท่ามกลางความโกลาหล “ไม่เหนื่อยเลยค่ะพี่จ้านกั๋ว...” หว่านหว่านยิ้มหวานหยดย้อย ส่งสายตาเจ้าเล่ห์พราวเสน่ห์ “เพราะมื้อเย็นวันนี้... ฉันตั้งใจทำหมูแดดเดียวสูตรพิเศษ รอฉลองชัยชนะของเราสองคนโดยเฉพาะเลยนะคะ” ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังโรแมนติกและสะใจสุดขีดนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็จลังขึ้นอีกครั้ง... สามครั้งสั้นๆ แบบที่ไม่มีใครคาดคิด *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ร่างในชุดสูทจีนโบราณสีเทาเข้มผู้สวมหมวกปานามาบังใบหน้าครึ่งซีก ก้าวพ้นเงาไม้เข้ามาพร้อมรอยยิ้มลึกลับ ก่อนจะวางหีบไม้สักทองแกะสลักลายวิจิตรลงตรงหน้าประตูบ้าน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำให้ลมหายใจของลู่จ้านกั๋วต้องสะดุด “ขออภัยที่มารบกวนยามวิกาล... คุณหลินหว่านหว่านใช่ไหมครับ? นายใหญ่จากฮ่องกงฝากเงินมัดจำหนึ่งแสนหยวน เพื่อเหมาซื้อ ‘น้ำพริกสูตรลับ’ ของคุณทุกล็อต... ไปตลอดกาล” *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ)*
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%