"ถ้าพวกแกคิดจะเอาเงินจากเบี้ยเลี้ยงทหารของจ้านกั๋วแม้แต่เพนนีเดียว ก็เตรียมตัวไปอธิบายเรื่องนี้กับทางกองพลและเจ้าหน้าที่คอมมิวนต์ได้เลยครับ!"
เสียงประกาศกร้าวของหลินหว่านหว่านดังสะท้อนก้องไปทั่วลานหน้าบ้านพักข้าราชการทหารริมเกาะแห่งนี้ เธอไม่ได้ตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราดจนเสียกิริยา หากแต่ใช้น้ำเสียงราบเรียบ เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจจนผู้ฟังถึงกับขนลุกซู่ แม่เฒ่าเฉินที่กำลังอ้าปากเตรียมจะโวยวายโหยหวนถึงบุญคุณน้ำนมและการเลี้ยงดู ถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองจนหน้าดำหน้าแดง
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วยามก่อน กลิ่นหอมของน้ำซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนที่หוֹลอบลอยมาจากครัวหลังบ้านของหลินหว่านหว่าน ยังไม่ทันทำให้ท้องของใครในหมู่บ้านส่งเสียงร้องด้วยความหิวโหย ร่างท้วมหนาของแม่เฒ่าเฉินก็พุ่งพรวดเข้ามาในเขตรั้วไม้ไผ่ราวกับผีดิบกระหายเลือด นางกวาดสายตามองความเปลี่ยนแปลงของบ้านหลังนี้ด้วยความริษยาตาร้อน ผ้าม่านลายดอกไม้สะอาดสะอ้าน แปลงผักสีเขียวขจีที่สมบูรณ์เกินหน้าเกินตาชาวบ้าน และที่สำคัญที่สุดคือข่าวลือหนาหูในตลาดมืดว่าสะใภ้รองคนนี้เพิ่งกวาดเงินสดจากการขายเห็ดหอมป่าและปลาตากแห้งเกรดพรีเมียมไปก้อนโต
"นังสะใภ้ตัวดี! แกมันอกตัญญู!" แม่เฒ่าเฉินตบโต๊ะไม้จนก๊องแก๊ง มือเหี่ยวย่นชี้หน้าหว่านหว่านเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ "จ้านกั๋วเป็นลูกฉัน เลือดในอกฉัน! เงินทองที่มันหามาได้ก็ต้องเป็นของครอบครัวเราสิ! แกเป็นแค่สะใภ้ที่ซื้อมาด้วยเงินสิบค่ายหมาป่า กล้าดียังไงมาฮุบไว้คนเดียว คายเงินออกมาเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นฉันจะประจานให้แกอยู่บนเกาะนี้ไม่ได้!"
บรรยากาศรอบข้างเริ่มมีชาวบ้านแอบมามุงดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น เสียงซุบซิบนินทากระจายไปทั่วทิศทาง ลู่จ้านกั๋วที่เพิ่งเดินกลับมาจากกองร้อยด้วยชุดฝึกสีเขียวเข้ม ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและความเหนื่อยล้า เมื่อเห็นแม่แท้ๆ ของตนกำลังอาละวาดใส่ภรรยา ดวงตาดุจพญาอินทรีก็วาวโรจน์ขึ้นด้วยความกริ้ว เขารีบสาวเท้ายาวๆ เข้ามาขวางกลางระหว่างมารดาและภรรยาโดยสัญชาตญาณทันที
"แม่ครับ พอแค่นี้เถอะครับ!" เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังของลู่จ้านกั๋วดังขึ้นจนแม่เฒ่าเฉินสะดุ้ง "ผมแต่งงานออกมาแล้ว เงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงของผมเป็นของครอบครัวเรา... หมายถึงผมกับหว่านหว่าน และลูกในอนาคต แม่ไม่มีสิทธิ์มาเรียกร้องอะไรทั้งสิ้น!"
"ไอ้ลูกเนรคุณ! แกเข้าข้างนังนี่เหรอ!" แม่เฒ่าเฉินกรี๊ดลั่น ทรุดตัวลงไปนอนชักดิ้นชักงอกับพื้นดิน เอาเท้ากระทืบฝุ่นฟุ้งกระจาย ลูกไม้นี้ใช้ได้ผลเสมอในหมู่บ้านเดิมของนาง ทุกคนต้องยอมจำนนต่อความหน้าด้านและความโวยวาย แต่นางลืมไปเสียสนิทว่าที่นี่คือเขตทหาร และหลินหว่านหว่านไม่ใช่หญิงสาวชาวบ้านหัวอ่อนคนเดิมอีกต่อไป
หว่านหว่านยื่นมือไปแตะแขนแกร่งของสามีเบาๆ ส่งยิ้มอ่อนโยนที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจให้เขารู้ว่าเธอยังรับมือได้สบาย จากนั้นจึงก้าวเท้าออกมายืนเผชิญหน้ากับแม่เฒ่าเฉินที่กำลังดิ้นพล่านอยู่บนพื้น
เธอไม่ได้เข้าไปฉุดกระชากหรือร้องห่มร้องไห้ตามบทบาทของสะใภ้ผู้น่าสงสาร แต่กลับหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กและกระดาษแผ่นหนึ่งที่คัดลอกข้อกฎหมายสมรสและกฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินส่วนบุคคลฉบับล่าสุดจากในมิติลับออกมาถือไว้ในมืออย่างสง่างาม
"คุณแม่ครับ เชิญนอนดิ้นให้พอใจเถอะครับ" หว่านหว่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงกึ่งยิ้มกึ่ง ים "แต่ก่อนจะโวยวายต่อ รบกวนฟังข้อกฎหมายมาตราที่สิบสองเกี่ยวกับ 'การรีดไถทรัพย์สินและการคุกคามครอบครัวทหารนอกเวลาราชการ' ให้จบเสียก่อนดีกว่า"
ริมฝีปากบางเฉียบคลี่ยิ้มเยርน "ตามกฎหมายใหม่ของรัฐบาลกลาง ทรัพย์สินที่สามีภรรยาทำร่วมกันหลังการสมรสถือเป็นสินสมรส และเบี้ยเลี้ยงของทหารประจำการในแนวหน้า มีไว้เพื่อบำรุงขวัญและยกระดับความเป็นอยู่ของครอบครัวทหารโดยตรง หากบุคคลภายนอกหรือแม้แต่ญาติสายตรง บังคับขู่เข็ญ ขูดรีด หรือเข้ามาสร้างความปั่นป่วนเพื่อแย่งชิงทรัพย์สิน มีโทษจำคุกปรับฐานกวนความสงบเรียบร้อยในเขตทหารและกรรโชกทรัพย์ ยิ่งไปกว่านั้น... ทางกองพลของสามีดิฉันเข้มงวดมากเรื่องความประพฤติของครอบครัวทหาร หากคุณแม่ยังไม่อยากให้พี่ใหญ่ (พี่ชายคนโตของสามีที่ทำงานในสำนักงานคอมมิวนต์) ต้องเสียประวัติเพราะพฤติกรรมอาละวาดของแม่ จนอาจส่งผลถึงตำแหน่งหน้าที่การงาน... ก็เชิญลุกขึ้นแล้วเดินออกไปจากรั้วบ้านเราเสียตอนนี้เถอะครับ"
สิ้นคำพูดของหว่านหว่าน บริเวณลานบ้านก็ตกอยู่ในความเงียบงันสนิท แม้กระทั่งเสียงลมทะเลที่พัดหวีดหวิวผ่านพุ่มสนยังฟังดูเบาลงไปถนัดตา
แม่เฒ่าเฉินที่กำลังนอนแหกปากอยู่ถึงกับชะงักกึก อาการชักดิ้นชักงอหายเป็นปลิดทิ้ง นางเบิกตากว้างจ้องมองใบหน้าสะสวยแต่เย็นชาของสะใภ้รองราวกับเห็นปีศาจ คำว่า 'กระทบหน้าที่การงานของพี่ใหญ่' เป็นจุดตายที่นางไม่มีวันยอมให้เกิดขึ้นเด็ดขาด เพราะอนาคตและความเจริญก้าวหน้าของลูกชายคนโตคือความภูมิใจเดียวในบั้นปลายชีวิตของนาง
"แก... นังสารเลว... แกกล้าเอาพี่ชายมันมาขู่ฉันเรอะ!" แม่เฒ่าเฉินเสียงสั่นเครือ ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามตัวด้วยความทุลักทุเล ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคืองจนแทบเป็นสีม่วง
"ผมไม่ได้ขู่ครับคุณแม่ แต่ผมกำลังเตือนด้วยความหวังดีในฐานะสมาชิกครอบครัว" หว่านหว่านกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกพยางค์ "ถ้าคุณแม่มาเยี่ยมเยียนในฐานะแม่ลูก พวกเรายินดีต้อนรับเสมอ มีซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนร้อนๆ และผักสดๆ จากแปลงเตรียมไว้ต้อนรับ แต่ถ้ามาเพื่อทวงบุญคุณและรีดไถเงินทองล่ะก็... ประตูรั้วข้างหลังนั่นเปิดกว้างเสมอครับ"
ลู่จ้านกั๋วมองภรรยาของตนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความหลงใหลจนแทบจะหยดเป็นน้ำผึ้ง หัวใจของนายทหารหนุ่มผู้แข็งแกร่งพองโตคับอก ภรรยาตัวน้อยของเขาช่างฉลาดเฉลียว เด็ดเดี่ยว และงดงามเหลือเกินในยามที่เธอปกป้องครอบครัว เขาเอื้อมมือหนาไปโอบเอวบางของเธอไว้หลวมๆ พร้อมกับประกาศกร้าวต่อหน้าชาวบ้านที่มุงดูอยู่
"ตามที่ภรรยาผมพูดครับ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ครอบครัวของเราดูแลกันเอง ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวาย!"
แม่เฒ่าเฉินกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจจนกรามแทบแตก นางรู้ดีว่าวันนี้ไม่มีทางเอาเปรียบอะไรได้อีกแล้ว แถมยังเสียหน้ายับเยินต่อหน้าชาวบ้านอีกต่างหาก นางถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความเคียดแค้นก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีหายลับไปทางท้ายหมู่บ้านท่ามกลางเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่เริ่มหันมามองด้วยสายตาสสมน้ำหน้า
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป ความเงียบสงบก็กลับคืนมาสู่บ้านพักริมทะเลอีกครั้ง บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่เคี่ยวอยู่ในหม้อดิน ลู่จ้านกั๋วดึงร่างบางของภรรยาเข้ามาชิดแนบอกกว้าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างกกหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความสั่นพร่าด้วยความซาบซึ้งใจเอ่ยขึ้นเบาๆ
"หว่านหว่าน... ขอบคุณนะครับที่ปกป้องผม... ปกป้องครอบครัวของเรา"
หว่านหว่านเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีหนุ่ม เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอแล้วเอื้อมมือไปหยิกเอวสอบของเขาอย่างหมั่นเขี้ยว "ถ้าไม่ให้ฉันปกป้อง แล้วจะปล่อยให้คุณโดนสูบเลือดจนหมดตัวหรือยังไงกันครับ นายทหารผู้ซื่อบื้อของฉัน?"
ลู่จ้านกั๋วไม่โต้เถียง เขาก้มลงหมายจะมอบจุมพิตแสนหวานให้รางวัลภรรยาคนเก่งสักฟอดใหญ่ แต่ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูด้านหน้ารัวเร็วและหนักหน่วงดังขึ้นขัดจังหวะสวีทอย่างกะทันหัน ทั้งสองชะงัก หว่านหว่านขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ส่วนลู่จ้านกั๋วรีบผละออกแล้วเดินไปเปิดประตูด้วยความระแวง
ทว่าเมื่อบานประตูเปิดออก บุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้ากลับไม่ใช่แม่เฒ่าเฉินผู้เกรี้ยวกราด แต่เป็นชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบเจ้าหน้าที่สารวัตรทหารเรือผิวคล้ำแดด พร้อมด้วยเอกสารตราประทับสีแดงฉานในมือ เขามองหน้าลู่จ้านกั๋วด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของสองสามีภรรยาเย็นเฉียบลงทันที
"ผู้กองลู่ครับ... ทางการเพิ่งได้รับรายงานด่วน เรือสินค้าลักลอบขนของเถื่อนจากฝั่งฮ่องกงถูกสกัดจับได้กลางอ่าว และในรายการสินค้าของกลาง... มีตราประทับชื่อและรหัสประจำตัวสังกัดกองร้อยของคุณปรากฏอยู่ครับ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความรักและการต่อสู้ของพวกเขานะครับ
เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70•ตอนที่ 14
แม่สามีกลับมาทวงบุญคุณรอบสอง
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!