เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70•ตอนที่ 17

สร้างพันธมิตรทางการค้า

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
เสียงตบโต๊ะไม้ดังปัง! จนถ้วยชาเซรามิกบนเคาน์เตอร์สั่นสะเทือน น้ำชาสีเขียวเข้มกระฉอกออกมาเปื้อนลายครามราคาแพง แต่เถ้าแก่เฉียน พ่อค้าคนกลางผู้กุมเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าเกษตรรายใหญ่ที่สุดของมณฑลทางใต้ กลับไม่มีเวลามาสนใจคราบน้ำชาเหล่านั้น สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวของเขาจดจ้องอยู่เพียงตะกร้าไม้ไผ่ตรงหน้า ที่บรรจุหัว daikon (หัวไชเทّ้ة์) ขนาดยักษ์ผิวเนียนละเอียดราวกับหยกขาว และกลิ่นหอมหวานจางๆ ที่ลอยกรุ่นออกมาจากผลท้อสวรรค์ในห่อผ้า "คุณหลิน... นี่มันเรื่องจริงหรือครับ? สินค้าเกรดพรีเมียมระดับนี้ คุณเอามาจากที่ไหนกัน! หากเอาไปวางขายในตลาดเขตเมืองหลวงรับรองว่าเศรษฐีตระกูลใหญ่ต้องแย่งกันประมูลจนเลือดตากระเด็นแน่!" หลินหว่านหว่านยกถ้วยชาขึ้นจิบรสชาติกลมกล่อมอย่างใจเย็น รอยยิ้มบางเบาประดับอยู่บนมุมปากอิ่มสวย ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์และมั่นอกมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม หญิงสาววางถ้วยลงบนโต๊ะไม้ด้วยจังหวะที่นุ่มนวล ทว่าหนักแน่นพอที่จะสะกดสายตาของพ่อค้าเขี้ยวลากดินผู้นี้ให้อยู่หมัด "แหล่งที่มาของฉันย่อมเป็นความลับทางการค้าครับ เถ้าแก่เฉียน แต่สิ่งที่คุณควรสนใจในตอนนี้ไม่ใช่ว่าของมาจากไหน... แต่เป็นเรื่องที่ว่า คุณกล้าพอที่จะจับมือร่วมทุนกับฉันเพื่อผูกขาดตลาดส่งออกนอกอำเภอแห่งนี้หรือไม่ต่างหาก" คำพูดของเธอเฉียบคมและทรงพลัง ราวกับไม่ใช่คำกล่าวของภรรยา นายทหารบ้านนอกทั่วไป แต่เป็นท่าทีของนักธุรกิจหญิงมือฉกาจ ในห้องทำงานส่วนตัวหลังร้านค้าของเถ้าแก่เฉียน บรรยากาศเต็มไปด้วยแรงกดดันและการต่อรองผลประโยชน์ที่เข้มข้น เถ้าแก่เฉียนหัวเราะเสียงดังในลำคอ ดวงตาหรี่ลงพิจารณาสะใภ้ตระกูลลู่ผู้นี้ใหม่อีกครั้ง เขารู้ดีว่าข่าวลือเรื่องสะใภ้บ้านตระกูลลู่ผู้ขยันขันแข็งและมักจะถูกแม่สามีจอมสูบเลือดสูบเนื้ออย่างแม่เฒ่าเฉินกลั่นแกล้งอยู่เสมอนั้นเป็นอย่างไร แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้าในเวลานี้ กลับเป็นสตรีผู้มีรัศมีน่าเกรงขามและฉลาดเป็นกรดจนเขายังต้องยอมจำนน "คุณหลินช่างใจกล้าเสียจริงนะ หุ้นส่วนเจ็ดสัดส่วนต่อสามสัดส่วนอย่างที่คุณเสนอมา มันออกจะเอาเปรียบฝั่งผมมากไปหน่อยกระมัง? การขนส่งสินค้าข้ามมณฑลในยุคนี้มีความเสี่ยงสูงมาก ยิ่งช่วงนี้ทางการเพ่งเล็งตลาดมืดด้วยแล้ว..." เถ้าแก่เฉียนแกล้งทำเป็นถอนหายใจยาวเหยียด พร้อมกับประสานมือเข้าหากันเพื่อกดดัน หว่านหว่านแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยประกายแสงวาวโรจน์ เธอรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของพ่อค้าเขี้ยวลากดินรายนี้ดี การเจรจาต่อรองก็เหมือนกับการปรุงอาหาร หากไฟอ่อนเกินไปก็ไม่สุก หากไฟแรงเกินไปก็ไหม้เกรียม ต้องใช้ไฟกลางที่พอเหมาะและเคล็ดลับเฉพาะตัวถึงจะรสมือกลมกล่อม "เถ้าแก่เฉียนครับ ความเสี่ยงที่คุณพูดถึง มันเทียบไม่ได้เลยกับผลกำไรมหาศาลที่จะเกิดขึ้น สินค้าของฉันไม่ได้มีดีแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่รสชาติและสรรพคุณบำรุงร่างกายคือจุดขายหลัก ถ้าคุณไม่เอา เกรงว่าประตูโกดังของฉันคงต้องเปิดต้อนรับสหายจากอำเภอข้างเคียงที่มีข้อเสนอดีกว่านี้เสียแล้ว..." หว่านหว่านแกล้งทำท่าจะลุกขึ้นยืน มือเรียวจัดชายเสื้อโค้ทกันหนาวให้เข้าที่อย่างไม่รีเวลาร้อน "ช้าก่อน! คุณหลิน... ใจเย็นๆ ก่อนสครับ!" เถ้าแก่เฉียนรีบละล่ำละลักลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยความร้อนรน เขาโบกมือไปมาเป็นพัลวัน เหงื่อกาฬเริ่มผุดพรายขึ้นตามไรผม เพราะเขารู้ดีว่าสินค้าเกษตรมิติพิเศษของหว่านหว่านนั้นสร้างความฮือฮาให้ลูกค้ากระเป๋าหนักในมือเขามาล็อตหนึ่งแล้ว หากปล่อยให้หลุดมือไปรับรองว่าคู่แข่งทางการค้าคงหัวเราะเยาะจนฟันร่วงแน่ "หกต่อสี่! ผมให้คุณหกส่วน ผมสี่ส่วน... นี่คือขีดสุดที่พ่อค้าอย่างผมจะยอมรับได้แล้วนะครับ!" หว่านหว่านชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เธอหันกลับมาสบตาพ่อค้าจอมเขี้ยวด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ อย่างพึงพอใจ "ตกลงครับ หกต่อสี่ตามที่คุณเสนอ แต่มีข้อแม้... การขนส่งทุกเที่ยวจะต้องใช้เส้นทางปลอดภัยที่สามีของฉัน... ลู่จ้านกั๋ว เป็นผู้ตรวจสอบความเรียบร้อยเท่านั้น เพื่อป้องกันปัญหาการตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่รัฐ" เถ้าแก่เฉียนเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง เขารู้มาว่าสามีของนางคือทหารหนุ่มผู้ซื่อสัตย์และมีฝีมือรบโดดเด่น การเอาชื่อของลู่จ้านกั๋วมาเป็นเกราะคุ้ม ภัยเช่นนี้ เท่ากับเป็นการติดสติ๊กเกอร์คุ้มกันชั้นยอดให้กับการค้าขายใต้ดินของพวกเขาอย่างไร้ที่ติ "นับว่าคุณหลินรอบคอบยิ่งนัก! ตกลงตามนี้!" ในขณะเดียวกัน ที่บ้านพักตระกูลลู่ริมชายหาด บรรยากาศกลับไม่ได้อบอุ่นและเงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น แม่เฒ่าเฉินกำลังยืนเท้าสะเอวหน้าประตูบ้าน ใบหน้าเหี่ยวย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาสีขุ่นจ้องมองไปที่แปลงผักสวนครัวหลังบ้านที่เขียวขจีผิดปกติ แม้จะเป็นฤดูหนาวที่พืชผลอื่นเหี่ยวเฉา แต่ผักของสะใภ้ตัวดีกลับเติบโตงอกงามราวกับมีเวทมนตร์ "นังสะใภ้ตัวดี! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!" แม่เฒ่าเฉินแผดเสียงแหลมสูงจนนกที่เกาะอยู่บนต้นไม้ข้างบ้านบินหนีแตกตื่น "แกแอบซ่อนเงินทองอะไรไว้ในห้องเก็บของ ทำไมช่วงนี้ถึงได้ทำตัวลับๆ ล่อๆ ขนของออกไปขายข้างนอกจนร่ำรวย ผัวแกเป็นแค่ทหารเบี้ยล่าง เงินเดือนไม่กี่หยวน จะเอาปัญญาที่ไหนมาสร้างบ้านต่อเติมครัวใหม่หรูหราขนาดนี้! แกต้องยักยอกเงินของตระกูลเราไปแน่ๆ!" ลู่จ้านกั๋วที่เพิ่งกลับจากการฝึกซ้อมทางทหาร ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนขวางหน้ามารดาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีมองมารดาด้วยแววตาเรียเฉย ทว่าแฝงความกดดันอันหนักอึ้ง "แม่ครับ... หว่านหว่านไม่ได้ยักยอกเงินใคร เงินทุกหยวนที่พวกเราใช้จ่ายมาจากการทำงานหยาดเหงื่อแรงกายของเธอเอง และโปรดอย่ามาตะโกนโวยวายเสียงดังใส่ภรรยาผมแบบนี้อีก" แม่เฒ่าเฉินสะดุ้งโหยดเมื่อเห็นบุตรชายคนโปรดแสดงท่าทีปกป้องภรรยาออกนอกหน้าขนาดนี้ นางยิ่งทวีความโกรธแค้นและริษยาหลินหว่านหว่านจนตัวสั่นเทา "ไอ้ลูกอกตัญญู! แกถูกนังผู้หญิงคนนั้นเป่าหูจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วใช่ไหม? มันมีดีอะไรนักหนา ถึงได้ยอมก้มหัวให้เมียคุมอำนาจในบ้าน!" "เธอดีพอที่จะเป็นภรรยาและคู่ชีวิตของผมครับ..." เสียงทุ้มต่ำของลู่จ้านกั๋วเอ่ยขึ้นด้วยความมั่นคงและหนักแน่น ดวงตาคู่คมฉายแววคลั่งรักอย่างปิดไม่มิด แม้ภายนอกเขาจะเป็นนายทหารผู้ดุดันและน่าเกรงขามในสายตาผู้ใต้บังคับบัญชา แต่เมื่อพูดถึงหลินหว่านหว่าน หัวใจแกร่งดั่งหินผากลับอ่อนยวบยาบลงทันที "และถ้าแม่ยังมายุ่มย่ามหรือหาเรื่องเธออีก ผมคงต้องขออนุญาตย้ายออกไปสร้างบ้านหลังใหม่ริมชายฝั่งตามสิทธิ์ของทหารประจำการ..." คำพูดเด็ดขาดของลู่จ้านกั๋วทำให้แม่เฒ่าเฉินถึงกับหน้าซีดเผือด นางอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก ได้แต่ชี้หน้าบุตรชายด้วยความคับแค้นใจ ในจังหวะนั้นเอง ประตูรั้วหน้าบ้านก็เปิดออก พร้อมกับร่างระหงของหลินหว่านหว่านที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าแจ่มใส ในมือถือห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของเนื้อย่างซีיוผัดพริกไทยดำขโมงไปทั่วบริเวณ หญิงสาวกวาดสายตามองสถานการณ์ตึงเครียดตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ เธอก้าวเข้าไปใกล้สามีร่างสูง พร้อมกับยื่นมือไปแตะแขนเสื้อเขาเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ลู่จ้านกั๋วก้มมองภรรยา ดวงตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันตาเห็น เขารีบยื่นมือไปแย่งถือตะกร้าสินค้าหนักๆ แทนเธอทันที น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความห่วงใย "เหนื่อยไหมครับ? ผลการเจรจาเป็นอย่างไรบ้าง?" "ราบรื่นดีครับ..." หว่านหว่านตอบพลางอมยิ้ม ก่อนจะหันไปสบตากับแม่สามีที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ "คุณแม่ครับ วันนี้เรามีเรื่องต้องฉลองครั้งใหญ่ เพราะสัญญาการค้ารายใหญ่ที่สุดในมณฑลเพิ่งถูกเซ็นลงนามไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี่เอง" แม่เฒ่าเฉินแค่นเสียงฮึดฮัด "สัญญาการค้าบ้าบออะไรของแก อย่ามาอวดอ้าง..." ยังไม่ทันที่แม่เฒ่าเฉินจะพูดจบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน สหายผู้ใหญ่บ้านในชุดเสื้อคลุมกันหนาวเก่าๆ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่รัฐประจำอำเภออีกสองคน เดินสีหน้าเคร่งเครียดเข้ามาในเขตบ้าน พร้อมกับถือเอกสารราชการฉบับใหญ่ในมือ "ผู้ใหญ่บ้าน? มีธุระอะไรหรือครับถึงมากันยามนี้?" ลู่จ้านกั๋วยืนบังร่างภรรยาไว้ครึ่งหนึ่งตามสัญชาตญาณการปกป้อง ผู้ใหญ่บ้านกวาดสายตามองทุกคนในบ้านด้วยสีหน้าประหลาดใจ ก่อนจะยื่นเอกสารตราประทับแดงฉานให้ลู่จ้านกั๋ว พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทาปนความตื่นเต้น "ไม่ใช่ธุระร้ายแรงอะไรหรอกสหายลู่... แต่ทางอำเภอเพิ่งได้รับหนังสือแจ้งด่วนจากหน่วยงานส่วนกลาง ว่าด้วยเรื่อง 'ใบอนุญาตประกอบกิจการค้าเอกชนนำร่องพิเศษ' ซึ่งมีชื่อของภรรยาคุณ... หลินหว่านหว่าน เป็นผู้ถือสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในเขตชายฝั่งนี้!" ทว่า... ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน เอกสารในมือผู้ใหญ่บ้านกลับไม่ได้มีเพียงแค่ใบอนุญาตการค้าธรรมดา แต่แผ่นกระดาษแผ่นสุดท้ายถูกพลิกขึ้นมาเผยให้เห็นตราประทับลับสุดยอดจากกองบัญชาการทหารสูงสุด ที่ระบุเงื่อนไขการส่งออกสินค้าอาหารทะเลและพืชผลเกษตรพรีเมียมไปยังฐานทัพลับกลางทะเลลึก ซึ่งเป็นเขตหวงห้ามเด็ดขาดที่ไม่มีใครเคยเข้าถึงมาก่อน! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%