"ถ้าแม่เฒ่าเฉินยังกล้าส่งจดหมายมาโวยวายเรื่องเงินส่งเสียอีกรอบ ผมนี่แหละครับที่จะเดินไปจัดการด้วยตัวเองถึงหน้าบ้านเดิม ให้รู้เสียบ้างว่าใครคือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของลู่จ้านกั๋วคนนี้"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววขุ่นเคืองดังขึ้นท่ามกลางความเงียบยามค่ำคืนภายในห้องครัวที่สะอาดสะอ้าน ลู่จ้านกั๋วในชุดเสื้อกล้ามสีเขียวทหารเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแน่นหนาตามสัดส่วนบุรุษเพศ ขณะนี้เขากำลังง่วนอยู่กับการก่อเตาถ่านขนาดเล็กด้วยความคล่องแคล่ว แสงไฟสีส้มแดงจากถ่านที่กำลังติดไฟสะท้อนใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น สายตาของนายทหารหนุ่มมองตรงไปยังร่างบางของภรรยาด้วยความรักใคร่และหวงแหนอย่างปิดไม่มิด
หลินหว่านหว่านแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับด้วยความรู้ทัน เธอใช้มือเรียวบางปัดเศษแป้งออกจากโต๊ะไม้ ก่อนจะหันมาสบตากับสามีรูปงามพลางเอ่ยกลั้วหัวเราะ
"คุณใจร้อนเกินไปแล้วล่ะครับ จ้านกั๋ว... ดูท่าทางในตอนนี้ แม่สามีผู้ประเสริฐของฉัน คงจะนอนไม่หลับกระสับกระส่ายอยู่บ้านที่ฝั่งแผ่นดินใหญ่เป็นแน่ เพราะแผนการสูบเงินจากกองทหารของนางถูกตัดขาด แถมพี่ชายตัวดีของคุณก็คงกำลังโวยวายใส่แม่จนบ้านแทบแตก ที่จู่ๆ เงินก้อนโตไม่ยอมบินเข้ากระเป๋าตัวเองเสียที"
คำพูดของภรรยาทำให้ลู่จ้านกั๋วยกยิ้มมุมปาก ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเอ็นดูระคนทึ่งในความฉลาดเฉลียวของหญิงสาวตรงหน้า เขาเดินเข้าไปใกล้ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาโอบเอวคอดกิ่วของภรรยาไว้หลวมๆ สัมผัสอุ่นซ่านแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้า หลินหว่านหว่านไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้สามีได้สูดดมความหอมอ่อนๆ จากเส้นผมของเธอตามอำเภอใจ ชายหนุ่มก้มลงกระซิบเสียงพร่าข้างใบหู
"ไม่ว่าคนบ้านนั้นจะวางแผนชั่วร้ายอะไร ผมไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาเอาเปรียบภรรยาของผมเด็ดขาด เงินทุกเหมาที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงและการค้าขายในมิติของคุณ หว่านหว่าน... มันคืออนาคตของเราสองคนครับ"
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้ แม้เธอจะมาจากโลกยุคปัจจุบันที่มีความระแวดระวังสูง แต่ความจริงใจและการกระทำที่เสมอต้นเสมอปลายของนายทหารหนุ่มผู้นี้ ก็ได้ละลายกำแพงในใจเธอจนหมดสิ้นแล้ว ลู่จ้านกั๋วไม่ใช่แค่สามีตามนามในยุค 70 แต่เขาคือคู่ชีวิตที่พร้อมจะปกป้องเธอด้วยชีวิต
"ปากหวานเสียจริงนะครับท่านรองผู้บังคับกองพัน... ถ้าเช่นนั้น เพื่อเป็นการฉลองชัยชนะที่เราหักหน้าแม่เฒ่าเฉินได้อย่างราบคาบในวันนี้ คืนนี้เรามาฉลองกันให้เต็มที่ด้วยเมนูพิเศษดีกว่าครับ"
หลินหว่านหว่านผละออกจากอ้อมกอดอุ่นอย่างนุ่มนวล ก่อนจะพลิกตัวหันไปจัดการกับวัตถุดิบชั้นเลิศที่แอบหยิบออกมาจากมิติซูเปอร์มาร์เก็ตลับในมือถือ ดวงตาของเธอลุกLาวด้วยความตื่นเต้นเมื่อนึกถึงรสชาติอาหารที่จะทำ
ในยุค 70 ที่ความบันเทิงหายากและการกินดีอยู่ดีคือความหรูหราสูงสุด การได้ทานอาหารรสจัดจ้านริมระเบียงบ้านพักทหารรับลมทะลุยามค่ำคืน คือความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้
หญิงสาวจัดการหั่นเนื้อวัวติดมันลายหินอ่อนสวยงาม เนื้อหมูสามชั้นแล่บางกำลังดี ตับหมูสดสะอาด และบรรดาลูกชิ้นเนื้อแน่นๆ ที่เธอแอบผลิตจากเครื่องจักรในมิติ นอกจากนี้ยังมีผักกาดหอม เห็ดเข็มทอง รากบัวสไลด์บาง และเต้าหู้ปลา เสียบไม้ไม้ไผ่เหลาจนเรียบเรียงรายเต็มถาดใหญ่ สิ่งที่ขาดไม่ได้และเป็นหัวใจสำคัญของค่ำคืนนี้คือ "พริกหม่าล่า" สูตรลับเฉพาะที่เธอผสมเครื่องเทศจีนนานชนิด ทั้งฮวาเจียว พริกแห้งคั่วป่น ยี่หร่า และพริกไทยเสฉวน ส่งกลิ่นหอมฉุนเผ็ดชาเตะจมูกทันทีที่เปิดกระปุก
ลู่จ้านกั๋วทำหน้าที่ก่อไฟและพัดเตาถ่านอย่างแข็งขัน กลิ่นควันจางๆ ลอยไปผสมกับกลิ่นไอเค็มของลมทะเลภายนอกหน้าต่าง "ให้ผมช่วยอะไรอีกไหมครับ หว่านหว่าน? กลิ่นเครื่องเทศนี่ช่างเร้าใจเสียจริง แค่ได้กลิ่นก็น้ำลายสอแล้วครับ"
"คุณแค่เตรียมท้องให้ว่างก็พอครับ จ้านกั๋ว" หลินหว่านหว่านยิ้มกริ่ม เธอหยิบแปรงทาซอสจุ่มน้ำมันพริกหม่าล่าสีแดงฉานที่มีน้ำมันงาเคลือบเงางาม ก่อนจะวางไม้เสียบเนื้อและผักลงบนตะแกรงเหล็กเหนือถ่านที่ร้อนระอุ
*ฟู่!*
เสียงไขมันหมูหยดลงบนถ่านร้อนๆ ส่งเสียงดังฉ่า ควันหอมฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว หลินหว่านหว่านใช้แปรงละเลงซอสหม่าล่าลงบนเนื้อย่างอย่างรวดเร็ว สีแดงของพริกค่อยๆ ซึมเข้าสู่เนื้อสัมผัสที่กำลังส่งเสียงเดือดปุดๆ กลิ่นหอมเผ็ดร้อน ชาลิ้น และเย้ายวนใจฟุ้งกระจายทะลุกรอบประตูหน้าต่างออกไปสู่บริเวณทางเดินของบ้านพักทหารทันที
วิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ริมเกาะในยามค่ำคืนที่ไม่เคยหรูหรา บัดนี้กลับถูกยกระดับด้วยฝีมือการทำอาหารระดับเชฟกระทะเหล็กของหลินหว่านหว่าน เนื้อวัวย่างหม่าล่าไม้แรกถูกยกขึ้นวางบนจานกระเบื้องเคลือบอย่างบรรจง เธอยื่นให้สามีที่นั่งมองตาไม่กระพริบ
"ลองชิมดูสิครับ ว่ารสชาติถูกใจนายทหารผู้เกรียงไกรคนนี้ไหม"
ลู่จ้านกั๋วรับไม้เสียบไม้ร้อนๆ มาด้วยความระมัดระวัง เข่าเป่าลมเบาๆ ก่อนจะกัดเข้าไปคำโต เสียงเคี้ยวกร้วมดังชัดเจน และเพียงเสี้ยววินาทีนั้นเอง ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง รสชาติเผ็ดร้อนสะท้านลิ้น ความชาซ่านที่แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปาก ตามด้วยความหวานฉ่ำของเนื้อวัวที่ละลายในปาก และกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่อบอวล มันคือรสชาติที่ไม่เคยลิ้มรสที่ไหนมาก่อนในชีวิต!
"อร่อย... อร่อยมากครับ หว่านหว่าน!" ลู่จ้านกั๋วอุทานออกมาด้วยความลืมตัว รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าเข้ม "รสชาตินี้มันทั้งเผ็ด ทั้งชา ทั้งกลมกล่อม... ฝีมือคุณนี่มันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าภัตตาคารในเมืองหลวงเสียอีกครับ!"
"ถ้าอร่อยก็ทานเยอะๆ ครับ วันนี้เรามีวัตถุดิบเพียบ" หลินหว่านหว่านหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี เธอหยิบเบียร์เย็นๆ ที่แอบแช่ไว้ในช่องฟรีซมิติพิเศษออกมาเปิดกระป๋องส่งให้สามี ทั้งสองชนแก้วกันเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่ง
ความสุขสงบและรสชาติอาหารอันจัดจ้านทำให้ความตึงเครียดจากเรื่องตระกูลเฉินมลายหายไปสิ้น ทั้งคู่พูดคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข เสียงหัวเราะเคล้าคลอไปกับเสียงปิ้งย่างบนเตาถ่าน
ทว่า... ในขณะที่บรรยากาศกำลังดำเนินไปอย่างชื่นมื่น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมด้วยเสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นจากด้านนอก ขัดจังหวะความสุขยามค่ำคืนลงอย่างกะทันหัน!
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"เปิดประตูเดี๋ยวนี้! นังสะใภ้ตัวดี ลู่จ้านกั๋ว! แกกล้าดียังไงถึงตัดขาดพวกฉัน!"
เสียงหวีดแหลมสูงด้วยความโกรธเกรี้ยวที่คุ้นเคยดีดังทะลุกรอบประตูเข้ามา ทำให้หลินหว่านหว่านและลู่จ้านกั๋วชะงักค้างไปพร้อมกัน รอยยิ้มบนใบหน้าของหญิงสาวเลือนหายไปในพริบตา ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความเย็นชา
แม่เฒ่าเฉิน... เดินทางข้ามทะเลมาถึงหน้าประตูบ้านพักในยามวิกาลได้อย่างไร? และมาด้วยจุดประสงค์อะไรกันแน่?
โปรดติดตามตอนต่อไป...
- ลมทะเลพัดรัก -
เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70•ตอนที่ 30
ฉลองชัยชนะด้วยปิ้งย่างหม่าล่า
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!