"ถ้าสะใภ้รองอย่างเธอยังกล้าหุบของพวกนี้ไว้คนเดียว ฉันจะไปฟ้องผู้ใหญ่บ้านให้ประกาศประจานความอกตัญญูของเธอให้ทั่วทั้งเกาะ!"
เสียงตบโต๊ะดังปังจนถ้วยกระเบื้องบนโต๊ะอาหารสั่นสะเทือน หลินหว่านหว่านไม่ได้สะดุ้งตกใจแม้แต่น้อย เธอยังคงใช้ตะเกียบหนีบเนื้อปลาเค็มชิ้นโตเข้าปาก เคี้ยวอย่างช้าๆ รสชาติเค็มกลมกล่อมผสานความมันของเนื้อปลาตากแห้งกำลังดี ส่งกลิ่นหอมเย้ายวนตัดกับบรรยากาศตึงเครียดในห้องครัวได้อย่างน่าขัน
รอบโต๊ะเวลานี้ไม่ได้มีแค่แม่เฒ่าเฉินที่หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโลภ แต่ยังมี "เฉินต้าเฉียง" ลูกพี่ลูกน้องฝ่ายสามีที่ขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนา และป้าสะใภ้ใหญ่วัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วนคอยยืนเท้าสะเอวส่งสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ของพวกนี้เป็นเสบียงที่กองทัพส่งมาให้ครอบครัวเรา ไม่ใช่กองโจรที่ไหนจะมาแบ่งปันตามอำเภอใจได้นะครับ... อ้อ ขอโทษที ฉันหมายถึง ตามใจชอบได้" หว่านหว่านวางตะเกียบลงอย่างใจเย็น ดวงตากลมโตฉายแววเยาะหยันชัดเจน "ป้าสะใภ้ใหญ่ ถ้าอยากได้แป้งสาลีเนื้อดีกับน้ำมันหมูพวกนี้ นักก็ไปหาเอาที่สหกรณ์สิครับ มายืนหน้าด้านไถของจากบ้านคนอื่นแบบนี้ ไม่กลัวชาวบ้านเขาหัวเราะเยาะเอาเหรอ"
"นังตัวดี! แกกล้าว่าฉันหน้าด้านรึ!" ป้าสะใภ้ใหญ่กรี๊ดลั่น ยกมือชี้หน้าหมายจะพุ่งเข้ามาตบ
แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วหยาบกร้านจะแตะโดนชายเสื้อของหว่านหว่าน บรรยากาศภายในห้องครัวก็พลันลดฮวบลงจนอุณหือภмиความอบอุ่นหายวับไปกับตา
เงาร่างสูงใหญ่ราวกับภูเขาเคลื่อนตัวมาบังหน้าประตูอย่างเงียบเชียบ กลิ่นอายคาวเลือดและสนามรบที่กดดันจนคนหายใจไม่ออกแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ลู่จ้านกั๋วในชุดเครื่องแบบทหารที่ยังไม่ทันได้ถอด เขายืนกอดอกใบหน้าคมเข้มถมึงทึง ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองกลุ่มคนผู้บุกรุกราวกับกำลังมองซากสัตว์ที่รอวันถูกเชือด
"เมื่อกี้... ใครบอกว่าจะทำร้ายใครนะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังลอดไรฟันออกมาทีละคำ แม้จะไม่ได้ตะโกน แต่แรงกดดันระดับนายทหารผ่านศึกที่ผ่านการฆ่าฟันมาจริงทำให้เฉินต้าเฉียงถึงกับขาอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ลมหายใจสะดุดกึก
แม่เฒ่าเฉินที่เคยกร่างเป็นใหญ่ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อเห็นลูกชายคนรองปรายตามองมาด้วยแววตาเย็นเยียบไร้ความรู้สึก สายตานั้นไม่ใช่แค่มองคน แต่เป็นสายตาของนักล่าที่พร้อมจะหักคอพวกมันได้ทุกเมื่อหากกล้าแตะต้องภรรยาของเขา
"จ้าน... จ้านกั๋ว แกกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่ส่งเสียง..." แม่เฒ่าเฉินเสียงสั่นระรื่น พยายามฝืนยิ้มกลบเกลื่อนความกลัว
"ถ้าผมไม่กลับมาทันเวลา..." ลู่จ้านกั๋วก้าวเข้ามาทีละก้าว เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นปูนดังสะท้อนก้อง หัวใจของเขาร้อนรุ่มด้วยความโกรธเกรี้ยวระคนเป็นห่วงภรรยาตัวน้อย "พวกคุณคงจะปล้นบ้านผมจนเกลี้ยงแล้วสินะ ออกไป!"
คำสั่งสุดท้ายดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าซีดเผือด รีบดึงแขนลูกชายที่สั่นเทาให้ลุกขึ้นวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกจากบ้านไปอย่างไร้ศักดิ์ศรี แม่เฒ่าเฉินเองก็ก้นจ้ำเบ้าถอยหลังกรูด ก่อนจะลนลานวิ่งตามออกไปแทบไม่ทัน
เมื่อความวุ่นวายผ่านพ้นไป หว่านหว่านจึงถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ก่อนจะหันไปมองสามีที่ยังคงยืนหน้าเคร่งเครียดสำรวจเนื้อตัวเธอด้วยความเป็นห่วง
"เจ็บตรงไหนไหม หว่านหว่าน?" ลู่จ้านกั๋วรีบเข้ามาโอบไหล่ภรรยา สำรวจร่องรอยความเสียหายด้วยความร้อนรน
"ฉันสบายดีครับคุณสามี..." หว่านหว่านแกล้งเอ่ยหยอกล้อพลางอมยิ้ม "แต่ถ้าคุณมาช้ากว่านี้อีกนิด ปลาเค็มชิ้นสุดท้ายบนจานนี้คงไม่เหลือให้คุณได้ชิมแน่ๆ"
ลู่จ้านกั๋วมองรอยยิ้มพราวระยับของภรรยา ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เขาโอบกอดร่างบางเข้ามาแนบอกแน่น สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนผมของเธอเพื่อขับไล่ความหงุดหงิดเมื่อครู่ให้มลายหายไป
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะกลับมาอบอุ่นหวานชื่น เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้งอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงตะโกนกระหืดกระหอบของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามา
"ผู้กองลู่! คุณหว่านหว่าน!แย่แล้วครับ! ที่ท่าเรือจู่ๆ ก็มีเรือสินค้าจากแดนใต้เทียบท่า พร้อมกับกองกำลังตรวจค้นของทางการกำลังมาที่นี่ พวกเขากำลังบอกว่าร้านค้าของคุณลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะครับ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนถัดไปครับ
ลมทะเลพัดรัก
เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70•ตอนที่ 24
จัดการญาติผู้สร้างปัญหา
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!