“พี่จ้านกั๋ว ถ้าคุณยังจ้องผมแบบนี้อีก ผมจะตักแกงจืดใส่ถ้วยแล้วเอาไปให้ไก่ในเล้ากินแทนข้าวเย็นแล้วนะครับ”
หลินหว่านหว่านเอ่ยขึ้นพลางตักแกงจืดไก่ใส่เห็ดหอมจากมิติลับลงในชาม กลิ่นหอมกรุ่นของสมุนไพรและเนื้อไก่ตุ๋นจนเปื่อยนุ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัวเล็กๆ แต่นั่นก็ยังไม่เย้ายวนใจเท่ากับสายตาคมกริบของสามีหนุ่มนายทหารที่ยืนพิงกรอบประตูเฝ้ามองเธอทำอาหารมานานเกือบชั่วโมง
ลู่จ้านกั๋วไม่ได้สะทกสะท้านกับคำขู่แสนน่ารักนั้นเลยแม้แต่น้อย เขาก้าวขายาวๆ เข้ามาใกล้จนแผ่นหลังของภรรยาเกือบชนกับอกแกร่งของเขา “ถ้าไก่มันกินเหลือ ผมก็ยินดีจะเป็นคนจัดการแทนเองครับหว่านหว่าน ยิ่งเป็นอาหารที่คุณทำด้วยมือตัวเอง... ต่อให้เป็นยาพิษ ผมก็ยอมดื่มครับ”
“พูดจาเพ้อเจ้ออีกแล้วนะครับ” หว่านหว่านหมุนตัวกลับมา สายตาของเธอปะทะเข้ากับรอยยิ้มมุมปากที่ดูร้ายกาจแต่แฝงไว้ด้วยความเทิดทูนของอีกฝ่าย เธอยกมือขึ้นแตะหน้าผากคนตัวโตเบาๆ “ไข้ก็ไม่มี ทำไมวันนี้ถึงปากหวานผิดปกติ?”
ลู่จ้านกั๋วคว้าข้อมือเล็กไว้แล้วกดจูบลงบนฝ่ามือเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ร้อนผ่าวผ่านผิวหนังส่งตรงไปถึงหัวใจของหญิงสาว “เพราะผมรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องออกไปปฏิบัติภารกิจนอกเขตสามวันไงครับ... ผมแค่อยากเก็บเกี่ยวความอบอุ่นนี้ไว้ให้ได้มากที่สุด เผื่อเวลาที่ต้องนอนหนาวในป่า ผมจะได้มีพลังใจสู้กับความเหน็บหนาวได้”
บรรยากาศในห้องครัวที่เคยคึกคักพลันเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่อบอวลไปด้วยไออุ่น หลินหว่านหว่านชะงักไปครู่หนึ่ง เธอยอมรับว่าความรู้สึกของเขาที่มีต่อเธอนั้นซื่อตรงและมั่นคงดุจขุนเขา เธอเป็นเพียงหญิงสาวที่มาจากที่อื่น แต่เขากลับมอบหัวใจให้ทั้งดวงโดยไม่ตั้งคำถาม
“งั้นวันนี้... ผมจะทำเมนูพิเศษให้ทานครับ” หว่านหว่านหันกลับไปจัดการกับเครื่องปรุงที่แอบหยิบออกมาจากมิติพิเศษ ทั้งซอสน้ำมันหอยชั้นดีและเครื่องเทศที่หาได้ยากในยุค 70 เธอผัดผักกวางตุ้งฮ่องเต้กับน้ำมันงาจนเงางาม ก่อนจะวางจานลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ ที่เช็ดจนสะอาดเอี่ยม
ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ละคำที่ทั้งสองทานด้วยกันเต็มไปด้วยความหมาย ลู่จ้านกั๋วคอยคีบเนื้อไก่ชิ้นที่ดีที่สุดใส่ในชามของภรรยา ส่วนหว่านหว่านก็คอยดูแลไม่ให้เขาขาดแคลนสารอาหาร ทั้งคู่ไม่ได้พูดคุยเรื่องการงานหรือเรื่องน่าปวดหัวจากแม่เฒ่าเฉิน มีเพียงเสียงหัวเราะเบาๆ และแววตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง
หลังจากจัดการมื้อค่ำเรียบร้อย ทั้งสองกลับเข้ามาในห้องนอนเล็กๆ ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นจางๆ ของดอกไม้ป่าที่หว่านหว่านนำมาวางไว้ แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดให้แสงสลัวราง ทำให้ใบหน้าของลู่จ้านกั๋วดูละมุนละไมกว่าทุกครั้ง
“คุณหว่านหว่านครับ...” ลู่จ้านกั๋วเอ่ยเรียกขณะที่เธอกำลังจัดที่นอน เขาเดินเข้าไปใกล้แล้วสวมกอดจากด้านหลัง ร่างสูงใหญ่โอบกอดเธอไว้แน่นเหมือนต้องการปกป้องเธอจากโลกภายนอกทั้งหมด “ตั้งแต่ได้คุณมาเป็นภรรยา ชีวิตผมก็เหมือนได้รับการเติมเต็ม ผมไม่เคยขออะไรมากไปกว่านี้เลย”
หว่านหว่านพิงหลังกับอกแกร่ง หลับตาลงรับสัมผัสที่อบอุ่นนั้น “เราจะไปด้วยกันครับ ทั้งการค้าขาย การสร้างฐานะ หรือแม้แต่การรับมือกับแม่ของคุณ... ต่อจากนี้ไป คุณจะไม่ต้องสู้เพียงลำพังอีกแล้ว”
ความสัมพันธ์ที่พัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงหลังมานี้ไม่ได้เกิดจากโชคชะตา แต่มันเกิดจากการที่คนสองคนยอมเปิดใจให้กัน ลู่จ้านกั๋วถนอมเธอราวกับเป็นของล้ำค่าที่สุดในชีวิต ส่วนหว่านหว่านเองก็ใช้ความฉลาดและความสามารถที่มีสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว จนแม่เฒ่าเฉินที่คอยจ้องจะกัดกินพวกเขายังไม่สามารถหาช่องโหว่เข้ามาแทรกแซงได้
ทว่า ท่ามกลางความเงียบสงบที่ควรจะเป็นความสุขสันต์ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าบ้านอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายของความไม่ชอบมาพากลลอยมาแตะจมูก
ลู่จ้านกั๋วหูผึ่ง ดวงตาสีเข้มเปลี่ยนเป็นแววตาของนักล่าในบัดดล เขาผละจากร่างภรรยาแล้วคว้าเสื้อคลุมทหารมาสวมอย่างรวดเร็ว ในขณะที่หว่านหว่านเองก็ขมวดคิ้วแน่น เธอสัมผัสได้ถึงพลังงานบางอย่างที่ผิดปกติในมิติลับของเธอ ซึ่งเชื่อมโยงกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหน้าบ้าน
“มีคนมาครับ และดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เรื่องตลก... พวกเขากำลังพังประตูบ้านเรา” ลู่จ้านกั๋วกระซิบเสียงต่ำด้วยความโกรธจัด
หว่านหว่านลุกขึ้นยืน แววตาของเธอเปลี่ยนจากความอ่อนหวานเป็นความเด็ดขาดที่พร้อมจะฟาดฟันใครก็ตามที่กล้ามาทำลายความสงบในคืนนี้ เธอคว้าถุงผ้าใบเล็กๆ ที่ซ่อนสมุนไพรบางชนิดไว้ในมือ ก่อนจะเดินตามสามีออกไปที่หน้าประตู
เมื่อบานประตูถูกผลักออก เสียงตะโกนด่าทอที่คุ้นหูของแม่เฒ่าเฉินก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายแปลกหน้ากลุ่มหนึ่งที่แต่งตัวด้วยชุดสีเข้มปิดบังใบหน้า พวกมันไม่ได้มาเพื่อทวงถามหนี้สิน แต่พวกมันมาพร้อมกับอาวุธที่สะท้อนแสงไฟจากตะเกียงหน้าบ้าน
“หว่านหว่าน ถอยไปข้างหลังผม!” ลู่จ้านกั๋วคำรามลั่นพร้อมกับขยับตัวยืนบังภรรยาไว้มิด
ทว่า ในจังหวะที่หัวหน้ากลุ่มโจรเงื้อมีดขึ้น หว่านหว่านกลับไม่ได้ถอยหนี เธอแค่นยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วเอ่ยเบาๆ “ขอบคุณที่เข้ามาในจังหวะที่ผมกำลังเบื่อพอดี... ได้เวลาทดสอบยาสลบสูตรใหม่ที่เพิ่งปรุงเสร็จพอดีครับ”
แสงไฟกะพริบไหวในมิติลับของเธอเริ่มทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ ราวกับจะตอบสนองต่อคำสั่งของเธอที่จะทำให้คนพวกนี้ได้พบกับฝันร้ายที่ลืมไม่ลง...
แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนถัดไปครับ
ลมทะเลพัดรัก
เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70•ตอนที่ 25
ค่ำคืนอันอบอุ่นสองต่อสอง
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!