เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70•ตอนที่ 22

มื้ออาหารสานสัมพันธ์

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
"ถ้าแม่เฒ่าเฉินยังกล้าส่งเสียงโวยวายหน้าบ้านอีกครึ่งคำ ผมจะเอาไม้กระดานตีลังกาไล่ตะเพิดกลับบ้านเก่าไปให้หมดเรื่อง!" เสียงทุ้มต่ำเจือความกรุ่นโกรธดังลอดมาจากห้องครัวแคบๆ กลิ่นหอมฉุยของเครื่องเทศและเนื้อตุ๋นกำลังลอยฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ หลินหว่านหว่านปรายหางตามองสามีหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนงдельหน้าเตาไฟ ใบคมเข้มของนายทหารผู้ขึ้นชื่อว่าดุเดือดในสนามรบเวลานี้กลับมีเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มกรอบหน้า ไม่ใช่เพราะความร้อนจากเตาฟืน แต่เป็นเพราะความหงุดหงิดระคนเป็นห่วงภรรยาตัวน้อยต่างหาก หว่านหว่านวางตะหลิวไม้ลงบนโต๊ะไม้ไผ่ เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ "ปล่อยให้แกโวยวายไปเถอะครับ ยิ่งแกแหกปากด่าทอหน้าบ้านมากเท่าไหร่ ชาวบ้านแถวนี้ก็ยิ่งเห็นธาตุแท้ความเห็นแก่ตัวของตระกูลเฉินชัดเจนขึ้นเท่านั้น คนพวกนั้นไม่เคยอยากได้ลูกสะใภ้ที่ดีหรอกครับ สิ่งที่พวกเขาต้องการคือวัวควายทำงานฟรีต่างหาก" ลู่จ้านกั๋วนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบมองภรรยาด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ตั้งแต่แต่งงานกันมา หว่านหว่านไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไม่เคยร้องไห้อ่อนแอต่อหน้าความอยุติธรรม มีแต่ความเฉียบคมและการเอาคืนที่เจ็บแสบจนสะใจคนฟังทุกครั้ง มือหนาหยาบกร้านเอื้อมไปคว้ามือเรียวเล็กที่เปื้อนคราบเขม่าจางๆ มากุมไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านจากฝ่ามือของชายชาติทหาร ทำให้หัวใจดวงน้อยของหว่านหว่านกระตุกวูบ "พี่บอกแล้ว... ว่าจะไม่มีใครหน้าไหนมารังแกเธอได้อีก ถ้ามันยังไม่เลิกราวี พี่จะไปเคลียร์ให้จบเรื่องที่กองร้อย หรือไม่ก็ไล่พวกมันกลับหมู่บ้านเดิมไปเลย" จ้านกั๋วเอמהเสียงพร่าต่ำ น้ำเสียงจริงจังไร้ซึ่งความล้อเล่น "ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นหรอกครับพี่จ้าน เกมนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น" หว่านหว่านยิ้มละไม ก่อนจะหันความสนใจกลับมายังหม้อดินเผาใบใหญ่ตรงหน้า ในมิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต เธอยังมีวัตถุดิบชั้นเลิศอีกเพียบ แต่สำหรับมื้อค่ำนี้ เธอยังคงตั้งใจรังสรรค์อาหารจากวัตถุดิบในยุค 70 นี้ให้กลายเป็นอาหารระดับภัตตาคาร เพื่อพิสูจน์ฝีมือและมัดใจสามีหนุ่มผู้ซื่อสัตย์คนนี้ให้จมดิ่งลงในหลุมพรางแห่งความรักที่เธอขุดรอไว้ หว่านหว่านหยิบหมูสามชั้นติดมันสวยงามที่แอบสลับเปลี่ยนเป็นหมูเกรดพรีเมียมจากมิติ หั่นเป็นชิ้นหนาพอดีคำ นำไปรอนในกระทะเหล็กจนน้ำมันส่วนเกินละลายออกมา ส่งเสียงฉ่าเร้าใจ กลิ่นหอมของหนังหมูที่ถูกทอดจนเกรียมสีทองกรอบเริ่มโชยตีเข้าจมูก จากนั้นเธอใส่ขิงแก่ พริกแห้ง ลูกผักชี และน้ำตาลกรวดลงไปผัดคลุกเคล้า ก่อนจะเทเหล้าจีนและซีอิ๊วขาวชั้นดีลงไปตามสัดส่วนที่คำนวณไว้ในหัวอย่างแม่นยำ น้ำซุปสีอำพันเข้มข้นเดือดปุดๆ ในหม้อดิน ปิดฝาเคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ เพื่อให้เนื้อหมูเปื่อยนุ่มละลายในปากตามสูตรลับเฉพาะ ในขณะเดียวกัน บนเตาอีกด้าน เธอกำลังผัดผักกาดขาวกับกุ้งแห้งตัวโตที่แอบหยิบออกมาจากช่องฟรีซในมิติ ผัดเร็วๆ ด้วยไฟแรงเพื่อให้ผักยังคงความกรอบหวานและมีกลิ่นหอมกระทะ ลู่จ้านกั๋วยืนมองภรรยาทำอาหารด้วยความหลงใหล ท่าทางคล่องแคล่วว่องไวราวกับร่ายรำ แว่นตาสะท้อนแสงไฟวับวาว ความเหนื่อยล้าจากการฝึกทหารและจัดการปัญหาครอบครัวจอมปลอมมลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นซ่านซ้ำในทรวงอก ผู้หญิงคนนี้... ไม่เพียงแต่ฉลาดเฉลียวและเด็ดเดี่ยว แต่ฝีมือการทำอาหารของเธอยังเป็นเลิศยิ่งกว่าแม่ครัวใหญ่ในเมืองหลวงเสียอีก "หว่านหว่าน..." จ้านกั๋วเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "หืม? ว่าไงครับ?" หว่านหว่านหันมาเลิกคิ้วมอง พร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่มุมปาก "พี่..." ชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "พี่โชคดีเหลือเกิน... ที่ได้เธอมาเป็นภรรยา" คำสารภาพรักแบบซื่อๆ ไร้ชั้นเชิงแต่น่าเอ็นดู ทำเอาหว่านหว่านถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ เธอแกล้งขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่จนแผ่นหลังชนกับอกแกร่ง สูดดِمกลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายแดดและฝุ่นผงแบบฉบับชายชาติทหาร ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาคมกริบตรงๆ "ถ้าคิดว่าโชคดีจริง ๆ... งั้นคืนนี้ต้องช่วยล้างจานทั้งหมดนะครับ ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด" ลู่จ้านกั๋วหัวเราะร่วนในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยความรักใคร่ระคนตามใจ "ได้เลยครับ ไม่ใช่แค่ล้างจาน... ต่อให้ให้พี่ซักผ้าอ้อมหรือกวาดบ้านทั้งหลัง พี่ก็ยอมทำทั้งหมดเพื่อเธอคนเดียว" บรรยากาศในครัวเล็กๆ อบอวลไปด้วยความหวานชื่นจนมดแทบขึ้น น้ำเสียงกระซิบกระซาบและรอยยิ้มของคนทั้งคู่ขับไล่ความหนาวเหน็บของค่ำคืนฤดูหนาวริมเกาะไปเสียสิ้น จนกระทั่งกลิ่นหอมเย้ายวนของ "หมูพะโล้สูตรโบราณ" และ "ผัดผักกาดขาวกุ้งแห้ง" เริ่มแผ่ขยายทะยานผ่านหน้าต่างบ้านไม้ ออกไปสู่ตรอกซอกซอยรอบข้าง เพียงไม่นานนัก เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงสูดดมอากาศฟุดฟิดก็ดังขึ้นที่รั้วหน้าบ้าน "กลิ่นอะไรวะนั่น? หอมชิบหาย! บ้านไอ้จ้านกั๋วมันทำอะไรกินกันวะเนี่ย?" เสียงชาวบ้านคนหนึ่งอุทานขึ้นด้วยความตกตะลึง หว่านหว่านตักอาหารเสร็จพอดี เธอยกชามเซรามิก ลายครามบรรจุหมูพะโล้น้ำขลุกขลิกสีน้ำตาลทองเงางาม ชิ้นหมูเปื่อยนุ่มละมุนลิ้นวางเคียงคู่กับผัดผักกาดขาวสีเขียวสดใส และข้าวสวยร้อนๆ หุงขึ้นหม้อจากข้าวสารเกรดพรีเมียมในมิติ วางลงบนโต๊ะไม้กลางห้อง ลู่จ้านกั๋วนั่งลงฝั่งตรงข้าม ตะเกียบในมือสั่นไหวนิดๆ ด้วยความตื่นเต้น ไม่ใช่เพราะหิวโหย แต่เป็นเพราะหัวใจพองโตจนแทบจะระเบิดออกมา ชายหนุ่มคีบชิ้นหมูพะโล้เข้าปากเป็นคำแรก ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นทันที รสชาติหวานเค็มกลมกล่อมกำลังพอดี ละลายในปากแทบไม่ต้องเคี้ยว ความหอมของเครื่องเทศซึมลึกถึงเนื้อใน ตัดกับความกรอบหวานสดชื่นของผัดผักกาดขาวได้อย่างลงตัว สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ จ้านกั๋วนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองภรรยาด้วยสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความภักดีและซาบซึ้งใจอย่างถึงที่สุด วินาทีนั้น... นายทหารหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อคมกระสุนใดๆ กลับรู้สึกขอบฟ้าหมุนควิ่งด้วยฤทธิ์แห่งความรัก "หว่านหว่าน..." ลู่จ้านกั่ววางตะเกียบลง ชันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวเข้าไปคุกเข่าลงข้างเก้าอี้ที่ภรรยายนั่งอยู่ มือหนาจับมือเรียวบางทั้งสองข้างขึ้นมาแนบแก้มสากของตนเองอย่างทะนุถนอม ดวงตาคมเข้มฉายแววเด็ดเดี่ยวและจริงจังยิ่งกว่าตอนรับคำสั่งออกศึก "พี่ขอสัญญาต่อหน้าฟ้าดิน..." เสียงทุ้มต่ำกังวานหนักแน่นสะท้อนก้องไปทั่วห้อง "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ลู่จ้านกั๋วคนนี้จะรัก ปกป้อง และดูแลหลินหว่านหว่านด้วยชีวิตของพี่ ใครหน้าไหนกล้าแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเล็บ มันต้องก้าวผ่านศพของพี่ไปก่อน!" หัวใจของหว่านหว่านกระตุกวาบ คำประกาศกร้าวที่จริงจังจนน่าตกใจนี้ ทำให้เธอมองเห็นความจริงใจอันบริสุทธิ์จากก้นบึ้งหัวใจของสามีหนุ่ม เธอแย้มยิ้มอ่อนโยน โน้มตัวลงไปใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเส้นผมที่ปรกลานกว้างของเขาเบาๆ "ผมเชื่อใจพี่ครับ..." ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังโรแมนติกและซาบซึ้งถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงทุบบานประตูกระแทกกระทั้นดังสนั่นหวั่นไหวจากด้านนอก ก็ทำลายความเงียบสงบลงอย่างไม่ไว้หน้า "ไอ้จ้านกั๋ว! นังตัวดีหลินหว่านหว่าน! พวกแกทำหูทวนลมอะไรกันอยู่? เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้! ถ้าพวกแกยังไม่ออกมาคายเงินค่าเช่าบ้านและเสบียงทั้งหมดวันนี้ ฉันจะพานักข่าวและหัวหน้าคอมมูนมาพังบ้านพวกแกให้เป็นจุลแน่!" เสียงแหลมปรี๊ดของแม่เฒ่าเฉินแผดลั่นทะลุกำแพงเข้ามา พร้อมกับเสียงเอะอะโهاกโฮกของญาติฝ่ายสามีอีกกลุ่มใหญ่ที่ยกพวกมาปิดล้อมบ้านไว้ทุกด้าน ลู่จ้านกั๋วผุดลุกขึ้นยืนทันที ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงดุดันขึ้นมาในพริบตา รังสีสังหารแผ่ซ่านรอบตัวจนน่ากลัว หว่านหว่านลุกขึ้นยืนตาม รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตฉายแวววาววับอย่างท้าทาย "ดูท่าทาง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญจะรีบมาเป็นสักขีพยานความร่ำรวยของเราเร็วกว่าที่คิดนะครับพี่" หว่านหว่านกระซิบเสียงเบา ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้นะครับ แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนถัดไปครับ ลมทะเลพัดรัก
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%