ควันสีขาวนวลพวยพุ่งขึ้นจากปล่องควันดินเหนียวที่เพิ่งได้รับการซ่อมแซมอย่างลวกๆ กลิ่นหอมหวานอันล้ำลึกของน้ำตาลกรวดที่ถูกเคี่ยวจนละลายเข้ากับซอสถั่วเหลืองหมักโบราณ กำลังส่งอานุภาพทำลายล้างความสงบสุขของหมู่บ้านหลินเจียในช่วงพลบค่ำได้อย่างราบคาบ
"ให้ตายสิ นั่นกลิ่นอะไรวะ... หอมชวนน้ำลายสอชะมัด!"
ชายหนุ่มชาวนาบ้านใกล้เรือนเคียงที่กำลังนั่งซ่อมเครื่องมือเกษตรอยู่หน้าบ้าน ถึงกับต้องวางค้อนในมือลง จมูกย่นเข้าหากันสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยมาตามกระแสลมยามเย็น มันไม่ใช่กลิ่นผัดผักป่าต้มเกลือแบบที่ชาวบ้านตาดำๆ กินกันทุกวัน แต่มันคือกลิ่นหอมเข้มข้นของเนื้อสัตว์ที่ถูกตุ๋นจนเปื่อยนุ่ม คลุกเคล้าด้วยเครื่องเทศชั้นดีที่เขาไม่เคยได้กลิ่นมานานนับปี
ภายในกระท่อมไม้ผุพังที่เกือบจะกันลมหนาวไม่ได้ หลินหว่านหว่านกำลังยืนอยู่หน้าเตาไฟด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ใบหน้าเรียวสวยที่เคยซีดเซียวเพราะความยากลำบาก บัดนี้เปล่งปลั่งมีเลือดฝาด ดวงตากลมโตเป็นประกายระยับด้วยความสนุกสนาน มือเรียวบางตัก "เนื้อสามชั้นตุ๋นน้ำแดง" สูตรลับจากซูเปอร์มาร์เก็ตมิติพิเศษใส่ลงในชามกระเบื้องเคลือบสีหม่นอย่างระมัดระวัง
เบื้องหลังของเธอคือลู่จ้านกั๋ว สามีนายทหารหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สายตาคมกริบของนายทหารผู้ผ่านศึกมาโชกโชน บัดนี้กลับมองแผ่นหลังบางของภรรยาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งทึ่ง ประหลาดใจ และหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่ง
เหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว... จู่ๆ ภรรยาตัวน้อยที่เคยหวาดกลัวและหลบหน้าเขา กลับเดินเข้ามาใกล้ ดวงตาสุกใสคู่นั้นมองตรงมาที่เขาพร้อมรอยยิ้มซุกซน ก่อนจะยื่นจานอาหารหน้าตาน่ากินนี้ให้ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มที่ทำเอาสติของนายทหารหนุ่มกระเจิดกระเจิง
"พี่จ้านกั๋ว ยืนทำหน้าบื้ออะไรอยู่ล่ะครับ? อาหารเสร็จแล้ว มากินข้าวกันเถอะ... หรือว่ารังเกียจฝีมือฉัน?" หว่านหว่านเอี้ยวตัวกลับมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ พร้อมกับใช้สายตาหยอกเย้าตามสไตล์ภรรยาตัวแสบ
"มะ... ไม่ใช่แบบนั้น! พี่ไม่ได้รังเกียจ..." ลู่จ้านกั๋วรีบละล่ำละลักปฏิเสธ ใบหน้าคมเข้มที่ตากแดดจนผิวคล้ำ บัดนี้กลับแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอหนา หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนที่เขาต้องแบกซุงวิ่งแข่งในสนามฝึกรบเสียอีก มือหนาทั้งสองข้างไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน ได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความประหม่า ตั้งแต่แต่งงานกันมา หว่านหว่านไม่เคยปฏิบัติกับเขาด้วยความใกล้ชิดและอบอุ่นหัวใจขนาดนี้มาก่อน
"ถ้าไม่ได้รังเกียจ ก็รีบมานั่งสิครับ มัวแต่ยืนทื่อเป็นเสาหลักเมืองแบบนั้น อาหารจะหายร้อนหมดพอดิบพอดี" หว่านหว่านหัวเราะคิกคักในลำคออย่างอารมณ์ดี พลางใช้ตะเกียบไม้คีบชิ้นเนื้อสามชั้นสีแดงฉ่ำมันวาวเข้าปาก เคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความฟินจนแก้มป่อง รสชาติความอร่อยระดับภัตตาคารหรูระเบิดขึ้นในปาก เนื้อนุ่มละลายในปากจนแทบไม่ต้องเคี้ยว น้ำซอสเข้มข้นกลมกล่อมที่ได้จากวัตถุดิบเกรดพรีเมียมในมิติลับ ช่างแตกต่างจากอาหารกันดารของยุค 70 นี้ราวฟ้ากับเหว
ลู่จ้านกั๋วดึงสติตัวเองกลับมา ก้าวเท้ายาวๆ เข้ามานั่งที่โต๊ะไม้เก่าๆ อย่างเงียบๆ สายตาคมจ้องมองภรรยาไม่วางตา ในใจเต็มไปด้วยความสงสัยระคนเป็นห่วง *'ภรรยาไปเอาเนื้อชั้นดีแบบนี้มาจากไหน? แล้วเครื่องเทศพวกนี้อีก... มันไม่ใช่สิ่งที่หาได้ง่ายๆ ในหมู่บ้านชนบทแน่'* แต่กระนั้น ความหิวโหยและกลิ่นหอมยั่วยวนก็ทำให้เขาเลิกคิดฟุ้งซ่าน ชายหนุ่มหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบชิ้นเนื้อเข้าปากบ้าง
ทันทีที่รสสัมผัสแรกแตะลงบนลิ้น ดวงตาคมกริบของนายทหารหนุ่มก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความอร่อยที่ล้ำลึกและอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก มันไม่ใช่แค่เนื้อตุ๋นธรรมดา แต่มันคือรสชาติที่บอกเล่าถึงความเอาใจใส่และความรักที่ภรรยาตั้งใจทำให้เขากิน
"อร่อยไหมครับ?" หว่านหว่านเอียงคอถาม ดวงตาคู่สวยพราวระยับ รอฟังคำชมจากสามีร่างยักษ์
"อร่อย... อร่อยมากครับ หว่านหว่าน เธอทำอาหารเก่งตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?" ลู่จ้านกั๋วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความประหลาดใจอย่างปิดไม่มิด
"ก็เพิ่งเก่งวันนี้แหละครับ สามีรูปหล่อของฉันเหนื่อยยากจากการฝึกและทำงานมาตลอด ฉันที่เป็นภรรยาจะไม่ยอมให้คุณกินแต่อาหารแย่ๆ ได้ยังไงล่ะครับ" หว่านหว่านจงใจเน้นเสียงคำว่า "สามีรูปหล่อ" พร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อมไปให้ ทำเอาลู่จ้านกั๋วก้มหน้าลงแทบไม่ทัน ใบหน้าร้อนผ่าวจนแทบจะระเบิดออกมาเป็นไอน้ำ นายทหารผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน กลับพ่ายแพ้ให้กับคำพูดและรอยยิ้มของภรรยาตัวน้อยราบคาบ
ทว่า ความสุขสงบภายในกระท่อมกลับอยู่ได้ไม่นาน...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับมีคนพยายามพังมันเข้ามา พร้อมกับเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยและเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดดังแปร๋นทะลุกำแพงไม้เข้ามา
"อีเด็กตัวดี! หลินหว่านหว่าน! แกทำอะไรกินกันหะ! กลิ่นเนื้อบ้าอะไรมันโชยฟุ้งไปทั่วซอย จนคนเขานินทากันทั้งหมู่บ้านแล้ว! เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้เดียวนะยะ! ซ่อนของดีอะไรไว้ กินคนเดียวไม่แบ่งแม่สามีแบบนี้ มันอกตัญญูชัดๆ!"
เสียงโวยวายของ "แม่เฒ่าเฉิน" แม่สามีจอมสูบเลือดสูบเนื้อ ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศอันแสนหวานในพริบตา
ลู่จ้านกั๋วขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมเข้มกลับมาเคร่งขรึมเย็นชาในทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่ถูกรบกวนเวลาล่าเหยื่อ ชายหนุ่มกำลังจะลุกขึ้นไปเปิดประตูเพื่อจัดการปัญหา แต่ทว่า... มือเรียวบางของภรรยาเล็กๆ กลับเอื้อมมาแตะที่แขนเสื้อของเขาเบาๆ
หว่านหว่านวางตะเกียบลงช้าๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่แฝงความเจ้าเล่ห์ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความสนุกสนานระคนท้าทาย
"ใจเย็นก่อนครับสามี... ตัวป่วนมาเคาะประตูส่งส่วยถึงที่แบบนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของภรรยาคนนี้จัดการเองดีกว่าครับ รับรองว่างานนี้... สนุกแน่!"
รอยยิ้มของเธอไม่ได้มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังรอให้เหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความเต็มใจ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70•ตอนที่ 3
กลิ่นหอมยั่วยวนทั่วกระท่อมผุพัง
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!