เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70•ตอนที่ 9

แปลงผักวิเศษออกผลผลิตรุ่นแรก

ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
“ผู้กองลู่ครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!” เสียงตะโกนแหบแห้งด้วยความร้อนรนพร้อมเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กระแทกพื้นดินจนฝุ่นตลบ ไม่ได้ทำให้ลู่จ้านกั๋วสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่พับแขนเสื้อขึ้นจนเห็นกล้ามเนื้อปูดโปนและเส้นเลือดปลาบปะทุ ยังคงยืนนิ่งสงสงบอยู่หน้าแปลงผักหลังบ้าน ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยวป่ากวาดมองผู้ใต้บังคับบัญชาที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดหอบแฮกอยู่ตรงหน้า หลินหว่านหว่านวางกระป๋องรดน้ำในมือลง เสียงโลหะกระทบพื้นดินดัง *กริ๊ง* เบาๆ นางปัดเศษดินออกจากฝ่ามือเรียวบางอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับนายทหารหนุ่มผู้นั้นด้วยแววตานิ่งสงบ แต่มั่นคง ท่าทีสุขุมเยือกเย็นของภรรทำให้ลู่จ้านกั๋วขยับตัวเข้ามาบังหน้าingร่างเพรียวบางของนางไว้โดยสัญชาตญาณ ดวงตาของนายทหารหนุ่มฉายแววดุดันขึ้นทันทีเมื่อหันไปมองลูกน้อง “พูดให้มันชัดเจน หม่าต้าจ้วง มีเรื่องอะไรถึงได้วิ่งหน้าตั้งแหกปากโวยวายเข้ามาถึงเขตบ้านพักนายทหารร้อยเอกแบบนี้” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยดุ ชายหนุ่มนามหม่าต้าจ้วงกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ พยายามสูดอากาศเข้าปอดเพื่อเรียบเรียงคำพูด “คือ... คือแม่เฒ่าเฉินกับคุณป้าข้างบ้านพาคนกลุ่มใหญ่บุกมาที่หน้าค่ายแล้วครับ! พวกเขาบอกว่า... บอกว่าผู้กองกับสะใภ้บ้านรองแอบซ่อนอาหารชั้นดีไว้เสวยสุขกันเองตามลำพัง แถมยังป่าวประกาศว่าสะใภ้หลินขโมยของหลวงมาสร้างแปลงผักเถื่อน ตอนนี้ชาวบ้านมุงดูกันเพียบ หัวหน้าค่ายกำลังจะเรียกตัวผู้กองไปสอบสวนแล้วครับ!” สิ้นคำพูดของหม่าต้าจ้วง บรรยากาศรอบบริเวณบ้านพักหลังน้อยก็เย็นเยียบลงทันตาเห็น รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากร่างของลู่จ้านกั๋ว นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงจนน่ากลัว ขากรรไกรแกร่งขบเข้าหากันจนสันนูนเด่นชัด ความโกรธเกรี้ยวระลอกใหญ่กำลังพวยพุ่งขึ้นในอกเมื่อได้ยินชื่อของมารดาบังเกิดเกล้าที่สร้างเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ทว่า... ก่อนที่ลู่จ้านกั๋วจะทันได้เอ่ยปากสบถหรือสั่งการใดๆ มือเรียวนุ่มนิ่มของภรรยาก็แตะลงบนท่อนแขนกำยำของเขาเบาๆ หว่านหว่านระบายยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือความเย้ยหยันและเฉียบคมจนคนมองต้องชะงัก นางปรายตามองสามีที่กำลังหันมามองนางด้วยสายตากังวลแกมคลั่งรัก “พี่จ้านกั๋ว ไม่ต้องร้อนใจไปหรอกครับ” หว่านหว่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น “ในเมื่อแม่ยายผู้ประเสริฐและญาติผู้พี่ใจบุญของท่านลงทุนเดินทางมาถึงหน้าค่ายเพื่อตบหน้าพวกเราถึงถิ่น... ถ้าเราไม่ต้อนรับพวกนางให้สมเกียรติ เกรงว่าชาวบ้านคงจะครหาว่าครอบครัวทหารอย่างพวกเราไร้มารยาทแย่สิครับ” ลู่จ้านกั๋วมองรอยยิ้มของภรรยาแล้วพลانใจเต้นแรง ความโกรธเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความเชื่อใจและหลงใหลในความเฉลียวฉลาดเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้า เขาพยักหน้ารับช้าๆ แววตาอ่อนลงยามมองนาง “ตามใจน้องหญิง พี่จะคอยคุ้มครองเจ้าเอง ใครหน้าไหนก็แตะต้องเจ้าไม่ได้ทั้งนั้น แม้แต่แม่แท้ๆ ของพี่ก็เถอะ” หว่านหว่านปรายตาค้อนสามีหนุ่มผู้คลั่งรักเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไปยังแปลงผักวิเศษที่นางเพิ่งใช้หยดน้ำจากมิติลับรดไปเมื่อคืนก่อน ภาพตรงหน้าทำให้นางต้องหยุดยืนนิ่ง และแม้แต่หม่าต้าจ้วงที่แอบมองข้ามไหล่ผู้กองมาก็ถึงกับอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่านจนแทบถลอกจากเบ้า “โอ้... แม่เจ้าโว้ย!” หม่าต้าจ้วงอุทานลั่นโดยไม่รู้ตัว แปลงผักกาดขาวและมะเขือเทศที่เคยเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์ธรรมดา บัดนี้กลับเติบโตจนผิดหูผิดตา ผักกาดขาวแต่ละหัวอวบอ้วน ห่อตัวแน่นหนา ใบสีเขียวสดใสราวกับหยกเนื้อดีเคลือบด้วยน้ำค้างยามเช้า เปล่งประกายเรืองรองจางๆ ท่ามกลางแสงแดด ส่วนมะเขือเทศสีแดงสดลูกโตเท่ากำปั้นเด็ก เรียงรายดกเต็มต้นจนกิ่งก้านแทบหัก หนำซ้ำ กลิ่นหอมหวานฉ่ำชื่นใจของผลผลิตยังลอยฟุ้งกระจายไปทั่วรัศมีร้อยเมตร เตะจมูกจนน้ำลายสอ นี่ไม่ใช่แค่ผักธรรมดา... แต่มันคือผลผลิตเกรดพรีเมียมจากมิติซูเปอร์มาร์เก็ตที่อัดแน่นไปด้วยพลังงานบริสุทธิ์และสารอาหารเข้มข้น! หว่านหว่านก้มลงเด็ดมะเขือเทศลูกสีแดงฉานขนาดใหญ่เท่าลูกทับทิมออกจากขั้วเบาๆ ผิวสัมผัสเนียนเรียบตึงมือ ส่งกลิ่นหอมหวานละมุนล่อตาล่อใจ นางหันไปสบตากับสามี มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย “พี่จ้านกั๋ว เด็ดผักกาดหัวที่ใหญ่ที่สุดนั่นใส่ตะกร้าสิครับ... วันนี้เราจะพา ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ ไปลองชิมของอร่อยกันที่หน้าค่าย” ณ บริเวณหน้ากองร้อยทหารราบ ลมทะเลพัดสอบเอื่อยๆ หอบเอาความวุ่นวายและเสียงโวยวายแหลมสูงของแม่เฒ่าเฉินดังแว่วมาแต่ไกล ร่างอ้วนท้วมในชุดผ้าฝ้ายสีมอของแม่เฒ่ายืนเท้าสะเอว ชี้หน้าด่าทอทหารยามหน้าประตูด้วยความกราดเกรี้ยว โดยมีป้าสะใภ้ใหญ่และญาติห่างๆ ยืนสมอ้างพยักหน้าสนับสนุนอยู่ด้านหลัง “พวกแกตาบอดกันหมดหรือไง! นังสะใภ้ตัวดีคนนั้นมันเป็นโจร ขโมยของในค่ายทหารมาปลูกกินเองรวยอู้ฟู่ ปล่อยให้ฉันเข้าไปลากคอมันออกมาเดี๋ยวนี้นะ! ถ้านายกองของพวกแกไม่จัดการ ฉันจะไปฟ้องผู้บังคับบัญชาขั้นสูงให้ไล่พวกแกออกให้หมด!” “เสียงดังเอะอะโวยวายอะไรกัน หน้าค่ายทหาร ไม่ใช่ตลาดสดบ้านป่านะครับ คุณยาย” เสียงทุ้มต่ำทรงพลังที่ดังขึ้นขัดจังหวะ ทำให้แม่เฒ่าเฉินสะดุ้งโหยง นางหันขวับไปมองตามต้นเสียง ก่อนดวงตาฝ้าฟางจะเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อเห็นบุตรชายคนเล็กของตน—ลู่จ้านกั๋ว—เดินก้าวออกมาจากประตูค่ายด้วยท่าทางองอาจน่าเกรงขาม ด้านข้างมีภรรยาตัวดีเดินเคียงคู่มาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ในมือของทั้งคู่ถือตะกร้าไม้สานที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาวสะอาดสะอ้าน “ไอ้ลูกอกตัญญู!” แม่เฒ่าเฉินกรีดร้องเสียงหลง พุ่งปรี่เข้ามาหาบุตรชายทันที หมายจะคว้าแขนเสื้อทุบตีระบายความโกรธ “แกเห็นนังเมียชั่วช้าพาลูกน้องมาข่มเหงฉันเหรอ! แกดูสิ มันทำตัวร่ำรวยลับๆ ซ่อนอาหารดีๆ ไว้กินกันเองสองคน ปล่อยให้แม่ผู้ให้กำเนิดต้องอดอยากปากแห้ง แกมันลูกเนรคุณ!” ป้าสะใภ้ใหญ่รีบเสริมขึ้นทันควันด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด “นั่นสิ qualifies จ้านกั๋ว แกโดนมนต์ดำนังนี่ครอบงำจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วใช่ไหม ถึงได้หลงเมียจนลืมหัวอกแม่ ดูซิ หน้าตาอิ่มหนำสำราญกันใหญ่ ผิดกับพวกฉันที่ต้องทนอดอยาก ถ้าไม่ได้เอาอาหารในบ้านแกมาขายกิน จะเอาเงินที่ไหนใช้จ่าย!” ชาวบ้านและทหารที่มุงดูเหตุการณ์ต่างซุบซิบกันเซ็งแซ่ สายตาทิ่มแทงมองมาที่หลินหว่านหว่านด้วยความสงสัยและเคลือบแคลง ทว่า หลินหว่านหว่านหาได้สะดุ้งสะเทือนไม่ นางก้าวเท้าออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มหวานหยดแต่แฝงความเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าสะสวย นางค่อยๆ เปิดผ้าคลุมในตะกร้าออกช้าๆ *ฟุ้งงงง!* กลิ่นหอมหวานฉ่ำของมะเขือเทศสดและกลิ่นหอมสดชื่นของผักกาดขาวพวยพุ่งกระจายออกไปทั่วบริเวณทันที กลิ่นนั้นหอมหวนรัญจวนใจจนทุกคนที่ยืนอยู่รอบรัศมีสิบเมตรต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ โดยไม่รู้ตัว ท้องที่เคยว่างเปล่าส่งเสียงร้องโครกคราออกมาพร้อมกันอย่างน่าอัศจรรย์ “แม่ครับ... ป้าครับ” หว่านหว่านเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสไพเราะ แต่ดวงตากลับคมกริบราวใบมีด “ท่านบอกว่าพวกเราแอบซ่อนอาหารชั้นดีและขโมยของหลวงมาสร้างแปลงผักเถื่อนอย่างนั้นหรือครับ? น่าเสียดายจริงๆ ที่ความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านเที่ยวป่าวประกาศประจานชาวบ้านเขาเลย” นางหยิบมะเขือเทศลูกโตสีแดงสดขึ้นมาถือไว้ในมือ ชูให้ทุกคนได้เห็นอย่างชัดเจน “นี่คือมะเขือเทศและผักกาดที่ฉันกับสามีช่วยกันปลูกขึ้นด้วยหยาดเหงื่อแรงงานในแปลงผักหลังบ้านพักทหารอย่างถูกต้องตามกฎทุกประการ ไม่มีเศษเสี้ยวของหลวงแม้แต่น้อย แต่เนื่องจากพวกท่านอุตส่าห์เดินทางไกลมาถึงหน้าค่ายเพื่อทวงถามความยุติธรรม... ในฐานะสะใภ้กตัญญู ฉันคงต้องเชิญให้แม่และทุกคนได้ ‘ชิม’ ผลผลิตชิ้นแรกนี้ด้วยตัวเองเสียแล้ว” แม่เฒ่าเฉินชะงัก กลิ่นหอมเย้ายวนของมะเขือเทศในมือลูกสะใภ้กำลังเล่นงานความอยากอาหารของนางอย่างรุนแรง น้ำลายสอพรั่งพรูออกมาเต็มปากโดยไม่รู้ตัว นางกวาดตามองลูกโตๆ สีแดงสดเหล่านั้นด้วยความโลภที่เริ่มครอบงำสติ “อะ... แกจะให้ฉันกินฟรีๆ งั้นเหรอ? อย่ามาทำเป็นใจดีหน่อยเลย นังสารเลว นี่มันต้องมียาพิษแน่ๆ!” แม่เฒ่าเฉินโวยวายกลบเกลื่อนความอยาก หว่านหว่านหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและเย้ยหยัน “ยาพิษหรือครับ? ถ้าแม่ไม่กล้ากิน ก็แปลว่าที่แม่มาโวยวายแหกปากโอดครวญเมื่อครู่... เป็นแค่การ ‘แกล้งทำ’ เพื่อหวังจะมาไถเงินและแย่งชิงของกินจากบ้านรองของพวกเราใช่ไหมล่ะครับ?” คำพูดแทงใจดำทำเอาแม่เฒ่าเฉินหน้าชาดิก ป้าสะใภ้ใหญ่หน้าเสีย ร้องแว้ดขึ้นทันที “ใครว่าพวกฉันไม่กล้า! เอามานี่เลย! ถ้ามันอร่อยจริง แกต้องยกแปลงผักนั้นให้พวกฉันครึ่งหนึ่ง!” หว่านหว่านยิ้มกริ่ม ยื่นมะเขือเทศลูกใหญ่ที่สุดส่งให้ป้าสะใภ้ใหญ่โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “ได้สครับ ถ้ามันไม่อร่อยหรือเป็นพิษตามที่ท่านกล่าวหา ฉันยินดีมอบทุกอย่างให้ตามที่ขอ... แต่ถ้ามันอร่อยจนท่านต้องร้องขอชีวิตล่ะก็...” ป้าสะใภ้ใหญ่คว้าผลมะเขือเทศมากัดเข้าเต็มคำด้วยความหมั่นไส้และความโลภ ทันทีที่ฟันกระทบลงบนเนื้อฉ่ำน้ำ... *กรอบ! ฉ่ำ!* รสชาติหวานล้ำละมุนลิ้น ความสดชื่นระเบิดซ่านไปทั่วโพรงปาก ราวกับได้ดื่มน้ำอมฤตจากสรวงสวรรค์ ป้าสะใภ้เคี้ยวตุบๆ ดวงตาเบิกโพ้างค้างเติ่ง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ความอร่อยที่เหนือจินตนาการทำให้ลืมคำพูดจาถางถางไปจนหมดสิ้น แม่เฒ่าเฉินเห็นท่าทางผิดปกติของพี่สะใภ้ก็รีบแย่งมะเขือเทศอีกผลมากัดกินบ้าง และทันทีที่รสชาติหวานฉ่ำละลายในปาก ดวงตาฝ้าฟางของนางก็ลุกวาวด้วยความตะกละตะกลาม นางอ้าปากค้างจะเอ่ยปากขอเพิ่ม ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติอันวิเศษนั้นเอง จู่ๆ เสียงปรบมือดังแปะๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลังฝูงชน พร้อมกับร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดนายทหารระดับสูงผู้สวมหมวกแก๊ปติดดาวทอง ที่ก้าวย่างแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด “น่าสนใจ... น่าสนใจยิ่งนัก สะใภ้ตระกูลลู่คนนี้ช่างเก่งกาจเสียจริง ปลูกผักได้หอมหวานจนคนแก่ยังต้องน้ำลายสอ” นายทหารระดับสูงผู้นั้นเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ากึ่งจริงจัง ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบมาหยุดอยู่ที่หลินหว่านหว่าน “แต่ทว่า... แปลงผักวิเศษที่ผลิตสินค้าเกรดพรีเมียมขนาดนี้ ในเขตทหาร... ผิดระเบียบข้อบังคับร้ายแรงขั้นเด็ดขาด... เธอจะอธิบายเรื่องนี้ว่าอย่างไร... สะใภ้หลิน?” ************************************************** ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียทหารสายสตรองกับฟาร์มมิติสุดปังยุค 70 นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%