แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอมอนิเตอร์สะท้อนเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มของเรย์ที่กำลังหรี่ลงด้วยความหงุดหงิด เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทและโซเชียลมีเดียดังระงับราวกับเสียงประท้วงในงานจลาจล ข้อความนับร้อยพรั่งพรูเข้ามาไม่ขาดสาย บนหน้าจอหลักของคอมพิวเตอร์เปิดคลิปวิดีโอความยาวสิบวินาทีที่ถูกตัดต่ออย่างจงใจ ภาพในนั้นคือเหตุการณ์เมื่อวานนี้—ตอนที่ฟินิกซ์พลาดสะดุดล้มทับเขาจนร่างแนบชิดติดกันบนโซฟาในห้องซ้อม
มันเป็นอุบัติเหตุบัดซบที่ใครมองก็รู้ว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ แต่พวกมือไม่พายเอา้าราน้ำในโลกออนไลน์กลับตีความไปไกลยิ่งกว่านิยายแฟนตาซีเกรดบี
"ให้ตายสิ... พวกมันว่างกันนักหรือไงวะ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความเคืองขุ่น เรย์ปัดมือปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวฉับๆ ตรงไปยังโซนพักผ่อนทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียว... เจ้าตัวปัญหาต้นเรื่องที่ตอนนี้ยังนั่งไขว่ห้างกินขนมกรุบกรอบทำหน้าไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวอยู่บนโซฟาตัวเดิม
"ฟินิกซ์"
เสียงเรียกห้วนสั้นไร้ความปรานีดังขึ้นพร้อมกับการทิ้งตัวลงนั่งประกบข้างอย่างคุกคาม แรงยวบของโซฟาทำให้ฟินิกซ์สะดุ้งเล็กน้อย แต่เจ้าตัวก็ยังลอยหน้าลอยตาหันมาส่งยิ้มกวนประสาทให้ตามฟอร์ม
"ว่าไงครับ คุณโปรเพลเยอร์หน้าตาย เรียกซะเสียงเข้มเชียว คิดถึงผมตั้งแต่ยังไม่ทันกินกาแฟเช้าเลยรึไง" ฟินิกซ์พูดยียวนพลางเคี้ยวขนมกร้วมๆ ไม่สะทกสะท้านต่อบรรยากาศมาคุที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างข้างๆ
เรย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีเข้มคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ เขายื่นสมาร์ทโฟนของตัวเองที่มีหน้าคลิปเจ้าปัญหาคาอยู่ไปจ่อตรงหน้าฟินิกซ์
"เลิกทำตัวไร้สาระแล้วดูนี่ซะ นายเห็นความฉิบหายที่นายสร้างขึ้นมาหรือยัง"
ฟินิกซ์เหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์แวบหนึ่ง ก่อนจะเบะปากทำหน้าเบื่อหน่ายอย่างเปิดเผย เขาปัดมือเรย์ออกเบาๆ แล้ววางถุงขนมลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้า จากนั้นจึงหันมาเผชิญหน้ากับคนตัวสูงกว่าอย่างไม่เกรงกลัว
"อ๋อ... คลิปนี้น่ะเหรอ ผมเห็นตั้งแต่ก่อนนายตื่นอีก เรย์ นายจะตื่นตูมไปทำไมวะ แค่คนว่างงานมันจับแพะชนแกะ นั่งเทียนเขียนข่าวให้มันสนุกปากไปวันๆ เดี๋ยวอีกสองสามวันก็มีเรื่องใหม่ให้พวกมันลืม, นายโตจนควายจะชนเข่าอยู่แล้ว ยังจะแคร์เสียงเห่าเสียงหอนของพวกบอทในเน็ตอีกรึไง"
คำพูดกวนประสาทและท่าทีไม่แยแสของอีกฝ่ายทำให้เส้นความอดทนของเรย์ขาดผึ่ง เขายื่นมือไปคว้าคอเสื้อของคนตรงหน้าเข้ามาใกล้โดยสัญชาตญาณ แรงดึงทำให้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนสัมผัสได้ เรย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีใสที่ไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความท้าทายที่พยายามยั่วโมโหเขาเล่น
"นายฟังให้ดีนะฟินิกซ์... ฉันไม่ได้ว่างงานพอที่จะมานั่งปล่อยให้ชื่อเสียงที่ฉันสั่งสมมาหลายปีต้องพังเพราะความซุ่มซ่ามปัญญาอ่อนของนาย" เรย์กดเสียงต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่เหนือริมฝีปากของอีกฝ่าย "นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป นายต้องอยู่ในกฎระเบียบของฉัน ห้ามออกไปข้างนอก ห้ามไลฟ์สดสเปะสเปะ และทุกความเคลื่อนไหวต้องผ่านการอนุมัติจากฉันก่อน เข้าใจไหม"
ฟินิกซ์กะพริบตาปริบๆ เขานิ่งอึ้งไปชั่ววินาทีเมื่อถูกจู่โจมด้วยระยะประชิดแบบนี้ แต่แทนที่จะถอยหนี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์กลับผุดขึ้นที่มุมปากของคนตัวเล็กกว่าอย่างรวดเร็ว
"ฮึ... กฎระเบียบงั้นเหรอ?" ฟินิกซ์หัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือแววเย้าแหย่ "นี่นายกำลังทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมอยู่รึไง เรย์... นายกลัวคนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าเราเป็นแฟนกันจริงๆ จนต้องรีบมาขีดเส้นตายให้ผมขนาดนี้เลยเหรอ หรือที่จริงแล้ว... ใจนายมันเต้นแรงจนควบคุมไม่อยู่กันแน่?"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้เรย์ชะงักกึก ดวงตาสีเข้มไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาทีเมื่อสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของตัวเองที่กระหน่ำเต้นรัวอย่างไร้เหตุผล ยิ่งมองใบหน้าหวานที่ระบายรอยยิ้มเย้าแหย่ในระยะประชิด เรย์ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองตกหลุมพรางที่อีกฝ่ายขุดไว้โดยไม่รู้ตัว
แต่คนอย่างเรย์... ไม่มีวันยอมเสียฟอร์มเด็ดขาด
"หลงตัวเองชิบหาย" เรย์เค้นเสียงลอดไรฟัน สายตาคมกริบกวาดมองลงมาที่ริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับพูดเจื้อยแจ้ว "คิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงได้คิดว่าฉันจะใจเต้นกับคนปากดีอย่างนาย? หน้าอย่างนาย ต่อให้เหลือคนสุดท้ายบนโลก ฉันก็ไม่มีวันพิศวาสหรอก"
"ปากแข็งชะมัด" ฟินิกซ์ยิ้มกริ่ม ดวงตาส่งประกายระยิบระยับอย่างเหนือกว่า "ถ้าไม่พิศวาส... แล้วทำไมมือหนาๆ ของคุณโปรเพลเยอร์ถึงยังกำคอเสื้อผมแน่นไม่ยอมปล่อยล่ะครับ ปล่อยได้แล้วมั้ง หรือจริงๆ แล้วติดใจสัมผัสตรงนี้?"
เรย์เพิ่งรู้ตัวว่าเขายังคงกำเสื้ออีกฝ่ายไว้แน่น มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความกรุ่นโกรธ (หรืออาจจะเพราะเหตุผลอื่นที่เขาไม่อยากยอมรับ) เขารีบสะบัดมือออกราวกับโดนของร้อน ใบหน้าคมคายบึ้งตึงขึ้นกว่าเดิมเพื่อกลบเกลื่อนความรุ่มร้อนที่ตีตื้นขึ้นมาในอก
"อย่าสำคัญตัวผิดฟินิกซ์ ฉันแค่จะเตือนสนายเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าพรุ่งนี้เรื่องนี้ยังไม่จบ นายเตรียมตัวเก็บกระเป๋าไสมหัวออกจากแคมป์นี้ได้เลย"
"โอ๊ะ น่ากลัวจังเลย~" ฟินิกซ์แสร้งทำท่าทางหวาดกลัวโดยเอามือทาบอก แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความสนุกสนาน "ไล่ผมออกแล้วใครจะคอยกวนประสาทนายแก้เหงาเล่า นายออกจะติดผมจะตาย—"
"หยุดพูดมากแล้วไสหัวไปไกลๆ หน้าฉันซะ!"
เรย์ตัดบทเสียงดังด้วยความหงุดหงิดขั้นสุด เขารemove ตัวเองลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเตรียมจะเดินหนีเพื่อสงบสติอารมณ์ในห้องนอนของตัวเอง แต่ทว่า—
*กริ๊งงงงง!*
เสียงกริ่งหน้าประตูกลุ่มห้องพักดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศตึงเครียด เรย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจ ในยามเช้าตรู่แบบนี้ และในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยข่าวฉาวแบบนี้ ใครกัน1ที่กล้ามาเคาะประตูห้องของพวกเขา?
ฟินิกซ์ที่นั่งอยู่บนโซฟาหันไปมองทางประตูก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยเช่นกัน
เรย์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงความนิ่งสงบกลับคืนมา เขาก้าวเท้าเดินตรงไปยังประตูหน้าด้วยฝีหน้้าเคร่งขรึม มือหนาเอื้อมไปบิดลูกบิดแล้วกระชากเปิดออกอย่างไร้ความลังเล เพื่อดูว่าตัวปัญหาคนไหนกล้ามาหาเรื่องพวกเขาถึงหน้าห้องในเวลานี้
ทว่า... ภาพบุคคลที่ยืนยันตัวตนอยู่เบื้องหลังบานประตู กลับทำให้ลมหายใจของเรย์สะดุดกكَค้าง ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหินในทันทีที่ได้เห็นใบหน้านั้นชัดเจน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาติดกับดักหัวใจของพ่อหนุ่มซึนกับนายสตรีมเมอร์ตัวแสบตอนนี้นะครับ
เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน•ตอนที่ 3
กฎระเบียบของคนเย็นชา
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!