คราบความชื้นจากหยาดเหงื่อและเสียงลมหายใจหอบถี่สะท้อนก้องอยู่ในห้องซ้อมอีสปอร์ต ปลายนิ้วเรียวยาวของฟินิกซ์ยังคงค้างอยู่บนคีย์บอร์ด แสงไฟนีออนสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์สาดกระทบใบหน้าคมคายที่ตอนนี้เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อ. บนหน้าจอยักษ์ตรงกลางห้อง ข้อความ *'VICTORY'* สีทองอร่ามสว่างวาบขึ้นท่ามกลางเสียงเฮลั่นของทีมงานรอบด้าน ชัยชนะสามแมตช์ติดต่อกันในรอบคัดเลือกโซนเอเชียไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือผลลัพธ์จากการประสานงานที่ไร้รอยต่อจนน่าเหลือเชื่อ
"บอกแล้วไงครับว่าแท็กติกของผมไม่ได้มีดีแค่ขายขำ" ฟินิกซ์หมุนเก้าอี้เกมมิ่งกลับมาเผชิญหน้ากับร่างสูงที่นั่งนิ่งอยู่โต๊ะข้างๆ ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายด้วยความภูมิใจ "ยอมรับมาเถอะเรย์ ว่านายพึ่งพาความหล่อและมันสมองระดับอัจฉริยะของฉันจนทีมเราบินสูงขนาดนี้"
เรย์ปรายตามองคนปากเก่งที่นั่งยืดอกด้วยท่าทางกวนประสาท ร่างสูงในฮู้ดสีดำสนิทไม่ได้เอ่ยคำชมออกมาทันที นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นยังคงฉายแววเย็นชาตามแบบฉบับโปรเพลเยอร์ฉายา 'น้ำแข็งเรียกพี่' แต่ทว่าสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นและปลายนิ้วที่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะกลับฟ้องชัดเจนว่า เจ้าตัวกำลังพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่พวยพุ่งอยู่ในอก
เหตุการณ์เมื่อคืน... สัมผัสอุ่นร้อนจากอ้อมกอดและแววตาร้าวรานของเรย์ยังคงติดตรึงอยู่ในห้วงคำนึง แม้เจ้าตัวจะกลับมาทำตัวเยชาใส่ตามเดิมตั้งแต่ก้าวเข้าห้องซ้อมเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แต่ฟินิกซ์ก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะมองไม่เห็นร่องรอยความคลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากไร้อารมณ์นั้น
"ถ้าสมองของนายมีไว้คิดแต่เรื่องไร้สาระ ฉันแนะนำให้เอาเวลาไปซ้อมรีเฟล็กซ์ดีกว่าครับ ฟินิกซ์" เรย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ทว่าแฝงความแหบพร่าเล็กน้อยขณะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะของอีกฝ่ายโดยไม่ให้ตั้งตัว จนฟินิกซ์ต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจ
ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง เรย์โน้มตัวลงมาใช้มือข้างหนึ่งค้ำพนักพิงเก้าอี้ของฟินิกซ์ไว้ กักขังร่างเพรียวให้อยู่ในอาณัติของเขาโดยปริยาย กลิ่นอายความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวผสมผสานกับความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวของโปรเพลเยอร์หนุ่มทำเอาห้องซ้อมรอบข้างเงียบกริบลงทันที สมาชิกในทีมต่างพากันแสร้งทำเป็นมองจอคอมพิวเตอร์ ปล่อยให้สองหนุ่มเคลียร์พื้นที่ส่วนตัวกันตามลำพัง
"นาย... เป็นอะไรอีกเนี่ย หึงที่ฉันฮอตเกินหน้าเกินตาตอนสตรีมเหรอ" ฟินิกซ์แกล้งทำเป็นยDกยิ้มยียวน ทั้งที่หัวใจในอกเริ่มเต้นผิดจังหวะกับสายตาคู่คมที่จ้องมองมาเหมือนจะกลืนกิน
"ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะ" เรย์กระซิบชิดริมหูกv ของคนตรงข้าม เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างควบคุมได้ยาก "ผลงานของทีมเราตอนนี้ขึ้นอันดับหนึ่งของตารางแล้ว... และนายก็รู้ใช่ไหม ว่าเป้าหมายต่อไปคืออะไร"
ฟินิกซ์ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อสัมผัสได้ถึงความจริงจังที่แฝงมากับลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่ข้างแก้ม ชัยชนะติดต่อกันทำให้ชื่อเสียงของพวกเขาพุ่งทะยาน ทีมที่เคยถูกสบประมาทว่าเป็นแค่การรวมตัวของสตรีมเมอร์สายป่วนกับโปรเพลเยอร์ตกอับ บัดนี้กลับกลายเป็นม้ามืดที่น่ากลัวที่สุดในทัวร์นาเมนต์ระดับโลก แรงกดดันจากแฟนคลับและสปอนเซอร์กำลังถาโถมเข้ามา แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าสายตาของคนนอก กลับเป็นแววตาของคนที่อยู่ตรงหน้านี้ต่างหาก
"ฉันไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว... ยกเว้นแต่นายจะเลิกทำหน้าบึ้งใส่ฉันสักที" ฟินิกซ์ตอบกลับด้วยรอยยิ้มมุมปาก พลางเอื้อมมือไปจับชายเสื้อฮู้ดของเรย์เบาๆ เป็นเชิงหยอกล้อ "หรือว่าติดใจอ้อมกอดเมื่อคืนจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้วล่ะครับ ท่านกัปตัน"
คำพูดเย้าแหย่นั้นทำเอาเรย์นิ่งค้างไป ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำที่ยากจะคาดเดา รังสีความหึงหวงและความคลั่งรักพวยพุ่งออกมาจากตัวเขาราวกับคลื่นใต้น้ำที่พร้อมจะซัดสาดทำลายทุกสิ่ง
เรย์ขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สติสัมปชัญญะของฟินิกซ์เริ่มพร่าเลือนเมื่อปลายนิ้วอุ่นของอีกฝ่ายเอื้อมมาแตะที่ปลายคางมน บังคับให้เขาเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสที่เต็มไปด้วยความดุดันและโหยหาในคราวเดียวกัน
"ฟินิกซ์... นายคิดว่าตัวเองกล้าพอที่จะลองเล่นเกมกับไฟดูไหมล่ะ" เรย์เอ่ยเสียงพร่า ริมฝีปากหยักได้รูปขยับเข้าใกล้เรียวปากเม้มแน่นของอีกฝ่ายทีละนิด ความเงียบงันและความตึงเครียดโรแมนติกปกคลุมทั่วพื้นที่ ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนเหลือเพียงแค่เสียงหัวใจของคนสองคนที่เต้นตรงกัน
ทว่า ในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแนบชิดกันจนเกิดเส้นบางๆ ระหว่างมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะย้อนกลับ
*ปัง!*
ประตูห้องซ้อมถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงพูดคุยเจื้อแจ้วของผู้จัดการทีมและแขกไม่ได้รับเชิญดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูในเสี้ยววินาที
"เรย์! ฟินิกซ์! พวกนายอยู่นี่ใช่ไหม ประธานบริษัทสปอนเซอร์ใหญ่เพิ่งบินตรงมาจากต่างประเทศ เขาอยากมาพบตัวจริงของทีมเราตอนนี้เลย..."
เรย์ผละตัวออกอย่างหงุดหงิด ใบหน้าหล่อเหลาบึ้งตึงขึ้นทันตาเห็น ดวงตาสีน้ำเงินเข้มฉายแววกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ เขากวาดสายตามองไปยังผู้มาใหม่ด้วยรังสีอำมหิตที่ทำเอาผู้จัดการทีมถึงกับกลืนน้ำลายฝืดคอ
ฟินิกซ์รีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่ยังตกค้าง แต่ทว่าเมื่อเขามองข้ามไหล่ของผู้จัดการทีมไป ปรากฏร่างสูงโปรดของชายปริศนาในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาในห้อง รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของแขกผู้มาใหม่ทำให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงทันที
ชายคนนั้นถอดแว่นกันแดดออกเผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยในอดีต—อดีตโปรเพลเยอร์มือหนึ่งผู้เป็นตำนานที่หายตัวไปจากวงการอย่างไร้ร่องรอย และยังเป็น... พี่ชายแท้ๆ ของเรย์เอง
"ไม่ได้เจอกันนานนะ... น้องชาย" เสียงทุ้มกังวานเอ่ยทักทายขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ขณะที่สายตาคมกริบของเขากลับกวาดมองมาที่ฟินิกซ์ด้วยประกายตาดุจนักล่าที่เจอเป้าหมายใหม่
ไฟเยอร์บลัด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความคลั่งรักนี้นะครับ
เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน•ตอนที่ 13
ก้าวข้ามขีดจำกัด
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์หน้าตายกับนายสตรีมเมอร์สายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!